ข้ามไปเนื้อหา

ป้ายทะเบียนรถของประเทศไทย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ป้ายทะเบียนรถของประเทศไทย
ป้ายทะเบียนมาตรฐานตามกฎหมาย
ประเทศ ไทย
รหัสประเทศT
รูปแบบปัจจุบัน
ขนาด150 มม. × 340 มม. 5.9 นิ้ว × 13.4 นิ้ว
รูปแบบตัวเลขไม่ได้กำหนดมาตรฐาน
สี (ด้านหน้า)สีดำบนพื้นขาว
สี (ด้านหลัง)สีดำบนพื้นขาว

ป้ายทะเบียนรถของประเทศไทย ออกโดยกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ต้องแสดงไว้ในรถทุกคัน (ยกเว้นของพระมหากษัตริย์ ตำรวจ และทหาร) ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 และพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ป้ายทะเบียนมีรูปแบบ สี และขนาดแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับประเภทของรถ แต่โดยทั่วไปจะแสดงหมายเลขทะเบียน (ซึ่งประกอบด้วยตัวอักษร 2 ตัวหรือตัวเลขนำหน้า และตัวเลข 4 หลัก) และจังหวัดที่จดทะเบียนรถคันนั้น รายละเอียดทางเทคนิคมีกำหนดไว้ในกฎกระทรวงคมนาคม รูปแบบปัจจุบันเริ่มใช้ในปี พ.ศ. 2518 สำหรับรถส่วนใหญ่ แต่มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยและสำหรับจักรยานยนต์ในปี พ.ศ. 2540

ลักษณะ

[แก้]

ป้ายทะเบียนรถทุกประเภทมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า แต่มีขนาดและสีแตกต่างกันไปตามประเภทของรถ ป้ายส่วนใหญ่จะแสดงหมายเลขทะเบียนรถซึ่งมักประกอบด้วยตัวอักษรไทยและหมายเลขอารบิก ส่วนจังหวัดที่จดทะเบียนรถจะแสดงอยู่ด้านล่าง[a] พื้นป้ายมีลักษณะสะท้อนแสง ตัวอักษรและตัวเลขถูกปั๊มนูนออกจากผิวหน้าของป้ายทะเบียน และป้ายทั้งหมดมีการปั๊มนูนด้วยตราประทับที่มีตัวอักษรย่อของกรมการขนส่งทางบก คือ "ขส" ป้ายทะเบียนรูปแบบปัจจุบันอยู่ภายใต้การควบคุมของประกาศกรมการขนส่งทางบก ลงวันที่ พ.ศ. 2554 สำหรับรถโดยสารและรถบรรทุก และตามกฎกระทรวงออกเมื่อ พ.ศ. 2554 สำหรับรถยนต์ประเภทอื่น[1][2]

  1. ยกเว้นอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ที่เป็นแห่งเดียวซึ่งสามารถจดทะเบียนป้ายเป็นชื่ออำเภอได้

ป้ายทะเบียนรถส่วนบุคคล

[แก้]

ป้ายทะเบียนรถยนต์ รถตู้ รถกระบะ รถสามล้อ รถพ่วง รถบดถนน รถแทรกเตอร์ และรถใช้งานเกษตรกรรม ล้วนใช้รูปแบบเดียวกัน คือมีขนาด 15 × 34 เซนติเมตร (5.9 × 13.4 นิ้ว) พื้นป้ายมีลักษณะสะท้อนแสง ตัวอักษรและตัวเลขถูกปั๊มนูนออกจากผิวหน้าของป้ายทะเบียน

หมายเลขทะเบียนประกอบด้วยตัวอักษรไทยหมวดละ 2 ตัว ตามด้วยหมายเลขอารบิกสูงสุด 4 หลัก ตั้งแต่ 1 ถึง 9999 โดยไม่มีเลขศูนย์นำหน้า ตัวอย่างเช่น "กข 1" หรือ "กข 1234" ในกรณีที่หมายเลขทะเบียนรูปแบบนี้ถูกออกใช้จนหมด อาจมีการเพิ่มตัวเลขด้านหน้าตัวอักษรได้ เช่น ในกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 เป็นต้นมา ป้ายทะเบียนจะใช้รูปแบบ "1กข 1234" ส่งผลให้ขนาดตัวอักษรของป้ายทะเบียนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 มีขนาดบางลง เพื่อคงขนาดของป้ายทะเบียนไว้

