พระครูวิสุทธิบุญดิตถ์ (นวล ปริสุทฺโธ)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พระครูวิสุทธิบุญดิตถ์
(นวล ปริสุทฺโธ)
พ่อท่านนวล ปริสุทฺโธ
190px
เกิด 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2465
มรณภาพ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
อายุ 89
อุปสมบท 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2485
พรรษา 69
วัด วัดประดิษฐาราม
ท้องที่ จังหวัดนครีศรีธรรมราช
ตำแหน่ง
ทางคณะสงฆ์
เจ้าอาวาสวัดประดิษฐาราม

ชีวประวัติ และ วัยเยาว์[แก้]

พระครูวิสุทธิบุญดิตถ์ หรือ พ่อท่านนวล ท่านเกิดเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2465 เกิดในตระกูลเจริญรูป ณ อำเภอทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ชีวิตในวัยเด็กของท่าน แต่ท่านเป็นคนขี้อาย มีความประพฤติเรียบร้อย ท่านเป็นคนรักเพื่อฝูง เป็นเด็กดีและเป็นที่รักของเพื่อนๆ และครอบครัว จนกระทั่งเมื่อถึงอายุเกณฑ์เข้าโรงเรียน ตอนนั้นท่านมีอายุ 7 ขวบ ท่านได้เข้าเรียนที่โรงเรียนวัดมะเฟือง ต.นากกะชะ อ.ฉวาง จ.นครศรี ธรรมราช จนจบชั้นประถมปีที่ 6 ต่อมาเมื่อท่านมีอายุครบ 20 ปี บริบูรณ์ ท่านได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2485 ณ พัทธสีมาวัดภูเขาหลัก ต.ทุ่งสัง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช มีพระครูถาวรบุญรัตน์ วัดท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เป็นพระอุปัชฌาย์, พระปลัดชื่น อินทสุวัณโณ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ หลังจากอุปสมบทแล้ว ท่านก็เริ่มศึกษาพระปริยัติธรรมอย่างจริงจัง จนกระทั่งท่านสามารถสอบได้นักธรรมชั้นโท ที่วัดประดิษฐาราม และได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสมาจนถึงปัจจุบัน

ลำดับสมณศักดิ์[แก้]

  • พ.ศ. 2493 ได้รับตำแหน่งตั้งเป็นครูสอนพระปริยัติธรรม
  • พ.ศ. 2499 ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการตรวจธรรมสนามหลวง
  • พ.ศ. 2503 เป็นกรรมการการศึกษาโรงเรียนวัดประดิษฐาราม
  • พ.ศ. 2508 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลทุ่งสัง
  • พ.ศ. 2515 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรี ในราชทินนามที่พระครูวิสุทธิบุญดิตถ์
  • พ.ศ. 2518 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์
  • พ.ศ. 2526 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโทในราชทินนามเดิม
  • พ.ศ. 2535 เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะตำบล


ปฏิปทา , ผลงาน และ การปฏิบัติธรรม[แก้]

