ผู้ใช้:Poonpun2016/ทดลองเขียน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

อาเรนาดาอามาโซเนีย (โปรตุเกส: Arena da Amazônia) เป็นสนามกีฬาแห่งหนึ่งตั้งอยู่ในเมืองมาเนาส์ ประเทศบราซิล มีความจุทั้งสิ้น 44,300 ที่นั่ง เป็นส่วนหนึ่งของสนามกีฬาฟุตบอลโลก 2014 และโอลิมปิกฤดูร้อน 2016 โดยได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลของรัฐอามาโซเนีย 25% และ ธนาคารเพื่อการพัฒนาบราซิล 75%

สนามได้รับการออกแบบโดย Gerkan, Marg and Partners โดยได้แรงบันดาลใจมาจากป่าฝนอเมซอนที่ล้อมรอบเมืองมาเนาส์และโครงสร้างด้านนอกของโลหะถูกออกแบบมาเพื่อทำให้เกิดตะกร้าฟางที่ทำขึ้นในภูมิภาค

The stadium can seat around 44,300 spectators and features a restaurant, luxury suites, underground parking spaces and accessib

สนามกีฬาแห่งนี้ได้รับการออกแบบโดย Gerkan, Marg and Partners บริษัท สถาปัตยกรรมเยอรมันโดยได้รับแรงบันดาลใจจากป่าฝนอเมซอนที่ล้อมรอบเมืองมาเนาส์และโครงสร้างภายนอกของโลหะถูกออกแบบมาเพื่อทำให้เกิดตะกร้าฟางที่ทำขึ้นในภูมิภาค มันถูกสร้างขึ้นโดย บริษัท วิศวกรรมบราซิล Andrade Gutierrez และรวมเอาคุณสมบัติที่เป็นมิตรกับความยั่งยืนหลายประการ

สนามกีฬาสามารถรองรับผู้ชมได้ประมาณ 44,300 คนและมีร้านอาหารห้องสวีทหรูหราที่จอดรถใต้ดินและการเข้าถึงสำหรับผู้ที่มีความต้องการพิเศษ  นอกจากนี้ยังมีระบบรีไซเคิลน้ำฝนในสถานที่และระบบบำบัดน้ำเสียเพื่อลดการใช้น้ำและถูกออกแบบมาเพื่อใช้ประโยชน์จากการระบายอากาศตามธรรมชาติเพื่อลดการใช้พลังงาน  นอกจากนี้วัสดุมากกว่า 95% จากการรื้อถอนสนามกีฬาเก่าได้ถูกนำมารีไซเคิล

ประวัติ[แก้]

สโมสรก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1921 ในนาม สปอร์ตเฟรนด์คลับ ก่อนที่ในวันที่ 23 มกราคม ค.ศ. 1921 จะถูกเปลี่ยนชื่อมาเป็นปัจจุบัน[1] อาลาเบส เป็นสโมสรแรกที่เลื่อนชั้นจาก เซกุนดาดิบีซีออน สู่ ลาลิกา ได้สำเร็จ ซึ่งเกิดขึ้นในฤดูกาล 1929–30 ทีมจบลำดับที่ 8 จาก 10 ทีมบนตารางคะแนนในฤดูกาลแรกในลีกสูงสุด ก่อนที่จะตกชั้นในอีก 2 ฤดูกาลถัดมา[2]

ในฤดูกาล 1953–54 สโมสรได้กลับสู่ลีกสูงสุดอีกครั้ง ภายใต้การคุมทีมของ โรมัน การาตากา และได้ตกชั้นในฤดูกางถัดมา[1] ในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1983 อาลาเบส ตกชั้นสู่ เตร์เซราดิบิซิออน ลีกลำดับที่สามในขณะนั้น ซึ่งได้อยู่ในลีกนี้จนถึงฤดูกาล 1985–86[3] ในฤดูกาล 1969-70 สโมสรตกสู่ระดับลีกลำดับที่สี่ during the late 1980s), Alavés finally achieved a promotion back into the Segunda División in 1994–95 after two consecutive years of winning their group in Segunda División B – created as the new third level in 1977 – but failing in the promotion play-offs.

After winning the Segunda División in 1997–98,[4] Alavés returned to the top level after a 42-year hiatus. Following their return season in which they escaped relegation by a single point, they achieved two wins against Barcelona in the following campaign and would qualify for the UEFA Cup for the first time upon finishing sixth (to date, their highest-ever placing, coming just 12 years after their lowest-ever: eighth in their group in the fourth level).

Lineups of the 2001 UEFA Cup Final between Liverpool and Alavés.