จังหวัดที่จดทะเบียนรถจะแสดงเป็นภาษาไทยใต้หมายเลขทะเบียน ยกเว้นจังหวัดยะลา ที่สามารถนำรถไปจดทะเบียนที่อำเภอเบตงได้ เนื่องจากมีระยะทางที่ห่างไกลจากอำเภอเมืองยะลา ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานขนส่ง

สีของตัวอักษรและพื้นหลังขึ้นอยู่กับประเภทของรถ โดยมีรายละเอียดตามตารางด้านล่าง:[1]

ประเภทรถสีพื้นหลังสีตัวอักษร พยัญชนะตัวแรกภาพตัวอย่าง
รถรับจ้างระหว่างจังหวัดเหลืองแดง
รถรับจ้างดำ ท ม
รถสามล้อเครื่อง (ตุ๊กตุ๊ก)เขียว
รถกระป๊อฟ้า
รถยนต์บริการธุรกิจ รถยนต์บริการทัศนาจร และรถยนต์บริการให้เช่าเขียวขาว ฌ ณ
รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง และรถกระบะ 4 ประตูขาวดำ ก ข ง จ ฉ ธ ฐ พ ภ ว ษ ศ ส ช ฌ ฎ ญ ฆ
รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 ที่นั่งฟ้า น ฬ อ ฮ
รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (รถกระบะ)เขียว บ ผ ย ร ล ป ณ ต ถ ฒ
รถสามล้อแดง
รถพ่วง รถบดถนน รถแทรกเตอร์ และรถใช้งานเกษตรกรรมแสดดำ ฆ ซ ต ถ

ป้ายทะเบียนกราฟิก (ประมูล)

[แก้]
ป้ายทะเบียนรถเลขสวย

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546[3][4] กรมการขนส่งทางบกได้ริเริ่มนำป้ายทะเบียนหมายเลขลักษณะพิเศษ ออกจำหน่ายผ่านระบบการประมูล โดยหมายเลขที่เปิดประมูล ได้แก่ เลขตัวเดียว (เช่น 1) เลขเรียงกัน (เช่น 11, 111, 1111) เลขลงท้ายด้วยเลขศูนย์ (เช่น 1000) เลขเรียงกันสามหรือสี่หลัก (เช่น 123, 1234) เลขคู่เหมือนกันสองคู่ (เช่น 1122, 1212, 1221)[3] ป้ายทะเบียนประเภทนี้จะมีลักษณะพิเศษ คือ มีพื้นหลังป้ายทะเบียนที่ออกแบบเฉพาะสำหรับแต่ละจังหวัด ป้ายทะเบียนเหล่านี้เรียกว่า "ป้ายประมูล" หรือ "ป้ายทะเบียนรถเลขสวย"[5] ทั้งนี้ ในช่วงแรก ป้ายทะเบียนประมูลมีเฉพาะรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเท่านั้น ต่อมาในปี พ.ศ. 2557 กรมการขนส่งทางบกได้อนุญาตให้รถกระบะส่วนบุคคลและรถตู้ส่วนบุคคล สามารถเข้าร่วมประมูลป้ายทะเบียนพิเศษได้เช่นกัน[6][7]

ในปี พ.ศ. 2557 ป้ายทะเบียน "1กก 1111 กรุงเทพมหานคร" ประมูลได้ในราคา 25,000,000 บาท[8][9] ซึ่งถือเป็นราคาที่สูงมากจนกรมการขนส่งทางบกอนุญาตให้ผู้ซื้อออกแบบพื้นหลังป้ายทะเบียนเองได้[10] ต่อมาในวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2563 ป้ายทะเบียน "8กก 8888 กรุงเทพมหานคร" ได้ทำลายสถิติราคาประมูลไปด้วยราคา 28,100,000 บาท[11] และล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2565 การประมูลป้ายทะเบียนรถเลขสวยหมวด 9 กก คือ "9กก 9999 กรุงเทพมหานคร" ได้กลายเป็นป้ายทะเบียนประมูลที่ราคาแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย ด้วยราคา 45,090,000 บาท[12]

