ทางด่วนเค็งโอ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เค็งโอ Expressway sign
ทางด่วนเค็งโอ
C4 E66
圏央道
ข้อมูลของเส้นทาง
ความยาว:300 กิโลเมตร (200 ไมล์)
ประวัติ:เปิดให้บริการตั้งแต่ 1996
ถนนที่เป็นส่วนประกอบ: ทางหลวงหมายเลข 1 / ทางหลวงหมายเลข 126 / ทางหลวงหมายเลข 468
ทางแยกที่สำคัญ
ถนนวงแหวนรอบโตเกียว
ปลายทิศตะวันตก: ทางเลี่ยงเมืองชินโชนัน
ที่ ชุมทางต่างระดับชิงาซากิ
ปลายทิศตะวันออก: ทางด่วนทาเตยามะ
ที่ ชุมทางต่างระดับคิซาราซุ
ตำแหน่งที่ตั้ง
เมืองหลัก:ชิงาซากิ จ.คานางาวะ
อัตสึงิ จ.คานางาวะ
ซางามิฮาระ จ.คานางาวะ
ฮาจิโอจิ โตเกียว
โอเมะ โตเกียว
คาวาโงเอะ จ.ไซตามะ
สึกูบะ จ.อิบารากิ
นาริตะ จ.ชิบะ
อิจิฮาระ จ.ชิบะ
คิซาราซุ จ.ชิบะ
ระบบทางหลวง
ทางหลวงในประเทศญี่ปุ่น
ทางด่วนในประเทศญี่ปุ่น
ทางหลวงหมายเลข 467ทางหลวงหมายเลข 469

ทางด่วนเค็งโอ (ญี่ปุ่น: 圏央道 โรมาจิ: Ken-Ō Dō) หรือ ทางด่วนระหว่างเมืองนครหลวง (ญี่ปุ่น: 首都圏中央連絡自動車道 โรมาจิ: Shuto-ken Chūō Renraku Jidōsha-dō)[1] เป็นทางด่วนที่เก็บค่าผ่านทางระบบตั๋ว เป็นเจ้าของและดำเนินการโดยบริษัททางด่วนญี่ปุ่นกลางและบริษัททางด่วนญี่ปุ่นตะวันออก หากนับรวมกับทางด่วนอะควาไลน์อ่าวโตเกียว และทางด่วนชูโต สายเลียบอ่าว ทางด่วนสายนี้จะเป็นถนนวงแหวนรอบนอกโตเกียวเต็มวง ทางด่วนเค็งโอได้รับการกำหนดให้เป็น ทางหลวงหมายเลข 468 และ C4 ภายใต้ "ข้อเสนอการกำหนดหมายเลขทางด่วน ค.ศ. 2016"[2]

ส่วนของทางด่วนที่เป็นของบริษัททางด่วนญี่ปุ่นกลางนั้นเริ่มต้นจากปลายทิศตะวันออกของทางเลี่ยงเมืองชินโชนัน วิ่งไปทางตะวันตกไปตามทางเลี่ยงเมือง และขึ้นไปทางทิศเหนือสิ้นสุดที่ทางแยกต่างระดับอากิรูโนะ ส่วนที่เหลือของทางด่วนเป็นของบริษัททางด่วนญี่ปุ่นตะวันออก

รายละเอียดของเส้นทาง[แก้]

ทางด่วนเค็งโอและทางด่วนชูโอตัดกันที่ชุมทางต่างระดับฮาชิโอจิ

ทางด่วนเริ่มต้นที่ปลายด้านตะวันตกของทางเลี่ยงเมืองฟูจิซาวะ (ส่วนหนึ่งของทางหลวงหมายเลข 1) ในฟูจิซาวะ จังหวัดคานางาวะ โดยจากจุดนี้ทางด่วนจะซ้อนทับกับทางเลี่ยงเมืองชินโชนัน ซึ่งต่อมาจะแยกออกจากทางด่วนเค็งโอไปทางทิศใต้มุ่งหน้าไปยังชิงาซากิ

