ผจญภัยแดนมหัศจรรย์ เอลโดราโด้

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ผจญภัยแดนมหัศจรรย์ เอลโดราโด้
The Road to El Dorado Poster.jpg
ใบปิดภาพยนตร์
กำกับEric "Bibo" Bergeron
Don Paul
เขียนบทPhilip LaZebnik
บทภาพยนตร์Ted Elliott
Terry Rossio
เนื้อเรื่องHugh Thomas (book)
อำนวยการสร้างBrook Breton
Bonne Radford
นักแสดงนำKevin Kline
Kenneth Branagh
Armand Assante
Edward James Olmos
Rosie Perez
and Jim Cummings
ตัดต่อJohn Carnochan
Dan Molina
ดนตรีประกอบ'Songs:
Elton John
Tim Rice (lyrics)
Score:
Hans Zimmer
John Powell
บริษัทผู้สร้าง
ผู้จัดจำหน่ายดรีมเวิกส์
วันฉาย31 มีนาคม ค.ศ. 2000 (2000-03-31)
ความยาว89 นาที
ประเทศสหรัฐอเมริกา
ภาษาอังกฤษ
ทุนสร้าง95 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายได้ในประเทศ:
$50,863,742
ต่างประเทศ:
$25,568,985
ทั่วโลก:
$76,432,727[1]

ผจญภัยแดนมหัศจรรย์ เอลโดราโด้ เป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นตลกของอเมริกา ปี ค.ศ. 2000 โดยดรีมเวิกส์ คุณสมบัติของเสียงเพลงซาวนด์แทรกซ์ โดยเอลตัน จอห์น และทิม ไรซ์ ทีมนักดนตรีจากเดอะ ไลออนคิง

เนื้อเรื่องย่อ[แก้]

ที่สเปนปี 1519 ทั้งสองนักต้มตุ๋น ชื่อ มิเกล (พากย์โดย Kenneth Branagh) และ ทูลิโอ (พากย์โดย Kevin Kline) ได้ชนะลูกเต๋าที่จะไปยังนครแห่งทองคำชื่อ เอลโดราโด้ พวกเขากล่าวหาว่าทั้งคู่ได้โกง ทั้งคู่ได้วิ่งหนีจากพวกทหารและไปหลบที่ถัง และถูกนำขึ้นไปบนเรือ ในตอนกลางคืนทั้งคู่จะหลบหนีแต่ได้พบกับลูกเรือที่อยู่บนเรือและถูกจับไปพิพากษาให้กับ เอร์นัน กอร์เตส (พากย์โดย Jim Cummings) เขาเป็นนักทำแผนที่ เขาจะเดินทางไปพิชิตโลกใหม่ และเขาสั่งให้จับทั้งคู่ไปขังที่เรือ ทั้งคู่หาทางหนีออกจากเรือแต่ไม่มีทางออกเลย มิเกลคิดได้ว่าแอปเปิลนี้จะล่อ อัลติโว ซึ่งเป็นม้าของกอร์เตส เพื่อที่จะเอากุญแจในการตอบแทน และได้ม้ามาร่วมทีมอีกตัว เมื่อทั้งคู่ออกมาจากเรือแล้วได้มาเจอเกาะแห่งหนึง มิเกลดูแผนที่เขามองหน้าตรงป่าและเขาเลยคิดว่าเป็น ดินแดนแห่งนครทองคำแห่งนี้แน่นอน ทั้งคู่ได้เดินทางผ่านป่าตลอดทุกพื้นที่ตามเครื่องหมายในแผนที่ และแล้วทั้งคู่ได้เจอศิลาใหญ่โตรูปคนขี่ม้า ทันใดนั้นหญิงสาววิ่งหนีจากน้ำตก เธอชื่อ เชล (พากย์โดย Rosie Perez) และได้เห็นทหารที่ติดตามเธอ เพราะเธอขโมยของจากวิหาร

พวกเขาเจอหัวหน้าทานนาบ็อค (พากย์โดย Edward James Olmos) และนักเวทย์ชั้นสูง เซกัลคาน (พากย์โดย Armand Assante) ในขณะที่ทานนาบ็อค ต้องรับอย่างอบอุ่น พวกเขาไปยังเมืองและเชื่อมั่นในพลังของพระเจ้าของพวกเขา

เซกัลคานได้คิดทำลายชาวเมืองโดยแผนของเขา โดยจะให้ผู้ช่วยได้ปรุงตำราต่าง ๆ ในขณะนั้นผู้ช่วยได้ปรุงส่วมผสมต่างๆอยู่ เซกัลคานได้เตะผู้ช่วยของเขาลงในบ่อปรุงยาส่วมผสมและปลุกรูปปั้นเสือจากัวร์ขนาดยักษ์มาโจมตีชาวเมือง พอสักพักเซกัลคานได้หยุดการควบคุมของการโจมรูปปั้นเสือจากัวร์ยักษ์ เป็นโอกาสที่ทั้งคู่ได้แผนทะเลาะกันและชกไปที่หน้าของเขาและทั้งคู่ช่วยกันมัดด้วยเถาวัลย์ และเขาเริ่มปลุกรูปปั้นเสือจากัวร์อีกครั้งและกระโดดสู่ผา และตกไปที่หลุมน้ำวน เซกัลคานได้โผล่ที่น้ำตกและไปเจอกับทหารสเปนที่เขาคิดว่าเป็นพระเจ้า และนำทางพวกเขาเอลโดราโด้ แล้ววันหนึ่งทั้งคู่ได้เริ่มออกจากนครทองคำด้วยทองคำเยอะมากมาย แต่แล้วพวกทหารในเอลโดราโด้แจ้งให้หัวหน้าทานาบ็อคทราบว่า เซลกัลคานยังไม่ตายพร้อมกับทหารสเปนและจะหาทางที่จะกำจัดเมืองเอลโดราโด้ให้พังย่อยยับ ทูลิโอได้แผนดีที่เขาจะทำลายเสาที่หน้าประตูทางออก และเสาก็พังลงมาทำให้เรือกระจายทำให้ทองคำทั้งหมดหายไป พวกเขาได้เห็นเซกัลคานและพวกทหารสเปนมาถึงที่นี่จนทั้ง 4 คนหลบซ่อนที่หลังก้อนหิน แต่เซกัลคานเสียใจที่หินได้ปิดทางเข้าไว้ทำให้ คอร์เตสเข้าใจผิดและจับตัวเขา และพวกเขาได้เริ่มการเดินทางครั้งใหม่

ผู้พากย์เสียง[แก้]

อ้างอิง[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]