ในปี พ.ศ. 2564 กรมการขนส่งทางบกได้เปิดเผยแผนการออกป้ายทะเบียนอักษรส่วนบุคคลสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลประเภทประมูล โดยตัวอักษรชุดพิเศษนี้สามารถเป็นคำหรือชื่อบุคคลที่เขียนด้วยอักษรไทย ซึ่งมีความยาวมากกว่าป้ายทะเบียนมาตรฐาน 2-3 ตัวอักษร และสามารถใช้วรรณยุกต์ได้อีกด้วย[13][14] การประมูลป้ายทะเบียนอักษรส่วนบุคคลครั้งแรก จัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2565 โดยมีป้ายทะเบียนกรุงเทพมหานครจำนวน 84 ชุด ส่วนใหญ่เป็นคำมงคลและหมายเลขมงคล นอกจากนี้ ยังมีป้ายทะเบียนที่มีชื่อหรือชื่อเล่นผสมกับหมายเลขอีกด้วย[15]

หมวดอักษร

[แก้]

ป้ายทะเบียนรถยนต์ของประเทศไทยมีการกำหนดหมวดอักษรเพื่อระบุประเภทของรถ เมื่อกรมการขนส่งทางบกจดทะเบียนรถยนต์ประเภทนั้น ๆ จนครบทั้งหมด 9,999 หมายเลขแล้ว ก็จะเริ่มต้นใช้หมวดอักษรชุดใหม่ ในกรณีที่หมวดอักษรชุดเดิมหมดลง กรมการขนส่งทางบกก็จะใช้ตัวเลขนำหน้าตัวอักษรชุดเดิม เช่น 1กก, 1กข...

รถยนต์ส่วนบุคคล เริ่มต้นด้วย , , , , , , , , , , , , , , , , และ (กรุงเทพมหานครใช้ กก (1ก ของป้ายทะเบียนแบบเก่า) – พล (9ณ ของป้ายทะเบียนแบบเก่า) สำหรับการเปลี่ยนจากป้ายทะเบียนแบบเก่ามาเป็นแบบใหม่)

ป้ายทะเบียนรถยนต์ส่วนบุคคลแบบเก่า เริ่มต้นด้วย , , , , , , , , , , , , , , , .

รถกระบะส่วนบุคคล เริ่มต้นด้วย , , , , , , , , และ

รถตู้ เริ่มต้นด้วย , , และ .

รถแท็กซี่สาธารณะ เริ่มต้นด้วย (เรียงตามลำดับ ทค, ทง, ทจ, ทฉ, ทต, ทท, ทธ, ทน, ทพ, ทม, ทย, ทร, ทล, ทว, ทศ, ทษ, ทส, ทห, ทฬ, ทอ และ ทฮ), (ทก, ทข ใช้สำหรับรถแท็กซี่ส่วนบุคคลแบบไม่ติดมิเตอร์ ที่ได้รับใบอนุญาตแบบถาวร ปัจจุบันหยุดการออกใบอนุญาตประเภทนี้แล้ว)

รถแท็กซี่สีเหลือง–เขียวสาธารณะ เริ่มต้นด้วย (เรียงตามลำดับ มก, มข, มค, มง, มจ, มฉ, มช, มฎ, 1มก, 1มข, 1มค, 1มฆ…)

รถสองแถวสาธารณะ เริ่มต้นด้วย

รถตุ๊ก ๆ เริ่มต้นด้วย (เฉพาะ ศข) และ (เฉพาะ สก และ สข)

ป้ายทะเบียนรถบางประเภทที่มีเริ่มต้นด้วย , บนพื้นหลังสีเขียว ตัวอักษรสีขาว ใช้สำหรับรถบริการ

รถบดถนน เริ่มต้นด้วย รถแทรกเตอร์ และรถใช้งานเกษตรกรรม เริ่มต้นด้วย รถอีแต๋น เริ่มต้นด้วย ส่วนรถบ้านหรือรถที่มีไว้สำหรับลากจูง เริ่มต้นด้วย

กรมการขนส่งทางบกจะประกาศหมวดอักษรประจำป้ายทะเบียนรถใหม่เป็นชุด ๆ นายทะเบียนประจำจังหวัดแต่ละแห่งจะทำการจดทะเบียนรถใหม่ตามหมวดอักษรชุดล่าสุดที่ได้รับแจ้งจนกว่าจะครบ 9,999 หมายเลข จากนั้นจึงจะเปลี่ยนไปใช้หมวดตัวอักษรชุดถัดไป ทั้งนี้ ตัวอักษรที่มีลักษณะคล้ายกันจนอาจทำให้เกิดความสับสน รวมถึงหมวดอักษรที่มีความหมายไม่สุภาพจะถูกยกเว้นการใช้ เช่น งง ชน ตด นม ศพ

ป้ายทะเบียนในอดีต

[แก้]

