ข้ามไปเนื้อหา

น้ำประสานทอง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
น้ำประสานทอง/บอแรกซ์
Borax crystals
Ball-and-stick model of the unit cell of borax decahydrate
ชื่อ
IUPAC name
disodium;3,7-dioxido-2,4,6,8,9-pentaoxa-1,3,5,7-tetraborabicyclo[3.3.1]nonane;decahydrate[1]
ชื่ออื่น
  • Borax decahydrate
  • Sodium borate decahydrate
  • Sodium tetraborate decahydrate
  • Sodium tetrahydroxy tetraborate hexahydrate
เลขทะเบียน
3D model (JSmol)
ChEBI
ChEMBL
เคมสไปเดอร์
EC Number
เลขอี E285 (preservatives)
KEGG
RTECS number
  • VZ2275000
UNII
  • InChI=1S/B4O7.2Na.10H2O/c5-1-7-3-9-2(6)10-4(8-1)11-3;;;;;;;;;;;;/h;;;10*1H2/q-2;2*+1;;;;;;;;;;
    Key: CDMADVZSLOHIFP-UHFFFAOYSA-N
  • InChI=1/B4O7.2Na.10H2O/c5-1-7-3-9-2(6)10-4(8-1)11-3;;;;;;;;;;;;/h;;;10*1H2/q-2;2*+1;;;;;;;;;;
    Key: CDMADVZSLOHIFP-UHFFFAOYAP
  • [Na+].[Na+].O0B(O)O[B-]1(O)OB(O)O[B-]0(O)O1.O.O.O.O.O.O.O.O
คุณสมบัติ
Na2B4O5(OH)4·8H2O
มวลโมเลกุล 381.36 g·mol−1
ลักษณะทางกายภาพ ของแข็งผลึกสีขาวหรือไม่มีสี
ความหนาแน่น 1.73 g/cm3 (decahydrate, solid)[2]
จุดหลอมเหลว 743 องศาเซลเซียส (1,369 องศาฟาเรนไฮต์; 1,016 เคลวิน) (anhydrous)[2]
75 °C (decahydrate, decomposes)[2]
จุดเดือด 1,575 องศาเซลเซียส (2,867 องศาฟาเรนไฮต์; 1,848 เคลวิน) (anhydrous)[2]
31.7 g/L [2]
−85.0·10−6 cm3/mol (anhydrous)[2]:p.4.135
n1=1.447, n2=1.469, n3=1.472 (decahydrate)[2]:p.4.139
โครงสร้าง[3]
Monoclinic, mS92, No. 15
C2/c
2/m
a = 1.1885 nm, b = 1.0654 nm, c = 1.2206 nm
α = 90°, β = 106.623°°, γ = 90°
1.4810 nm3
4
เภสัชวิทยา
S01AX07 (WHO)
ความอันตราย
GHS labelling:
The health hazard pictogram in the Globally Harmonized System of Classification and Labelling of Chemicals (GHS)
H360
P201, P308+P313
NFPA 704 (fire diamond)
NIOSH (US health exposure limits):
PEL (Permissible)
ไม่มี[5]
REL (Recommended)
TWA 1 mg/m3 (anhydrous and pentahydrate)[5][6]
TWA 5 mg/m3 (decahydrate)[7]
IDLH (Immediate danger)
N.D.[5]
สารประกอบอื่นที่เกี่ยวข้องกัน
แอนไอออนอื่น ๆ
Sodium aluminate
แคทไอออนอื่น ๆ
Lithium tetraborate
สารประกอบที่เกี่ยวข้อง
Boric acid, sodium perborate
หากมิได้ระบุเป็นอื่น ข้อมูลข้างต้นนี้คือข้อมูลสาร ณ ภาวะมาตรฐานที่ 25 °C, 100 kPa

น้ำประสานทอง หรือ บอแรกซ์ เป็นสารประกอบที่สำคัญของโบรอน ชื่อทางเคมี โซเดียมโบเรท ชื่อสามัญ น้ำประสานทอง หรือผงเนื้อกรอบ หรือเพ่งแซ เมื่อถ้าอยู่ในรูปผลึกบริสุทธิ์จะไม่มีสี ถ้านำไปเผาต่อจนไม่มีน้ำอยู่ในโมเลกุลจะเรียกน้ำประสานทองสะตุ เป็นผงมีสีขาว ละลายน้ำได้ง่าย มีรสขมเล็กน้อย

การใช้งาน

[แก้]

บอแรกซ์เป็นสารสีขาวเป็นผงหรือที่เรียกว่าโซเดียมบอเรต โซเดียมเตตระบอเรตหรือไดโซเดียมเตตระบอเรต มีการใช้กันอย่างแพร่หลายในฐานะน้ำยาทำความสะอาดในครัวเรือนและสารเพิ่มคุณภาพสำหรับน้ำยาซักผ้า เป็นส่วนผสมของโบรอน โซเดียม และออกซิเจน และมีการใช้ในการเชื่อมทองตามชื่อน้ำประสานทอง

บอแรกซ์ที่ใช้ในฐานะน้ำประสานทองจะพบได้ในธรรมชาติ มีมากในประเทศอินเดีย เนปาล ทิเบต และจีน ส่วนที่ใช้ในไทย นำเข้ามาจาก 2 แหล่ง คือ จากอินเดีย เรียก น้ำประสานทองเทศ และ จากจีน เรียก น้ำประสานทองจีน ซึ่งในการทำทองรูปพรรณจะมีการใช้คุณสมบัติของสารเคมีชนิดหนึ่งมาทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมทองคำบริสุทธิ์ให้เป็นเนื้อเดียวกัน สารเคมีตัวนั้น ก็คือ น้ำประสานทอง นั่นเอง