As well as concluding the domestic campaign in tenth position, in 2000–01 the Basque club reached the final of the UEFA Cup after beating Internazionale,[5] Rayo Vallecano and 1. FC Kaiserslautern, the latter in a crushing 9–2 aggregate victory.[6] The final ended in a 4–5 loss against Liverpool, Alavés losing to an "own-golden goal" after taking the match to extra time. The match also featured two red cards and two disallowed goals in extra time in addition to the nine goals which did count, and has been described by some observers as one of the greatest showpiece games in the competition's history.[7]

Alavés ended 2001–02 in seventh position and qualified for the UEFA Cup for a second time, although the European campaign of 2002–03 was far less successful than two years earlier, with an opening win over Ankaragücü followed by a defeat to another Turkish Süper Lig side, Beşiktaş. On 26 January 2003, the club celebrated their 100th win in La Liga after defeating Real Valladolid 3–1.

Although Alavés were relegated after 2002–03, they regained top flight status two years later.[6] In this time, Alavés was bought by Ukrainian–American businessman Dmitry Pietrman, and several clashes followed with the club's coaches, players[8] and fans alike.[9] The top-division return only lasted one season as the club went through three head coaches and finished in 18th position, one point from safety. Piterman departed in 2007, leaving the club deep in debt after his tenure. After two years of battling against relegation to the third level, Alavés eventually succumbed in 2008–09.

A subsequent black period in Segunda B lasted four years until Alavés was bought by José Antonio Querejeta[10] and were promoted again to the second division in 2013 as overall champions of the third tier, providing an opportunity to sort out its economic difficulties. Three years later, on 29 May 2016, Alavés was promoted to La Liga as second tier champions after beating Numancia 2–0 to overtake Leganés on the final day.

On 10 September 2016, Alavés got their first win of their return season in La Liga by defeating defending La Liga champions Barcelona 2–1 at the Camp Nou.[11] On 7 February 2017, Alavés qualified for the 2017 Copa del Rey Final after eliminating Celta de Vigo in the semi-finals of the competition. This was the first time in their history that the club had qualified for the final of the national cup, their previous best being the semi-finals in 1998 and 2004. Their opponents in the final would be Barcelona, and coincidentally the two clubs met in the league directly after their cup semi-finals; the Catalans inflicted a 6–0 defeat on Alavés in their own Mendizorrotza Stadium, exacting revenge for the result earlier in the season.[12] Barcelona also won the final, held at the Estadio Vicente Calderón with a 3–1 scoreline,[13] meaning there would be no return to European competition for Alavés. In the La Liga that season Alavés finished 9th with 14 wins, 13 draws and 11 losses.[14]

สโมสรอาขีพ[แก้]

ดานูบิโอ[แก้]

เอสตัวนิ เกิดใน ตาลา, กาเนโลเนส เอสตัวนิ เริ่มการลงเล่นฟุตบอลอาชีพครั้งแรกกับ ดานูบิโอ ในปี ค.ศ. 2005 he went on loan to Bella Vista in the Uruguayan Segunda División, performing well enough to be recalled.

เรจจินา[แก้]

ในเดือนมกราคม ปี ค.ศ. 2008 หลังจากเอสตัวนิทำ 19 ประตูให้กับ Danubio ในช่วงครึ่งฤดูกาล 2007-08, เอสตัวนิ ได้รับการติดต่อจาก เรจจินา กัลโซ สโมสรในลีกสูงสุดของอิตาลี โดยเซ็นสัญญากันทั้งสิ้น 4 ปี[15] เขาได้ลงเล่นเป็นนัดแรกในวันที่ 12 มกราคม ในการออกไปเยือน เอมโปลี โดยได้ลงเล่น 30 นาทีในเกมนี้ซึ่งทั้งคู่เสมอกันไป 1-1 [16]

เอสตัวนิ ทำประตูไม่ได้เลยในฤดูกาลแรกของเขาในเซเรียอา เขาได้ลงเล่น 12 นัดและช่วยให้ทีมรอดตกชั้น, ในฤดูกาลถัดมา เอสตัวนิ ทำได้เพียงประตูเดียวจากการยิงลูกโทษ ในเกมสุดท้ายของฤดูกาลกับเซียาา[17]

ในวันที่ 31 กรกฎาคม ค.ศ. 2009 เอสตัวนิ ย้ายเข้าร่วมทีม อาบาเซเด ทีมในเซกุนดาดิบิซิออน ด้วยสัญญายืมตัว โดยเขาลงเล่น 39 นัดตลอดฤดูกาลและทำ 22 ประตูเขายังทำแฮตทริกได้อีก 2 ครั้งในเกมลีกกับ กัสเตลยอน[18] และ กอร์โดบา[19] putting him in second in the scoring charts behind Elche's Jorge Molina, but his team only finished two points above the relegation zone.[20]

For 2010–11, Stuani remained in the country and on loan, but moved to La Liga with Levante.[21] He was used mostly as a backup to Felipe Caicedo,[22] but still contributed with eight goals – second-best in the squad – as the Valencians easily retained their division status, netting twice in a 3–1 home win against Málaga.[23]