แม้ป้ายทะเบียนรถน่าจะถูกนำมาใช้ตั้งแต่มีการประกาศใชัพระราชบัญญัติรถยนต์ ร.ศ. 128 (พ.ศ. 2453) แต่กฎหมายฉบับแรกที่มีรายละเอียดให้ศึกษาได้อย่างชัดเจนที่สุดคือกฎหมายที่ประกาศใช้ในปี พ.ศ. 2510 ขนาดของป้ายทะเบียนถูกกำหนดให้กว้าง 11 เซนติเมตร ยาว 39 เซนติเมตร โดยมีตัวอักษรสีขาวบนพื้นหลังสีดำ[16] ด้านซ้ายของป้ายแสดงอักษรย่อจังหวัด 2 ตัวเรียงกันในแนวตั้ง และด้านขวาแสดงหมายเลขทะเบียน ซึ่งประกอบด้วยตัวเลข 5 หลัก หรือ อักษร 1 ตัวตามด้วยตัวเลข 4 หลัก ตัวอย่างเช่น "(ก.ท.) 01234" หรือ "(ก.ท.) ก-0123" ต่อมาในปี พ.ศ. 2518 ได้มีการเปลี่ยนมาใช้ป้ายทะเบียนขนาด 15 × 30 เซนติเมตร โดยมีพื้นหลังสีขาว ตัวอักษรสีดำ[16] หมายเลขสำหรับรถที่จดทะเบียนในกรุงเทพมหานครก็มีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน โดยประกอบด้วยตัวเลข 1 ตัว ตามด้วยตัวอักษร 1 ตัว แล้วตามด้วยเครื่องหมายขีด และตัวเลข 4 ตัว ตัวอย่างเช่น "1ก-0123" และระบุชื่อจังหวัดเต็มไว้ใต้หมายเลขดังกล่าวเช่นเดียวกับระบบปัจจุบัน หมายเลขทะเบียนรถเดิมนั้นมีการแสดงเลขศูนย์นำหน้า ซึ่งได้ถูกตัดออกไปพร้อมกับเครื่องหมายขีดเมื่อมีการนำรูปแบบปัจจุบันมาใช้ในปี พ.ศ. 2540

ป้ายทะเบียนจักรยานยนต์

[แก้]
ป้ายทะเบียนจักรยานยนต์รุ่นปัจจุบัน

ป้ายทะเบียนจักรยานยนต์มีขนาด 17.2 × 22 เซนติเมตร มีเส้นขอบล้อมรอบ ข้อมูลต่าง ๆ ถูกแสดงใน 3 แถวแนวนอน แถวบนสุดแสดงอักษรชุด และตัวเลขนำ เช่น "1กข" ส่วนแถวล่างแสดงหมายเลขซึ่งมีได้มากที่สุด 4 หลัก เช่น "1234" ส่วนแถวกึ่งกลางระบุจังหวัดที่จดทะเบียนรถ[a] ตัวอักษรเป็นสีดำบนพื้นหลังสีขาวสำหรับจักรยานยนต์ส่วนบุคคล และสีเหลืองสำหรับจักรยานยนต์รับจ้าง[1]

ป้ายทะเบียนรถทางการทูต

[แก้]
ป้ายของสมาชิกในคณะผู้แทนทางกงสุล

ป้ายทะเบียนรถที่ออกให้แก่สมาชิกคณะผู้แทนทางการทูต องค์กรระหว่างประเทศ หรือหน่วยงานเฉพาะกิจของสหประชาชาติที่ประจำอยู่ในประเทศไทย มีขนาด 11 x 38.7 เซนติเมตร โดยมีรูปแบบ "ท 01 - 1234" ด้านบนซ้ายเป็นตัวอักษรแสดงสถานะของผู้จดทะเบียน ประกอบด้วย

  • "ท" สำหรับ สมาชิกในคณะผู้แทนทางการทูต
  • "พ" สำหรับ สมาชิกในหน่วยงานพิเศษของสถานทูต
  • "ก" สำหรับ สมาชิกในคณะผู้แทนทางกงสุล
  • "อ" สำหรับ สมาชิกในองค์การระหว่างประเทศหรือทบวงการชํานัญพิเศษสหประชาชาติในประเทศไทย

