ข้ามไปเนื้อหา

ผู้อารักขามัสยิดศักดิ์สิทธิ์ทั้งสอง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ผู้อารักขามัสยิดศักดิ์สิทธิ์ทั้งสอง
خَادِمُ ٱلْحَرَمَيْنِ ٱلشَّرِيفَيْنِ
Khādim al-Ḥaramayn aš-Šarīfayn (ในภาษาอาหรับ)
อยู่ในราชสมบัติ
ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ
ตั้งแต่ 23 มกราคม ค.ศ. 2015
รายละเอียด
พระราชอิสริยยศHis Majesty the Custodian of the Two Holy Mosques
ทายาทโดยสันนิษฐานมุฮัมมัด บิน ซัลมาน
กษัตริย์องค์แรกเศาะลาฮุดดีน
สถาปนาเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 12 (โดยพฤตินัย)
พฤศจิกายน ค.ศ. 1986 (โดยนิตินัย)
ที่ประทับพระราชวังอัลยะมามะฮ์
(รียาด)
พระราชวังอัสสลาม
(ญิดดะฮ์)
เว็บไซต์https://houseofsaud.com/

ผู้อารักขามัสยิดศักดิ์สิทธิ์ทั้งสอง (อังกฤษ: Custodian of the Two Holy Mosques, ชื่อย่ออังกฤษ CTHM; อาหรับ: خَادِمُ ٱلْحَرَمَيْنِ ٱلشَّرِيفَيْنِ, อักษรโรมัน: Khādim al-Ḥaramayn aš-Šarīfayn, แปลตรงตัว''ผู้รับใช้สองสถานที่ศักดิ์สิทธิ์'') หรือ ผู้ปกป้องสองเมืองศักดิ์สิทธิ์ เป็นตำแหน่งที่ใช้งานอย่างเป็นทางการโดยพระมหากษัตริย์ซาอุดีอาระเบียตั้งแต่ ค.ศ. 1986 ในอดีตมีการใช้ตำแหน่งนี้โดยผู้นำมุสลิมหลายคน เช่น อัยยูบิด, มัมลูก, ออตโตมัน และผู้ปกครองรัฐชะรีฟแห่งฮิญาซ บางครั้งตำแหน่งนี้ใช้เทียบกับเคาะลีฟะฮ์อิสลามโดยพฤตินัย[1] แต่โดยหลักแล้วหมายถึงผู้ปกครองที่รับผิดชอบในการปกป้องและดูแลรักษาสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาอิสลามสองแห่ง คือ มัสยิดอัลฮะรอมใน (อาหรับ: اَلْمَسْجِدُ ٱلْحَرَامُ, อักษรโรมัน: Al-Masjid al-Ḥarām, 'มัสยิดอันศักดิ์สิทธิ์') ในมักกะฮ์ และมัสยิดอันนะบะวี (อาหรับ: اَلْمَسْجِدُ ٱلنَّبَوِيُّ, อักษรโรมัน: Al-Masjid an-Nabawī) ในมะดีนะฮ์[1][2] ซึ่งทั้งสองแห่งอยู่ในฮิญาซ[3] ของซาอุดีอาระเบีย The Muslim 500 จัดให้ผู้อารักขาเป็นบุคคลที่มีอำนาจและอิทธิพลมากที่สุดในศาสนาอิสลามและนิกายซุนนี รวมทั้งเป็นผู้ปกครองมุสลิมและอาหรับที่ทรงอำนาจที่สุดในโลก[4]และเป็นผู้นำสูงสุดของศาสนาอิสลามนิกายซุนนีอีกด้วย

ประวัติศาสตร์

[แก้]
มัสยิดศักดิ์สิทธิ์แห่งมักกะฮ์ (ซ้าย) และมะดีนะฮ์ (ขวา) ในเอกสารตัวเขียนทางศาสนาในคริสต์ศตวรรษที่ 18