In the next season, Stuani was loaned to another side in the Spanish top flight, Racing de Santander.[24] In December 2011, he scored a brace in each leg of the Copa del Rey tie against Rayo Vallecano, including a late penalty in the second game which secured a win on the away goals rule following a 6–6 aggregate draw.[25]

เบนเดวิส[แก้]

เดวิส เริ่มเข้าร่วมศูนย์ฝึกฟุตบอล JSSL Singapore ในประเทสสิงค์โปร์ ที่พ่อของเขาก่อตั้งขึ้นซึ่งศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งนี้ได้มีความร่วมมือกับ สโมสรฟุตบอลฟูลัม ในอังกฤษ และสโมสรฟุตบอลทัมปิเนสโรเวอร์ ในสิงคโปร์พรีเมียร์ลีก ต่อมาได้เข้าร่วมกับศูนย์ฝึกเยาวชนของสมาคมฟุตบอลสิงคโปร์[26]

ในปี พ.ศ. 2560 เดวิสได้รับทุนการศึกษาสองปีกับฟูแล่มหลังจากทำผลงานได้น่าประทับใจในการฝึกซ้อม[27] เขาเป็นผู้เล่นสิงคโปร์คนแรกที่เซ็นสัญญากับทีมในพรีเมียร์ลีก[28]


ในฤดูกาลแรก เดวิส ลงเล่น 10 นัดให้กับฟูลัม ทีมเยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ลีกใต้ และโหม่งทำประตูได้ในเกมกับเวสต์แฮม

บิ๊กซี
Big C
ประเภทบริษัทมหาชน
ก่อตั้งพ.ศ. 2536
ที่ตั้งไทย 99/17 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย
พื้นที่ที่ให้บริการไทย ไทย
เวียดนาม เวียดนาม
ลาว ลาว
ประเทศกัมพูชา กัมพูชา
บุคลากรหลักเจริญ สิริวัฒนภักดี (ประธานกรรมการ)
อัศวิน เตชะเจริญวิกุล (ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่)
อุตสาหกรรมศูนย์การค้า
ผลิตภัณฑ์ศูนย์การค้า, ซูเปอร์มาร์เก็ต, ไฮเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อ
รายได้Increase ฿ 130,970.69 พันล้าน (2013)
กำไรIncrease ฿ 6,975.58 ล้าน (2013)
เจ้าของบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน)
บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) (ประเทศเวียดนาม)
พนักงาน26,209 คน (สิ้นสุด 31 ธ.ค. 2556)
บริษัทแม่กลุ่มทีซีซี (ไทย, ลาว)
กลุ่มเซ็นทรัล (เวียดนาม)
คำขวัญห้างคนไทย หัวใจคือลูกค้า
เว็บไซต์http://www.bigc.co.th

บิ๊กซี (อังกฤษ: Big C) เป็นห้างสรรพสินค้าประเภทไฮเปอร์มาร์เก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อสัญชาติไทย ดำเนินกิจการค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศไทย ลาว กัมพูชาและเวียดนาม เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2537 ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) ภายใต้กลุ่มทีซีซี

ประวัติ[แก้]