ขณะที่ด้านล่างซ้ายเป็นรหัสตัวเลขแสดงประเทศหรือองค์กร ด้านขวาเป็นหมายเลขลำดับสูงสุดสี่หลัก โดยมีเส้นแนวนอนคั่นอยู่ตรงกลาง ป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์มีลักษณะคล้ายกัน แต่มีขนาด 9 x 27 เซนติเมตร (3.5 x 10.6 นิ้ว) ป้ายทะเบียนที่ออกให้แก่เจ้าหน้าที่ทางการทูตมีสีดำบนพื้นขาว ป้ายทะเบียนที่ออกให้แก่กงสุลกิตติมศักดิ์มีสีดำบนพื้นเทา และป้ายทะเบียนอื่น ๆ มีสีขาวบนพื้นฟ้าอ่อน[17]

ป้ายทะเบียนรถโดยสารและรถบรรทุก

[แก้]

หมายเลขทะเบียนประกอบด้วยตัวเลขหมวดละ 2 ตัว มีขีดคั่นกลาง ตามด้วยหมายเลขอารบิก 4 หลัก ตั้งแต่ 0001 ถึง 9999 ตัวอย่างเช่น "10-0001" หรือ "81-1234" ในกรณีที่หมายเลขทะเบียนรูปแบบนี้ถูกออกใช้จนหมด อาจมีการเพิ่มตัวเลขด้านหน้าได้ เช่น ในกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2567 เป็นต้นมา ป้ายทะเบียนในหมวดรถบรรทุกไม่ประจำทางจะใช้รูปแบบ "700-1234" ส่งผลให้ขนาดตัวอักษรของป้ายทะเบียนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2567 มีขนาดเล็กลง เพื่อคงขนาดของป้ายทะเบียนไว้

หมวดทะเบียนรถโดยสารและรถบรรทุกว่าด้วยพระราชบัญญัติ​การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีเลขหมวดทะเบียนรถดังนี้

  • 10-19 รถโดยสารประจำทาง
  • 20-29 รถโดยสารขนาดเล็ก (ปัจจุบัน​ไม่ค่อยพบเห็นแล้ว)
  • 30-35 รถโดยสารไม่ประจำทาง
  • 36-39 รถโดยสารไม่ประจำทาง มาตรฐาน​ 2 จ (รถตู้)
  • 40-49 รถโดยสารส่วนบุคคล
  • 50-59 รถบรรทุกส่วนบุคคล (เดิมเป็นหมวดของรถโดยสารส่วนบุคคล แต่เลขหมวดของรถบรรทุกส่วนบุคคล 80-99 จดเต็มหมดแล้ว ทางขนส่งเลยใช้เลขนี้แทน)
  • 60-69 รถบรรทุกไม่ประจำทาง (เดิมเป็นเลขหมวดของรถบรรทุกประจำทาง)
  • 70-79 รถบรรทุกไม่ประจำทาง
  • 81-99 รถบรรทุกส่วนบุคคล
  • 700 เป็นต้นไป รถบรรทุก​ไม่ประจำทาง (เนื่องจากเลขหมวดของรถบรรทุก​ไม่ประจำทาง 70-79 , 60-69 ของกรุงเทพมหานคร จดเต็มหมดแล้ว ทางขนส่งเลยบัญญัติเลขนี้มาแทน ซึ่งเริ่มใช้ตั้งแต่เดือน พฤษภาคม​ พ.ศ. 2567 เป็นต้นไป)

การใช้งานพิเศษ

[แก้]

ป้ายทะเบียนรถทดสอบ

[แก้]

ป้ายทะเบียนรถที่มีคำนำหน้า TC ใช้สำหรับรถยนต์ทดสอบก่อนการผลิต ในขณะที่ป้ายทะเบียนรถที่มีคำนำหน้า QC ใช้สำหรับรถยนต์ทดสอบคุณภาพก่อนการจำหน่าย โดยเริ่มใช้มาตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2560

ป้ายทะเบียนเหล่านี้มีดีไซน์เหมือนกับป้ายทะเบียนรถยนต์ส่วนบุคคลทุกประการ โดยใช้พื้นหลังสีขาวสะท้อนแสง มีตัวอักษรนูน และตราสัญลักษณ์กรมการขนส่งทางบก บรรทัดบนสุดเริ่มต้นด้วยคำนำหน้า TC หรือ QC ตามด้วยตัวเลขไม่เกินสี่หลัก และบรรทัดล่างแสดงจังหวัดที่จดทะเบียน ป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ใช้รูปแบบเดียวกันกับป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์มาตรฐาน โดยมีคำนำหน้าและตัวเลขอยู่บนบรรทัดบนสุด และจังหวัดอยู่บนบรรทัดที่สอง