เชื่อกันว่าคนแรกที่ใช้ตำแหน่งนี้คือเศาะลาฮุดดีน[5]

หลังจากเอาชนะราชวงศ์มัมลูกและปกครองมักกะฮ์และมะดีนะฮ์ได้เมื่อ ค.ศ.1517 สุลต่านเซลิมที่ 1 แห่งจักรวรรดิออตโตมันได้สร้างชื่อใหม่แทน Ḥākimü'l-Ḥaremeyn (อาหรับ: حَاكِمُ الْحَرَمَيْن, ผู้ปกครองสองมัสยิดอันศักดิ์สิทธิ์) เป็นชื่อ Ḫādimü'l-Ḥaremeyn (อาหรับ: خَادِمُ الْحَرَمَيْن; ผู้รับใช้สองเมืองอันศักดิ์สิทธิ์)[6][7][8]

กษัตริย์องค์แรกของประเทศซาอุดีอาระเบียที่ใช้ตำแหน่งนี้คือ สมเด็จพระราชาธิบดีฟัยศ็อล บิน อับดัลอะซีซ อาล ซะอูด (1906–1975) ส่วนสมเด็จพระราชาธิบดีคอลิด บิน อับดุลอะซีซ อาล ซะอูดทายาทของพระองค์ ไม่ใช้ชื่อนี้[5] แต่หลังจากนั้นสมเด็จพระราชาธิบดีฟะฮัด บิน อับดุลอะซีซ อาล ซะอูด ก็ใช้ชื่อนั้นใหม่พร้อมกับคำนำหน้า "สมเด็จ"[9] สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อาล ซะอูด กษัตริย์องค์ปัจจุบัน ได้ใช้ชื่อเดียวกันหลังจากการสวรรคตของสมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลอฮ์ บิน อับดุลอะซีซ อาล ซะอูด เมื่อวันที่ 23 มกราคม ค.ศ.2015[2]

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 Wood, Paul (1 August 2005). "Life and legacy of King Fahd". BBC News. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 4 March 2016. สืบค้นเมื่อ 6 April 2011.
  2. 1 2 "Custodian of the Two Holy Mosques King Abdullah bin Abdulaziz". The Saudi Embassy in Tokyo, Japan. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 20 January 2011. สืบค้นเมื่อ 6 April 2011.
  3. Hopkins, Daniel J.; 편집부 (2001). Merriam-Webster's Geographical Dictionary. Merriam-Webster. p. 479. ISBN 0-87779-546-0. สืบค้นเมื่อ 17 March 2013.
  4. "The Five Most Influential Muslims in the World - British Muslim Magazine". 18 November 2022. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 28 July 2023. สืบค้นเมื่อ 28 July 2023.
  5. 1 2 Fakkar, Galal (27 January 2015). "Story behind the king's title". Arab News. Jeddah. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 4 August 2016. สืบค้นเมื่อ 27 June 2016.
  6. Emecen, Feridun (2009). "Selim I". TDV Encyclopedia of Islam, Vol. 36 (Sakal – Sevm) (ภาษาตุรกี). อิสตันบูล: Turkiye Diyanet Foundation, ศูนย์อิสลามศึกษา. pp. 413–414. ISBN 978-975-389-566-8.
  7. İlber Ortaylı, "Yavuz Sultan Selim" เก็บถาวร 14 พฤศจิกายน 2016 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, Milliyet (In Turkish)
  8. "İlber Ortaylı, "Surre alayı Topkapı Sarayı'ndan geçiyor"" [İlber Ortaylı, "The Surre procession passes through Topkapı Palace"]. Milliyet (ภาษาตุรกี). 20 April 2008. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 6 March 2016. สืบค้นเมื่อ 13 November 2016.
  9. "Fahad played pivotal role in development". Gulf Daily News. 2 August 2005. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 5 October 2013. สืบค้นเมื่อ 2 February 2013.