บิ๊กซี เกิดจากการร่วมทุนกันระหว่างกลุ่มเซ็นทรัลกับกลุ่มอิมพีเรียล ของตระกูลกิจเลิศไพโรจน์ เปิดบริษัทในนาม บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2536[29][30][a] และเปิดให้บริการไฮเปอร์มาร์เก็ตสาขาแรกในนาม บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ บนถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2537[31] ซึ่งเป็นรูปแบบการค้าปลีกแบบใหม่ในประเทศไทยในขณะนั้น และเปิดให้บริการอีก 19 สาขาในทั่วประเทศหลังจากนั้น แต่ผลจากวิกฤตการณ์การเงินในเอเชีย พ.ศ. 2540 ทำให้บิ๊กซีตัดสินใจหยุดขยายสาขา หลังเปิดให้บริการสาขาที่ 20 ที่เพชรบุรี ไปเมื่อปลายเดือนมกราคม พ.ศ. 2541 เนื่องจากประสบปัญหาการขาดทุนจากผลของภาระดอกเบี้ยเงินกู้ที่ได้นำมาใช้ในการขยายสาขา ระหว่างนั้นจึงพยายามแสวงหากลุ่มทุนเข้ามาช่วยเหลือ ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2542[32] กลุ่มคาสิโน ผู้ประกอบการค้าปลีกสัญชาติฝรั่งเศส ได้เข้าซื้อหุ้นของบริษัทจำนวน 530 ล้านหุ้น และกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 66% บิ๊กซีจึงกลายเป็นค้าปลีกต่างชาติ เช่นเดียวกับ เทสโก้ โลตัส และ คาร์ฟูร์ ในขณะนั้นโดยสมบูรณ์[33]ในปี พ.ศ. 2545 บิ๊กซีได้มีการจัดตั้งมูลนิธิบิ๊กซีไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้โอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนที่ด้อยโอกาส โดยในปี พ.ศ. 2559 มูลนิธิได้ให้ความช่วยเหลือเยาวชนไทยเป็นจำนวนเงินรวมนับตั้งแต่ก่อตั้งกว่า 350 ล้านบาท มีการสร้างอาคารเรียนให้กับโรงเรียนมาแล้ว 44 หลัง การให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนกว่า 42,000 ทุน และการส่งเสริมการศึกษาด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง, ในปี พ.ศ. 2551 บิ๊กซีได้เริ่มขยายกิจการจากการค้าปลีกในรูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ตออกสู่ตลาดร้านสะดวกซื้อและร้านขายยา ภายใต้ชื่อ มินิบิ๊กซี และ เพรียว ตามลำดับ[34] ในปี พ.ศ 2553 บิ๊กซี ได้เปิดร้านซูเปอร์มาร์เก็ตภายใต้ชื่อ บิ๊กซี จูเนียร์ สาขาแรกที่ศูนย์การค้าทวีกิจ คอมเพล็กซ์ สระบุรี เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม[32] ในปี พ.ศ. 2561 บิ๊กซี ยังได้เปิดซูเปอร์มาร์เก็ตในรูปแบบ บิ๊กซี ฟู้ดเพลส สาขาแรกที่เกทเวย์ แอท บางซื่อ อีกด้วย[35]

  1. ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวว่า บริษัทฯ จดทะเบียนในวันดังกล่าว แต่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า บริษัทฯ ทำการซื้อขายหุ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2535

การซื้อกิจการคาร์ฟูร์ในประเทศไทย[แก้]

คาร์ฟูร์ สาขาลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร ขณะเปลี่ยนป้ายเป็น บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 กลุ่มคาสิโน ได้ชนะการประมูลกิจการคาร์ฟูร์ในประเทศไทย ด้วยราคาซื้อขาย 868 ล้านยูโร หรือคิดเป็นเงิน 35,857 ล้านบาท[a][36]และมีผลทำให้ตลาดค้าปลีกในประเทศไทยเหลือเพียง 2 เจ้าใหญ่เท่านั้น ได้แก่ เทสโก้ โลตัส และบิ๊กซี ซึ่งกิจการได้ควบรวมกันเสร็จสิ้นในเดือนมกราคม พ.ศ. 2554 และในปี พ.ศ. 2556 บิ๊กซีได้ทำการปรับปรุงคาร์ฟูร์ทั้งหมดเสร็จสิ้น โดยแบ่งออกเป็นรูปแบบคาร์ฟูร์ไฮเปอร์มาร์เก็ต (ร้านขนาดใหญ่) จำนวนทั้งหมด 34 สาขาให้กลายเป็นบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ 13 สาขา, บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า 15 สาขา, บิ๊กซี จัมโบ้ 1 สาขา ที่สำโรง ส่วนในบางสาขาที่มีความซ้ำซ้อนกันหรือหมดสัญญาเช่ากับผู้ให้เช่ารายเดิมก็ได้ปิดตัวไปจำนวน 5 สาขา และยังได้ปรับปรุงร้านคาร์ฟูร์ มาร์เก็ต 8 สาขา รวมถึงบิ๊กซี จูเนียร์ 2 สาขาให้เป็น บิ๊กซี มาร์เก็ต และปรับปรุงร้านคาร์ฟูร์ ซิตี เป็น มินิบิ๊กซี[37][38]

  1. คิดในอัตราแลกเปลี่ยนวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2553 ในอัตรา 1 ยูโร ต่อ 41.31 บาท

การขายกิจการให้กลุ่มทีซีซีและกลุ่มเซ็นทรัล[แก้]