พ่อท่านนวล ท่านเริ่มพัฒนาการศึกษาและสาธารณูปโภค โดยเริ่มในปี พ.ศ. 2501 ท่านเริ่มสร้างโรงเรียนวัดประดิษฐาราม โดยบริจาคที่ดินของวัดจำนวน 12 ไร่ เป็นที่ตั้งโรงเรียน และสนับสนุนการศึกษาให้กับนักเรียนที่มีผลการเรียนดี มีความประพฤติดี แต่ฐานะยากจน โดยได้ก่อตั้งกองทุน หลวงพ่อนวล ปริสุทโธ และได้ก่อตั้งกองทุนเพื่อเป็นทุนการศึกษา แก่พระภิกษุ และ สามเณร นอกจากนั้น ท่านยังเริ่มก่อสร้างสิ่งต่างๆ ในวัด เช่น กุฏิ โรงธรรม หอฉัน และ บ่อน้ำสาธารณะ และต่อมาก็ได้ขอแรงจากแรงงานเครื่องจักรกลจากแขวงการทางนครศรีธรรมราช เพื่อมาสร้างถนน สิ่งปฏิสังขรณ์ เมรุเผาศพ ศาลาพักร้อน ซุ้มประตูวัด และโรงทานเอนกประสงค์ ใช้ในเวลาที่จะมีการประชุมกันในวัดของหน่วยงานราชการและชุมชน สร้างอาคารรับรองอาคันตุกะและอื่นๆ อีกมากมาย ท่านมักจะคอยอบรมสั่งสอนสามเณร อุบาสก อุบาสิกา ให้ยึดมั่นในหลักธรรมของพุทธศาสนาในการดำรงชีวิต และทำแต่ความดี หลวงพ่อท่านมีศีลวัตรปฏิบัติอันงดงาม จนทำให้ประชาชนเกิดความเลื่อมใส พ่อท่านได้รับกิจนิมนต์เป็นประจำ ไปร่วมประกอบพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคล ในต่างจังหวัด หรือ ในกรุงเทพฯ หรือบางที ท่านเดินทางไปปลุกเสกวัตถุมงคล ถึงต่างประเทศ เช่น ประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ วัตถุมงคลของท่าน ก็คอยคุ้มครองคนดีเสมอ ส่วนใหญ่ท่านไม่ค่อยอยู่ประจำจังหวัด มักจะมีกิจนิมนต์มากมาย ท่านต้องเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ มีแค่วันพระ ที่ท่านจะอยู่ที่วีด เพื่อคอยต้อนรับญาติโยม ที่มาทำบุญ ท่านเป็นพระสงฆ์ที่ยึดมั่นในหลักธรรมของพระพุทธศาสนาอย่างเคร่งครัด มีจริยวัตรที่งดงามปฏิบัติกิจตามหน้าที่ของสมณะอย่างสม่ำเสมอไม่เว้นแม้แต่ยามเจ็บไข้ได้ป่วย พ่อท่านเคร่งครัดในกฎระเบียบยิ่ง ในการประกอบพิธีบรรพชาอุปสมบท คนที่เคยติดสุรา หรือ บุหรี่ จะต้องเลิกเด็ดขาด พ่อท่านมักจะอบรมสั่งสอน และให้ข้อคิดดีๆ เสมอ โดยเฉพาะเรื่องชีวิตของมนุษย์ ท่านมักจะเตือนสติ ญาติโยม ลูกศิษย์ ลูกหา ว่า "คนเราเกิดมาล้วนมีหนี้ติดตัวมาด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นหนี้สินหนี้บุญคุณและหนี้ชีวิตซึ่งตัวท่านได้ปฏิบัติเพื่อปลดเปลื้องหนี้ตลอดมา โดยเฉพาะหนี้ชีวิต" [1]

มรณภาพ (ละสังขาร)[แก้]

พ่อท่านนวล ได้อาพาธด้วยโรคชรา และปัญหาสุขภาพ ท่านได้เข้ารักษา ณ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา จนกระทั่ง ในวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 ท่านได้ถึงแก่มรณภาพลงอย่างสงบ เวลา 10.05 น. รวมสิริอายุได้ 89 ปี 69 พรรษา สรีรสังขารของท่านถูกนำกลับไปยังวัดไสหร้าบ้านเกิด เมื่อวันจันทร์ที่ 14 พ.ค. มีหน่วยงานราชการ พ่อค้าประชาชนและศิษยานุศิษย์ตั้งขบวนรับอย่างมากมาย ตลอดเส้นทางสู่วัดไสหร้า หลังจากเคลื่อนสรีรสังขาร บรรจุศพพ่อท่านในโลงแก้ว ณ ศาลาปฏิบัติธรรมวัดประดิษฐาราม คณะสงฆ์และคณะศิษย์ได้ร่วมสรงน้ำสรีรสังขาร เวลา 17.30 น. พระพรหมจริยาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนใต้ ประกอบพิธีพระราชทานสรงน้ำศพ [2]

อ้างอิง[แก้]