แผ่นป้ายเหล่านี้ออกให้เฉพาะผู้ผลิตที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น และไม่เหมือนกับแผ่นป้ายการค้าชั่วคราวหรือแผ่นป้ายการเดินทางระหว่างประเทศ[18][19]

ป้ายทะเบียนรถสำหรับเดินทางระหว่างประเทศ

[แก้]
ป้ายทะเบียนไทยชั่วคราว
ป้ายทะเบียนรถยนต์ของไทยปกติ โดยมีคำแปลเป็นภาษามาเลเซียอยู่ด้านล่างของป้ายทะเบียน

นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 ป้ายทะเบียนรถยนต์ส่วนบุคคลที่สามารถเดินทางไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้นั้น สามารถขอรับได้จากกรมการขนส่งทางบก โดยมีค่าธรรมเนียม ตัวอักษรนำหน้าจะถูกแปลงโดยการจับคู่รหัสเป็นตัวอักษรโรมันสองถึงสามตัวตามลำดับตัวอักษรไทย โดยป้ายทะเบียน 7 ตัวอักษรจะได้รับรหัสเฉพาะสำหรับทุกชุดตัวอักษร 3 ตัวแรกที่เป็นไปได้ ซึ่งรวมถึงตัวอักษร ร, ฑ, ​​ฒ และ ญ ชื่อประเทศ THAILAND จะแสดงเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ด้านล่างหมายเลขทะเบียน และรหัสจังหวัดจะแสดงอยู่ด้านล่างขวา ป้ายทะเบียนเป็นสีดำบนพื้นขาว จำเป็นต้องใช้ป้ายทะเบียนเหล่านี้สำหรับการเดินทางไปยังมาเลเซีย สิงคโปร์ กัมพูชา เวียดนาม ลาว เมียนมาร์ และจีน อย่างไรก็ตาม จะต้องนำป้ายทะเบียนเหล่านี้ออกเมื่อเดินทางกลับประเทศไทย เนื่องจากผิดกฎหมายสำหรับการใช้งานในประเทศไทย[20]

ตารางต่อไปนี้แสดงรายการคำแปลอย่างเป็นทางการของอักษรไทยแต่ละตัวเป็นอักษรละตินสำหรับป้ายทะเบียนรถไทย 6 หลัก:

A B C D E F G H I J K L M
N O P Q R S T U V W X Y Z
1 2 3 4 5 6 7 8 9 11 12 13 14
ญญ ฒฒ ฆฆ ญฒ ฒญ ฆญ ฆฒ
V1 V2 V3 V4 V5 V6 V7

ตัวอย่างป้ายทะเบียนรถไทย 6 หลัก เมื่อแปลงเป็นป้ายทะเบียนรถละติน มีดังนี้:

ไทย ละติน
กล 2000 A1 2000
ดต 350 LM 350
ฒศ 45 123 45
ศฒ 5 312 5
ญญ 2626 V1 2626
ฆฒ 7777 V7 7777

รหัสจดทะเบียนรถยนต์ระหว่างประเทศในปัจจุบันของประเทศไทย ซึ่งเริ่มใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2497 คือ "T"

ป้ายที่ไม่ใช่ของกรมการขนส่งทางบก

[แก้]

อำนาจของกรมการขนส่งทางบก ไม่ครอบคลุมยานพาหนะที่ใช้โดย พระมหากษัตริย์ ตำรวจ สำนักพระราชวัง หรือกองทัพไทย[21][22] ยานพาหนะเหล่านี้มีป้ายทะเบียนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลขององค์กรที่เกี่ยวข้อง

สำนักพระราชวัง

[แก้]
ทะเบียนราชยานยนต์หลวง

รถยนต์ที่อยู่ในความครอบครองของสำนักพระราชวังจะมีป้ายทะเบียนที่ประกอบด้วยตัวอักษร ร.ย.ล. (ย่อมาจาก ราชยานยนต์หลวง) และหมายเลขทะเบียน โดยปกติจะเป็นสีขาวบนพื้นสีดำ ส่วนรถยนต์ที่พระมหากษัตริย์ทรงเป็นเจ้าของโดยปกติจะมีป้ายทะเบียนมาตรฐาน แต่จะมีคำนำหน้าหมายเลขที่สงวนไว้คือ "1ด" หรือ "ดส"