ในปี พ.ศ. 2559 กลุ่มคาสิโนได้ประสบปัญหาด้านการเงิน จึงเปิดประมูลกิจการบิ๊กซีในไทย ลาว และเวียดนาม เพื่อนำเงินทุนไปชำระหนี้สินของบริษัทฯ โดยมี กลุ่มเซ็นทรัล กับ กลุ่มทีซีซี เข้าร่วมประมูล ซึ่งกลุ่มทีซีซีได้ชนะการประมูลบิ๊กซีในประเทศไทยด้วยมูลค่า 2 แสนล้านบาท[32] และกลายเป็นผู้ถือหุ้นในสัดส่วน 97.94% โดยการซื้อขายหุ้นได้เสร็จเรียบร้อยภายในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2559 ทำให้บิ๊กซีกลายเป็นกิจการค้าปลีกของคนไทยอีกครั้ง และจึงมีการเปลี่ยนคำขวัญเป็น "ห้างคนไทย หัวใจคือลูกค้า" นับแต่นั้นมา โดยปัจจุบันอยู่ภายใต้การถือหุ้นใหญ่โดยบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน)[39] ขณะที่กลุ่มเซ็นทรัลได้เพียงแค่กิจการในประเทศเวียดนาม ด้วยมูลค่า 3.68 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการร่วมทุนกับกลุ่มเหงียนคิม ผู้ประกอบการค้าปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็คโทรนิคส์ของเวียดนาม[40] โดยทั้งหมดกำลังอยู๋ในช่วงการเปลี่ยนชื่อเป็น "โก!" เนื่องด้วยสิทธิการใช้ชื่อบิ๊กซีที่กำลังจะหมดลงในอีก 2—3 ปี ข้างหน้า ซึ่งกลุ่มทีซีซีได้มีความคิดที่จะขยายธุรกิจบิ๊กซีออกไปยังเวียดนามหลังจากสิทธิการใช้ชื่อบิ๊กซีของกลุ่มเซ็นทรัลหมดลง เช่นกัน[41]

กิจการในต่างประเทศ[แก้]

บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาสีอาน ในประเทศเวียดนาม

บิ๊กซี ได้ขยายธุรกิจออกสู๋ต่างประเทศครั้งแรกที่ประเทศเวียดนามในราวคริสต์ทศวรรษ 2000[41] ปัจจุบันมีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 36 สาขาภายใต้การสิทธิ์การบริหารของกลุ่มเซ็นทรัล, ในปี พ.ศ. 2561 กลุ่มทีซีซี ยังได้เริ่มทำการเปลี่ยนชื่อ เอ็มพอยท์มาร์ท ร้านสะดวกซื้อที่บริษัทตั้งขึ้นเองในประเทศลาวทั้งหมด 44 สาขาให้เป็นมินิบิ๊กซีทั้งหมดซึ่งการเปลี่ยนแปลงชื่อได้เสร็จสิ้นในปีต่อมา[42] [43], ในวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2562 บิ๊กซียังได้เปิดสาขาแรกในประเทศกัมพูชา ที่ปอยเปต โดยใช้เงินลงทุน 300 ล้านบาทบนเนื้อที่ 20 ไร่ พร้อมพื้นที่ขาย 3,000 ตารางเมตรและพื้นที่เช่า 5,000 ตารางเมตร โดยบิ๊กซียังวางแผนที่จะเปิดไฮเปอร์มาร์เก็ตอีกหลายแห่งแห่งในพนมเปญและเสียมเรียบในอีกสองปีข้างหน้า[44][45]

รูปแบบสาขา[แก้]

บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาปทุมธานี ในอำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี
เครื่องหมาย
การค้า
ประเภท พื้นที่ขาย เวลาทำการ ลักษณะ อ้างอิง
Bigc supercenter logo.png ซูเปอร์เซ็นเตอร์ 4,000 – 12,000 ตรม. 8.00, 9.00 น. – 21.00, 22.00, 23.00, 24.00, 2:00 น. ไฮเปอร์มาร์เก็ต ที่มุ่งจับลูกค้าระดับกลางถึงล่าง โดยมุ่งเน้นที่การนำเสนอสินค้าหลากหลายที่ประหยัด และให้ความคุ้มค่าสูงสุด รวมถึงบริการที่ประทับใจ พร้อมด้วยสภาพแวดล้อมในร้านค้าที่สะอาดและมีประสิทธิภาพสูงที่สุด พร้อมด้วยพื้นที่ร้านเช่าและบางสาขายังมีโฮมโปร และโรงภาพยนตร์เปิดทำการร่วมด้วย [38]
Bigc extra logo.jpg เอ็กซ์ตร้า 4,000 – 12,000 ตรม. 7.00, 8.00, 9.00, 10.00 น. – 22.00, 23.00, 24.00, 2.00 น. ไฮเปอร์มาร์เก็ต ที่มุ่งจับลูกค้าที่มีรายได้ระดับกลางถึงบน โดยนำเสนอสินค้าพรีเมี่ยม อาหารสด และอาหารแห้งที่หลากหลาย รวมถึงสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ สินค้ากลุ่มเทคโนโลยี ไวน์ และสินค้าพิเศษอื่น ๆ [38]
พลาซ่า ไม่ทราบ รูปแบบที่เปิดเป็นศูนย์การค้าให้เช่า โดยเปิดเป็นส่วนต่อขยายจากบิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า สาขาพระรามที่ 4 บริเวณที่ดินทางทิศตะวันออกของอาคาร [45]
ฟู้ดเพลส ไม่ทราบ 08:00, 10.00 – 22.00 น.
24 ชั่วโมง (สามย่านมิตรทาวน์)
ซูเปอร์มาร์เก็ตที่เน้นการจำหน่ายอาหารสด อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารพร้อมรับประทาน และผลิตภัณฑ์นำเข้าจากต่างประเทศ พร้อมพื้นที่รับประทานอาหารภายในบริเวณร้านน ปัจจุบัน เปิดให้บริการแล้ว 3 สาขาที่เกทเวย์ แอท บางซื่อ, สามย่านมิตรทาวน์และท่าอิฐ [46]
บิ๊กซี มาร์เก็ต.gif มาร์เก็ต 750 – 2,000 ตรม. 6.00, 7.00, 8.00, 9.00, 10.00 น. – 21.00, 22.00, 23.00 น. ซูเปอร์มาร์เก็ตที่เน้นตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มกลางถึงล่าง มีสินค้าประมาณ 8,000 – 15,000 รายการ ทั้งอาหารสด ของใช้ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า มีทั้งรูปแบบสาขาปกติทั่วไป และเช่าพื้นที่ในศูนย์การค้า [38]
มินิบิ๊กซี.jpg มินิบิ๊กซี เฉลี่ยประมาณ 160 ตรม. เปิด 24 ชั่วโมง รูปแบบร้านสะดวกซื้อที่เน้นความสะดวกสบาย มีจุดเด่นที่จำหน่ายอาหารสดเช่นเดียวกับไฮเปอร์มาร์เก็ต เพื่อตอบสนองความต้องการของนักชอปปิ้งรายวัน ยังมีบริการต่าง ๆ เช่น เคาท์เตอร์เซอร์วิส แรบบิทเซ็นเตอร์ เป็นต้น มีสาขาอยู่มากกว่า 1,000 สาขา [38][47]
Pure.jpg เพรียว ประมาณ 45 ตรม. 6.00, 7.00, 8.00, 9.00 – 21.00, 22.00, 23.00, 24.00 น.
24 ชั่วโมง (สามย่านมิตรทาวน์)
ร้านจำหน่ายเวชภัณฑ์และผลิตภัณฑ์บำรุงสุขภาพและความงาม มีสินค้าประมาณ 2,000 รายการ โดยส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในไฮเปอร์มาร์เก็ตและบิ๊กซีมาร์เก็ต แต่ก็ได้มีบางสาขาที่เปิดอย่างเป็นเอกเทศ [38]

ในอดีต[แก้]

ประเภท พื้นที่ขาย ลักษณะ อ้างอิง
จัมโบ้ 10,000 ตรม. เป็นร้านค้าแบบขายส่ง ภายใต้แนวคิด “พบทุกอย่างที่นี่ ที่เดียว” โดยกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม ธุรกิจจัดเลี้ยง ผู้ประกอบการรายย่อย บริษัท สถาบันและครอบครัวใหญ่ เปิดสาขาแรกที่สำโรง ซึ่งเป็นการเข้ามาแทนที่คาร์ฟูร์เดิม และเปิดเพิ่มอีก 2 สาขาโโยการปรับเปลี่ยนมาจากบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ที่ราษฎร์บูรณะและนวนคร อีกทั้งยังมี บิ๊กซี จัมโบ้สเตชั่น ซึ่งเป็นรูปแบบขนาดเล็กของบิ๊กซ๊ จัมโบ้ซึ่่งเปิดอยู๋ในบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาพัทยา และ อยุธยา [38]
จูเนียร์ 750 – 2,000 ตรม. ชื่อเดิมของรูปแบบสาขา บิ๊กซี มาร์เก็ต โดยมีสาขาที่เคยใช้ชื่อดังกล่าวทั้งสิ้น 2 สาขาที่ทวีกิจ คอมเพล็กซ์ สระบุรี และที่จังหวัดพังงา ในช่วงปี พ.ศ. 2553–2554 [48]