บอแรกซ์ถูกใช้เป็นส่วนผสมในอาหารมาตั้งแต่ยุคโบราณ[8]โดยเฉพาะใช้ในการถนอมอาหาร บอแรกซ์สามารถใช้แทนเกลือแกงในกรณีที่ไม่ต้องการให้มีรสเค็ม เช่นใช้ดองไข่ปลาคาร์เวียร์เป็นต้น ชาวเอเชียบางประเทศนิยมใส่ในแป้งให้เหนียวกรุบ ใส่ในลูกชิ้นทำให้เนื้อเหนียวเด้ง ประวัติการใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารที่ยาวนานนับพันปี

บอแรกซ์จะมีลักษณะเป็นผลึกใสหรือเป็นผงสีขาว ไม่มีกลิ่น รสหวาน ถ้านำไปผ่านความร้อนแบบรวดเร็วที่อุณหภูมิประมาณ 75 องศาเซลเซียสจะละลายกลายเป็นน้ำ แต่ถ้าเผาที่ความร้อน 350 องศาเซลเซียสจะไม่มีน้ำอยู่ในโมเลกุล เรียกว่า "น้ำประสานทองสะตุ" การนำน้ำประสานทองไปสะตุในอุณหภูมิที่สูงโดยตั้งเตาด้วยแกลบ จุดไฟและเผาผ่านหม้อดิน หรือการก่อไฟด้วยแกลบ จะให้ความร้อนที่อุณหภูมิสูงมาก แต่หากสะดวกจะใช้ถ่าน หรือเชื้อเพลิงชนิดอื่นๆ ก็สามารถใช้ได้


การใช้สารบอแรกซ์ในครัวเรือน

[แก้]

สารบอแรกซ์มีประโยชน์หลายอย่างในตัวมันเอง แถมยังเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์อื่นๆ ด้วย ต่อไปนี้คือการใช้ผงบอแรกซ์และบอแรกซ์บริสุทธิ์ในน้ำ

  • ยาฆ่าแมลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงสาบและป้องกันมอด (สารละลาย 10 เปอร์เซ็นต์สำหรับผ้าขนสัตว์)
  • ยาฆ่าเชื้อรา
  • สารกำจัดวัชพืช
  • สารดูดความชื้น
  • น้ำยาซักผ้า
  • น้ำยาทำความสะอาดในครัวเรือน
  • น้ำยาปรับสภาพน้ำ
  • วัตถุเจือปนอาหารเป็นสารกันบูด (ห้ามในบางประเทศ)

บอแรกซ์เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกหลายอย่าง ได้แก่:

  • บัฟเฟอร์โซลูชั่น
  • สารหน่วงไฟ
  • ผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟัน
  • แก้ว เซรามิก และเครื่องปั้นดินเผา
  • เคลือบอีนาเมล
  • สารตั้งต้นของกรดบอริก
  • โครงงานวิทยาศาสตร์ เช่น ไฟสีเขียวเมือกและผลึกบอแรกซ์
  • เคมีวิเคราะห์  บอแรกซ์บีดทดสอบ
  • ฟลักซ์สำหรับเชื่อมเหล็กและเหล็กกล้า
  • เชื่อมทองคำ

ความเป็นพิษ

[แก้]

การได้รับบอแรกซ์ต่อเนื่องอาจก่อการระคายเคืองในระบบทางเดินหายใจ การทานบอแรกซ์อาจก่ออาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น อาเจียน, ปวดท้อง และ ท้องเสีย ผลกระทบต่อระบบหลอดเลือดและสมองได้แก่อาการปวดศีรษะและความเฉื่อยชา ในกรณีที่รุนแรงอาจพบผื่นแดงได้[9] ข้อมูลจากศูนย์คุ้มครองผู้บริโภคอินโดนีเซีย (Indonesian Directorate of Consumer Protection) ระบุเตือนว่าบอแรกซ์อาจก่อมะเร็งตับได้หากมีการรับประทานบอแรกซ์ต่อเนื่องยาวนาน 5–10 ปี[10]

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 PubChem. "Borax". pubchem.ncbi.nlm.nih.gov (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2021-12-27.
  2. 1 2 3 4 5 6 7 Haynes, William M., บ.ก. (2011). CRC Handbook of Chemistry and Physics (92nd ed.). CRC Press. ISBN 978-1439855119.
  3. Levy, H. A.; Lisensky, G. C. (1978). "Crystal structures of sodium sulfate decahydrate (Glauber's salt) and sodium tetraborate decahydrate (borax). Redetermination by neutron diffraction". Acta Crystallographica Section B. 34 (12): 3502–3510. Bibcode:1978AcCrB..34.3502L. doi:10.1107/S0567740878011504.
  4. "Potential Commodities NFPA 704" (PDF). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ May 17, 2016. สืบค้นเมื่อ December 9, 2018.
  5. 1 2 3 NIOSH Pocket Guide to Chemical Hazards. "#0057". National Institute for Occupational Safety and Health (NIOSH).
  6. NIOSH Pocket Guide to Chemical Hazards. "#0059". National Institute for Occupational Safety and Health (NIOSH).
  7. NIOSH Pocket Guide to Chemical Hazards. "#0058". National Institute for Occupational Safety and Health (NIOSH).
  8. "Boric Acid and Borax in Food". www.cfs.gov.hk.
  9. Reigart, J. Routt (2009). Recognition and Management of Pesticide Poisonings (5th Ed. ) (ภาษาอังกฤษ). DIANE Publishing. p. 76. ISBN 978-1-4379-1452-8. สืบค้นเมื่อ 4 June 2020.
  10. "Watch Out For The Food We Consume". Directorate of Consumer Protection, Jakarta, Indonesia. 2006. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ December 28, 2008. สืบค้นเมื่อ February 10, 2009.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]