จากนั้นทางด่วนเค็งโอจะมุ่งหน้าไปทางเหนือตัดข้ามทางด่วนโทเมและทางด่วนชูโอ ต่อขึ้นไปทางเหนือและเลี้ยวไปทางตะวันออก ตัดกับทางด่วนคังเอ็ตสึ ทางด่วนโทโฮกุ และทางด่วนโจบัง จากนั้นเลี้ยวไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้สิ้นสุดที่ทางด่วนฮิงาชิคันโต ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของสนามบินนาริตะ ต่อจากนี้เป็นช่วงที่ขาดหายไปซึ่งมีแผนที่จะก่อสร้างในอนาคต และเริ่มต้นอีกครั้งที่ถนนโชชุเร็นรากุในโทงาเนะ ผ่านทางแยกต่างระดับที่ปลายด้านตะวันออกของถนนชิบะ-โทงาเนะ จากนั้นทางด่วนเค็งโอวิ่งต่อไปทางทิศใต้เลี้ยวไปทางตะวันตก และไปสิ้นสุดที่ชุมทางต่างระดับของทางด่วนอะควาไลน์อ่าวโตเกียวกับทางด่วนทาเตยามะ

ประวัติ[แก้]

ทางด่วนเค็งโอเชื่อมต่อกับทางด่วนชินโทเมเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2018[3]

ทางแยกต่างระดับอัจฉริยะ (smart interchange) ในโออามิชิราซาโตะ เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2019[4]

โครงการในอนาคต[แก้]

บางส่วนของทางด่วนโยโกฮามะ-โยโกซุกะ, ทางเลี่ยงเมืองชินโชนัน และถนนชิบะ-โทงาเนะ และโครงการทางด่วนวงแหวนโยโกฮามะ จะถูกรวมเข้ากับทางด่วนเค็งโอในอนาคต[5] ในจังหวัดชิบะ ช่วงที่ขาดหายไประยะทาง 18 กิโลเมตร อยู่ระหว่างการเวนคืนที่ดิน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2024[6]

ความสำคัญทางเศรษฐกิจ[แก้]

นอกเหนือจากทางหลวงญี่ปุ่นหมายเลข 16 แล้ว ทางด่วนเค็งโอจะเป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อเขตมหานครเทคโนโลยีขั้นสูง (Technology Advanced Metropolitan Area หรือ TAMA) ซึ่งเป็นภูมิภาคอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมพื้นที่ 3,000 ตารางกิโลเมตร มีทั้งหมด 74 เทศบาล และเป็นที่อยู่อาศัยของผู้คนกว่า 10 ล้านคน ในปี 1998 สินค้าที่จัดส่งจากเขต TAMA มีมูลค่าการจัดส่งเป็นสองเท่าของซิลิคอนแวลลีย์[7]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Archived copy". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2016-07-14. สืบค้นเมื่อ 2014-11-23.CS1 maint: archived copy as title (link)
  2. "Japan's Expressway Numbering System". www.mlit.go.jp.
  3. "Information on sections to be opened". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2016-01-23. สืบค้นเมื่อ 2020-02-15.
  4. "首都圏中央連絡自動車道『大網白里スマートインターチェンジ』 が平成31年3月24日(日)15時に開通します" (PDF) (ภาษาญี่ปุ่น). 12 February 2019. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม (PDF) เมื่อ 2019-02-12. สืบค้นเมื่อ 23 June 2019.
  5. http://www.e-nexco.co.jp/pressroom/press_release/kanto/h27/0424/pdfs/pdf.pdf
  6. https://www.nikkei.com/article/DGXMZO2412181030112017EE8000/
  7. Chandra, Pankaj. "Networks of Small Producers for Technological Innovations: Some Models" (PDF). IIM Ahmedabad Working Paper No. 2006-03-02, March 2006. IIM Ahmedabad. สืบค้นเมื่อ 10 March 2012.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]