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

[แก้]
ทะเบียนรถจักรยานยนต์ตำรวจ

รถยนต์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มักจะมีป้ายทะเบียนที่มีตราสัญลักษณ์ตำรวจ คือพระแสงดาบเขนและโล่ ตามด้วยหมายเลขทะเบียน โดยมีสีขาวบนพื้นสีแดงเข้ม

กองทัพไทย

[แก้]
ป้ายทะเบียนยานยนต์สงครามของนาวิกโยธิน กองทัพเรือ
ป้ายทะเบียนยานยนต์สงคราม กองทัพบก

ยานพาหนะทางทหารมีป้ายทะเบียนที่มีหมายเลขทะเบียนนำหน้าด้วยตราสัญลักษณ์ของเหล่าทัพนั้น ๆ สำหรับยานยนต์สงครามใช้ป้ายสีแดงบนพื้นขาว ในขณะที่ยานยนต์ปกติไม่ใช่ยานยนต์สงครามมีป้ายสีขาวบนพื้นดำ[23]

สำหรับสัญลักษณ์แต่ละแบบนั้น ประกอบไปด้วย[23]

  • จักร สมอและปีก — สำหรับรถของส่วนราชการที่ไม่ขึ้นกองทัพ เช่น กองบัญชาการกองทัพไทย
  • จักร — สำหรับรถของกองทัพบก
  • สมอ — สำหรับรถของกองทัพเรือ
  • ปีกกับดาว — สำหรับรถของกองทัพอากาศ

หมายเหตุ

[แก้]
  1. คาดว่าจะเริ่มใช้ระบบดังกล่าวในปี พ.ศ. 2556 โดยปัจจุบันทะเบียนจักรยานยนต์จะมีรูปแบบเป็น "กขค 123"

