ทุติยเพ็ญ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ดวงจันทร์สีน้ำเงิน

ดวงจันทร์สีน้ำเงิน(Bluemoon)หรือบลูมูน คือดวงจันทร์เต็มดวงที่มีกำหนดเวลาเกิดไม่แน่นอน โดยส่วนใหญ่ในแต่ละปีจะมีดวงจันทร์เต็มดวง 12 ครั้ง เฉลี่ยเกิดประมาณเดือนละหนึ่งครั้ง แต่ถ้าคิดเฉพาะระยะเวลาที่เกิดดวงจันทร์เต็มดวง 12 ครั้ง (รอบ) ในหนึ่งปีของปฏิทินตามระบบสุริยคติจะมีจำนวนวันมากกว่าประมาณ 11 วัน ซึ่งเมื่อนำมาสะสมรวมกัน จะทำให้ทุกสองหรือสามปีมีดวงจันทร์เต็มดวงเพิ่มขึ้นหนึ่งครั้ง (กล่าวคือจะเกิดขึ้น 2.71722874 ปี) ดวงจันทร์เต็มดวงที่เพิ่มขึ้นมานี้เรียกว่า “ดวงจันทร์สีน้ำเงิน" แต่เนื่องจากมีการนิยามความหมายของดวงจันทร์ “ที่เพิ่มขึ้นมานี้" ต่างกัน จึงทำให้การกำหนดวันที่เกิดดวงจันทร์นี้ต่างกัน โดยส่วนใหญ่ดวงจันทร์สีน้ำเงินหมายถึงดวงจันทร์เต็มดวงที่เกิดครั้งที่สองของเดือน [1]

การใช้คำนี้ในชาวคริสต์และในภาษาอังกฤษยุคแรก[แก้]

คำว่า “ดวงจันทร์สีน้ำเงิน" (blue moon) มีบันทึกว่าใช้ในภาษาอังกฤษโบราณครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1528 ในหนังสือที่โจมตีนักบวชอังกฤษอย่างรุนแรง[2] หนังสือเล่มนี้ชื่อว่า Rede Me and Be Not Wrothe [Read me and be not angry] ข้อความมีว่า

Yf they say the mone is belewe / We must believe that it is true
[If they say the moon is blue, we must believe that it is true]
(ถ้าพวกเขาพูดว่าดวงจันทร์เป็นสีน้ำเงิน เราต้องเชื่อว่านั่นเป็นเรื่องจริง)

บางคนตีความคำว่า “ดวงจันทร์สีน้ำเงิน” นี้ว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับความไร้สาระและเป็นไปไม่ได้ [3] ภาษิตเกี่ยวกับดวงจันทร์ทำนองนี้ที่มีบันทึกครั้งแรกในปีต่อมาคือ

They would make men beleue ... that þe Moone is made of grene chese
[They would make men believe ... that the moon is made of green cheese]
(พวกเขาจะทำให้คนทั้งหลายเชื่อ...ว่าดวงจันทร์ทำมาจากชีสสีเขียว)

ดวงจันทร์สีน้ำเงินที่สามารถมองเห็นได้[แก้]

ความหมายที่แปลตามตัวอักษรที่สุดของคำว่า ดวงจันทร์สีน้ำเงิน คือ ดวงจันทร์ (ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นดวงจันทร์เต็มดวง) ที่ปรากฏแก่ผู้สังเกตเป็นสีออกน้ำเงิน ผิดจากที่เห็นตามปกติ และเป็นเหตุการณ์ที่หาดูได้ยาก การที่ดวงจันทร์เป็นสีน้ำเงินอาจเกิดจากอนุภาคของฝุ่นควันในบรรยากาศ เช่นที่เกิดขึ้นหลังจากไฟป่าในประเทศสวีเดนและแคนาดาในปี ค.ศ. 1950 และที่เห็นเด่นชัดที่สุดเกิดหลังจากภูเขาไฟกรากะตัวระเบิดในปี ค.ศ. 1883 ซึ่งทำให้ดวงจันทร์เป็นสีน้ำเงินเกือบสองปี