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

  1. 1.0 1.1 "La historia del Club | Alavés – Web Oficial". La historia del Club | Alavés – Web Oficial (in สเปน). สืบค้นเมื่อ 2019-11-20.
  2. "Primera División, Temporada 1930/1931 – laliga, liga santander, la liga santander, campeonato nacional de liga de primera división, liga española". www.resultados-futbol.com. สืบค้นเมื่อ 2019-11-20.
  3. "Historia del Deportivo Alavés". Alaves – El Correo (in สเปน). สืบค้นเมื่อ 2020-01-24.
  4. "Deportivo Alavés, S.A.D. :: La Futbolteca. Enciclopedia del Fútbol Español" (in สเปน). สืบค้นเมื่อ 2020-01-24.
  5. "El Alavés incendia San Siro" [Alavés set fire to San Siro] (in สเปน). El País. 23 February 2001. สืบค้นเมื่อ 24 February 2019.
  6. 6.0 6.1 Robert O'Connor (18 May 2016). "What the heck happened to Alaves after 2001?". FourFourTwo. สืบค้นเมื่อ 24 February 2019.
  7. The greatest matches of all time; The Daily Telegraph, 4 July 2007
  8. Carreras denuncia el "trato vejatorio" de Piterman (Carreras denounces "vexatious treatment" by Piterman); 20 Minutos, 16 February 2006 สคริปต์ลูอาผิดพลาด ใน package.lua บรรทัดที่ 80: module 'Module:Lang/ISO 639 synonyms' not found
  9. Dimitri Piterman llama "subnormales" a los aficionados del Alavés (Dimitri Piterman calls Alavés' fans "morons"); 20 Minutos, 22 February 2006 สคริปต์ลูอาผิดพลาด ใน package.lua บรรทัดที่ 80: module 'Module:Lang/ISO 639 synonyms' not found
  10. "Querejeta compra las acciones del Alavés que tenía la familia Ortiz de Zárate" [Querejeta bought Alavés' shares that the Ortiz de Zárate family held] (in Spanish). El Correo. 29 July 2013. สืบค้นเมื่อ 26 February 2017.
  11. "Glorioso Matagigantes" [Glorious Giantkillers] (in Spanish). Marca. 10 September 2016. สืบค้นเมื่อ 21 September 2017.
  12. "Alavés 0–6 Barcelona, February 2017". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 17 February 2017.
  13. "Barcelona 3–1 Alavés". BBC Sport. 27 May 2017. สืบค้นเมื่อ 21 September 2017.
  14. "Primera División, Temporada 2016/2017 – laliga, liga santander, la liga santander, campeonato nacional de liga de primera división, liga española". www.resultados-futbol.com. สืบค้นเมื่อ 2019-11-20.
  15. "Una máquina de ganar" [A winning machine] (in สเปน). ESPN. 28 December 2007. สืบค้นเมื่อ 3 April 2018.
  16. "Saudati dal dischetto grazia la Reggina – l'Empoli deve accontentarsi del pari" [Saudati grace Reggina from the spot – Empoli must be happy with draw]. La Repubblica (in อิตาลี). 12 January 2008. สืบค้นเมื่อ 25 November 2017.
  17. "Big Mac risponde a Stuani, 1–1 a Reggio" [Big Mac answers Stuani, 1–1 in Reggio]. La Repubblica (in อิตาลี). 31 May 2009. สืบค้นเมื่อ 2 April 2014.
  18. "El Albacete golea con un Stuani estelar y rompe la armonía del Castellón" [Albacete rout with stellar Stuani and shatter Castellón's harmony]. Marca (in สเปน). 12 September 2009. สืบค้นเมื่อ 2 April 2014.
  19. "Trío de goles de Stuani para dar vida al Albacete" [Trio of Stuani goals to give life to Albacete]. Diario de Cádiz (in สเปน). 23 May 2010. สืบค้นเมื่อ 2 April 2014.
  20. "El Albacete se salva a lo grande" [Albacete save themselves in style]. Marca (in สเปน). 19 June 2010. สืบค้นเมื่อ 2 April 2014.
  21. "El Levante ficha a Stuani" [Levante sign Stuani] (in สเปน). Fichajes. 29 July 2010. สืบค้นเมื่อ 2 April 2014.
  22. "El Levante negocia con la Reggina por Stuani" [Levante negotiate with Reggina for Stuani]. Diario AS (in สเปน). 6 June 2012. สืบค้นเมื่อ 2 April 2014.
  23. "Levante on the up". ESPN Soccernet. 3 April 2011. สืบค้นเมื่อ 5 May 2011.
  24. "El Racing ficha a Stuani" [Racing sign Stuani]. Marca (in สเปน). 12 August 2011. สืบค้นเมื่อ 2 April 2014.
  25. Esteva, Javier (21 December 2011). "Todo por un penalti tonto" [All because of a foolish penalty]. Marca (in สเปน). สืบค้นเมื่อ 5 June 2014.
  26. "Singapore teen Ben Davis signs pro contract with Fulham". The New Paper. 13 July 2018. Archived from the original on 1 August 2018. สืบค้นเมื่อ 1 August 2018. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  27. Dasey, Jason (1 November 2017). "Fulham teenager Ben Davis cleared to play for Singapore U18 team". ESPN. Archived from the original on 14 April 2018. สืบค้นเมื่อ 13 April 2018. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  28. recording a passing accuracy of 90 percent. %5b21%5d In 2018, Fulham announced that Davis, alongside other academy players, were offered professional contracts, where they would now earn a weekly wage as well as continue to play for the club's Under-18 and Under-23 side. %5b24%5d He signed his first professional Fulham contract in June 2017, %5b25%5d and is listed on the club's website as an English national. %5b5%5d On 13 October 2019, Davis confirmed that he had registered to play as a local player with the English Football Association.s-first-premier-league-player-gets "Petition urges Singapore to defer military service for first Premier League player" Check |archive-url= value (help). South China Morning Post. 21 July 2018. Archived from the original on 30 June 2019. สืบค้นเมื่อ 30 June 2019. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  29. ข้อมูลนิติบุคคล : บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) แหล่งค้นหาข้อมูลนิติบุคคล และประเภทธุรกิจในประเทศไทย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สืบค้นเมื่อ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
  30. ข้อมูลการจดทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เว็บไซค์สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู็บริโภค สืบค้นเมื่อ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
  31. ข้อมูลบิ๊กซี สาจาแจ้งวัฒนะ bigc.co.th ผ่านทาง web.archive.org สืบค้นเมื่อ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
  32. 32.0 32.1 32.2 ย้อนตำนาน 27 ปี “บิ๊กซี” แจ้งเกิดกลุ่มเซ็นทรัล ปัจจุบันอยู่ในมือเสี่ยเจริญ 24 มกราคม พ.ศ. 2563 เขียนโดย กิตตินันท์ นาคทอง สืบค้นเมื่อ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
  33. BIG C เติบโตภายใต้ทักษะของ CASINO นิตยสารผู้จัดการ มิถุนายน 2545 ผ่านทาง web.archive.org เขียนโดย สมศักดิ์ ดำรงสุนทรชัย สืบค้นเมื่อ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
  34. "รายงานประจำปี บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2551". ไฟล์ PDF สืบค้นเมื่อ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
  35. "🎊 BigC Foodplace เกตเวย์ บางซื่อ 🎊 เจอกันวันพรุ่งนี้ พลาดไม่ได้". line feed character in |title= at position 35 (help) เพจ ฺBig C บนเฟซบุ๊ก.คอม ลงไว้ ณ วันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 สืบค้นเทื่อ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
  36. ["คาร์ฟูร์" ปิดฉากทำธุรกิจในไทย ตกลงขายกิจการให้ "บิ๊กซี" กว่า 3.5หมื่นล้าน มติชนออนไลน์ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 ผ่านทาง web.archive.org สืบค้นเมื่อ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
  37. "รายงานประจำปี บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2555". ไฟล์ PDF สืบค้นเมื่อ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
  38. 38.0 38.1 38.2 38.3 38.4 38.5 38.6 "รายงานประจำปี บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2556". ไฟล์ PDF สืบค้นเมื่อ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
  39. "รายงานประจำปี บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2559". ไฟล์ PDF สืบค้นเมื่อ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
  40. ‘เซ็นทรัล’ ฮุบบิ๊กซีเวียดนาม ฐานเศรษฐกิจ เผยแพร่เมื่อ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 สืบค้นเมื่อ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
  41. 41.0 41.1 “BJC” เตรียมดึงแบรนด์ “บิ๊กซี” ในเวียดนามคืน หลังเครือเซ็นทรัลหมดสัญญาใน 3 ปี positioningmag.com เผยแพร่เมื่อ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2562 สืบค้นเมื่อ 8 กรกรฎาคม พ.ศ. 2563
  42. "ลาก่อน..M-Point Mart mini BigC มาแล้ว!!". เพจเป็นเรื่อง...เป็นลาว ลงไว้ ณ วันที่ 29 ธันวาคม 2561 สืบค้นเมื่อ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 หมายเหตุ : มีรูปภาพที่น่าเชื่อได้ว่าเริ่มมีการเปลี่ยนเปลี่ยนตั้งแต่ช่วงปลายปี พ.ศ. 2561
  43. ตลาดเพื่อนบ้านคึกคัก “บิ๊กซี” ปี 2563 ลงทุน 1,500 ล้าน ระดมเปิดสาขากัมพูชา-ลาว-เวียดนาม positioningmag.com เขียนเมื่อ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2562 สืบค้นเมื่อ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
  44. Big C spreading hypermarkets around bangkokpost.com 5 ธันวาคม พ.ศ. 2562 สืบค้นเมื่อ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
  45. 45.0 45.1 “บิ๊กซี” ยึดปอยเปต 3 พันตร.ม. ผุดโมเดลใหม่ดึง “ยูนิโคล่” เสริมความแรง เขียนเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2561 prachachat.net สืบค้นเมื่อ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
  46. ข้อมูลองค์กร บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) bigc.co.th สืบค้นเมื่อ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
  47. 1,000 สาขาแล้ว !  มินิบิ๊กซี “สะดวก ใกล้บ้านคุณ” springnews.co.th เขียนเมื่อ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2562 สืบค้นเมื่อ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
  48. สาขาบิ๊กซี จูเนียร์ เดือนมีนาคม พ.ศ. 2554 bigc.co.th ผ่านทาง web.archive.org สืบค้นเมื่อ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2563