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 3 กฎกระทรวง กำหนดขนาด ลักษณะ และสีของแผ่นป้ายทะเบียนรถ และการแสดงแผ่นป้ายทะเบียนรถและเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี พ.ศ. 2554 [Ministerial regulation specifying the dimensions, appearances and colors of vehicle registration plates and the display of vehicle registration plates and annual tax payment marks, B.E. 2554] (PDF). Royal Thai Government Gazette. 128 (45 A): 6–12. 8 มิถุนายน 2011. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ (PDF) เมื่อ พฤศจิกายน 13, 2017.{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  2. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดลักษณะ ขนาด สีของแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถ และการแสดงแผ่นป้ายและเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี พ.ศ. 2554 [Notification of the Department of Land Transport on specification of dimensions, appearances and colors of vehicle registration plates and the display of vehicle registration plates and annual tax payment marks, B.E. 2554] (PDF). Royal Thai Government Gazette. 128 (44 D special): 52–53. 19 มกราคม 2011. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ (PDF) เมื่อ มีนาคม 4, 2016.{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  3. 1 2 กฎกระทรวง กำหนดหมายเลขทะเบียนซึ่งเป็นที่ต้องการหรือเป็นที่นิยม เพื่อนำออกเปิดประมูลเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2546 [Ministerial regulation specifying registration numbers of high demand or popularity for general auction, B.E. 2546] (PDF). Royal Thai Government Gazette. 120 (75A): 14. 8 สิงหาคม 2003. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ (PDF) เมื่อ ตุลาคม 19, 2014.{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  4. เลขมงคลทำเงินพันล้าน [Auspicious numbers makes billions]. Post Today. 2014-10-05. สืบค้นเมื่อ 2014-10-10.[ลิงก์เสียถาวร]
  5. ข่าวประชาสัมพันธ์. the Department of Land Transport (DLT) of the Ministry of Transport (Thailand). ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2016-01-14. สืบค้นเมื่อ 2016-01-14.
  6. "Home" เปิดประมูลทะเบียนรถตู้-รถกระบะ [Pick-up and van plates auction opened]. Daily News (Thailand). 2014-08-13. สืบค้นเมื่อ 2014-10-10.
  7. ขนส่งฯ เปิดประมูลทะเบียนรถตู้-กระบะ เริ่ม 13 ส.ค. [DLT open pick-up and van plates auction in August 13]. Thai Rath. 2014-08-12. สืบค้นเมื่อ 2014-10-10.
  8. Amornrat Mahitthirook (2014-09-30). "Student pays B25m for 'lucky' licence plate". Bangkok Post. สืบค้นเมื่อ 2014-10-02.
  9. "Real estate heir wins car licence plate bid at 25 million baht". Thai PBS. 2014-09-30. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2014-10-06. สืบค้นเมื่อ 2014-10-02.
  10. รถ5แสนติดทะเบียน25ล้าน หนุ่มเจ้าของโอ่ไม่แพง [A 500,000 baht car use 25 million baht license plate. Young man, the owner, said it's not expensive.]. Thai Rath. 2014-10-01. สืบค้นเมื่อ 2014-10-02.
  11. "ทุบสถิติแพงสุด! "แพทย์หญิง"ควัก 28 ล้าน ซื้อทะเบียนรถ "8กก8888"" [Break the record for the most expensive! "Female physician" pays 28 million, buys car license plate "8กก8888"]. Matichon. 2020-10-10. สืบค้นเมื่อ 2021-02-04.
  12. "สถิติใหม่ เกิดขึ้นแล้ว! ประมูลป้ายทะเบียนเลขสวย '9กก 9999' กทม. จบที่ 45 ล้านบาท" [A new record has been set! Auction of beautiful number plate '9กก 9999' Bangkok ended at 45 million baht]. Matichon. 2022-12-10. สืบค้นเมื่อ 2022-12-10.
  13. "Personalized license plates coming to Thailand". Coconuts Bangkok. 2021-02-03. สืบค้นเมื่อ 2021-02-04.
  14. "ป้ายทะเบียนรถ ให้ใส่ชื่อเจ้าของ มาพร้อม "เลขสวย" ผ่านวิธีการประมูล". Thairath. 2021-02-03. สืบค้นเมื่อ 2021-02-04.
  15. "เปิด10 อันดับป้ายทะเบิยนพิเศษ ประมูล 7 เม.ย "รวย9999"ฮอตสุด ลงชื่อชิง 18 ราย" [Revealed the top 10 special license plates, auction 7 April. "รวย9999" (Rich9999) is the hottest, with 18 registered bidders.]. ASTV Manager. 2021-04-06. สืบค้นเมื่อ 2021-04-07.
  16. 1 2 เก่งกรีฑาพล, ประพิม (17 กันยายน 2012). "Home" ป้ายทะเบียนรถใหม่ "1กก"ใช้ได้อีก157ปี [New registration plate "1กก" to last 157 years]. Daily News.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  17. กฎกระทรวง กำหนดขนาด ลักษณะ และสีของแผ่นป้ายทะเบียนรถ และการแสดงแผ่นป้ายทะเบียนรถและเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี พ.ศ. 2554 [Ministerial regulation specifying the dimensions, appearances and colors of vehicle registration plates and the display of vehicle registration plates and annual tax payment marks, B.E. 2554] (PDF). Royal Thai Government Gazette. 128 (45 A): 6–12. 8 มิถุนายน 2011. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ (PDF) เมื่อ พฤศจิกายน 13, 2017.{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  18. "ว่าด้วยเรื่องป้ายทะเบียน TC, QC". สำนักงานขนส่งจังหวัดจันทบุรี. สืบค้นเมื่อ 2025-11-24.[ลิงก์เสียถาวร]
  19. "ประกาศกรมการขนส่งทางบก" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 2017-03-30. น. 9–11. สืบค้นเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2025.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  20. ธารทิพย์ (18 มีนาคม 2011). กรมการขนส่งทางบก เตือน ! เจ้าของรถที่ใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถภาษาอังกฤษในประเทศไทยหรือติดแผ่นป้ายที่สั่งทำเอง มีความผิด โทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท พร้อมปรับปรุงระเบียบการออกเอกสารและครื่องหมายกำกับรถในการนำรถไปใช้ระหว่างประเทศ ให้เหมาะสมกับการใช้งานยิ่งขึ้น (PDF) (ข่าวประชาสัมพันธ์). Department of Land Transport. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ (PDF) เมื่อ 16 ตุลาคม 2014. สืบค้นเมื่อ 7 พฤศจิกายน 2012.{{cite press release}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  21. พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 [Motor Vehicle Act, B.E. 2522] (PDF). ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ (PDF) เมื่อ 2011-02-03. สืบค้นเมื่อ 2012-11-07.
  22. "พระราชบัญญัติรถยนตร์ทหาร พุทธศักราช 2476" [Military Vehicle Act, B.E. 2476] (PDF). ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ (PDF) เมื่อ 2023-10-24. สืบค้นเมื่อ 2026-05-14.
  23. 1 2 "เครื่องหมายพิเศษที่รถยนต์ทหาร - คลังสารสนเทศรัฐสภา". PRT. สืบค้นเมื่อ 2026-05-14.