คติชาวบ้าน[แก้]

BlueMoon

ในคติชาวบ้าน ในแต่ละเดือนของปี ดวงจันทร์เต็มดวงมีชื่อเรียกหลายชื่อตามฤดูกาลและการเก็บเกี่ยว เช่น harvest moon (จันทร์เพ็ญในฤดูเก็บเกี่ยว) และ snow moon (ดวงจันทร์ในฤดูหนาว) และอาจแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่และวัฒนธรรม เนื่องจากบางปีอาจมีดวงจันทร์เต็มดวงสิบสามครั้ง ในปีนั้นจึงมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ดวงจันทร์เต็มดวงไม่ตรงกับฤดูที่ถูกต้อง และจะเรียกดวงจันทร์เต็มดวงครั้งนั้นว่า ดวงจันทร์สีน้ำเงิน หลังจากนั้น ดวงจันทร์เต็มดวงอีกสิบสองครั้งที่เหลืออยู่ในปีนั้นก็จะปรับตรงตามช่วงเวลาดังเดิม

ต้นกำเนิดของคำว่า “ดวงจันทร์สีน้ำเงิน” แทรกซึมอยู่ในคติชาวบ้าน และความหมายของคำคำนี้ได้แปรเปลี่ยนไปทีละน้อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป บางคติกล่าวว่า ในเวลาที่ดวงจันทร์เป็นสีน้ำเงิน ดวงจันทร์จะมีใบหน้า และจะพูดคุยกับผู้ที่อยู่ใต้แสงจันทร์

ดวงจันทร์สีน้ำเงินในบันทึกเหตุการณ์ของชาวนา[แก้]

ในศตวรรษที่สิบเก้า และต้นศตวรรษที่ยี่สิบ บันทึกเหตุการณ์ของชาวนาเมือง Maine ได้ทำรายการวันที่ที่เกิดดวงจันทร์สีน้ำเงินสำหรับชาวนา วันเหล่านี้ตรงกับดวงจันทร์เต็มดวงครั้งที่สามในไตรมาสของปี เมื่อมีดวงจันทร์เต็มดวงสี่ครั้ง (ตามปกติไตรมาสหนึ่งมีดวงจันทร์เต็มดวงสามครั้ง)

เวลาที่จะเกิดดวงจันทร์สีน้ำเงินระหว่างปี ค.ศ. 2009 ถึง 2015[แก้]

ตามฤดูกาล[แก้]

เมื่อใช้นิยามดวงจันทร์สีน้ำเงินตามบันทึกเหตุการณ์ของชาวนา (ซึ่งหมายถึงดวงจันทร์เต็มดวงครั้งที่สามในฤดูที่มีดวงจันทร์เต็มดวงสี่ครั้ง) จะเกิดดวงจันทร์สีน้ำเงินดังนี้

ตามปฏิทิน[แก้]

เดือนที่มีดวงจันทร์เต็มดวงสองครั้งคือ [4]

อ้างอิง[แก้]

  1. Sinnott, Roger W., Donald W. Olson, and Richard Tresch Fienberg (May 1999). "What's a Blue Moon?". Sky & Telescope. สืบค้นเมื่อ 2008-02-09. "The trendy definition of "blue Moon" as the second full Moon in a month is a mistake." 
  2. Koelbing, Arthur, Ph.D. (1907–21). "Barclay and Skelton: German influence on English literature". The Cambridge History of English and American Literature, Volume III. Bartleby.com. 
  3. Hiscock, Philip (June 19, 2006). "Folklore of the "Blue Moon"". International Planetarium Society. 
  4. Giesen, Jurgen (21 พฤษภาคม 2550). "Blue Moon". Physik und Astromonie. สืบค้นเมื่อ 20 เมษายน 2552. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]