ตำบลหัวทุ่ง (อำเภอลอง)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ตำบลหัวทุ่ง)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ตำบลหัวทุ่ง
ข้อมูลทั่วไป
อักษรไทยตำบลหัวทุ่ง
อักษรโรมันTambon Hua Thung
อำเภอลอง
จังหวัดแพร่
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่64.14 ตร.กม.
ประชากร5,977 คน (พ.ศ. 2562)
ความหนาแน่น93.19 คน/ตร.กม.
รหัสทางภูมิศาสตร์18°05′41.3″N 99°46′18.6″E / 18.094806°N 99.771833°E / 18.094806; 99.771833
รหัสไปรษณีย์54150
สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

ตำบลหัวทุ่ง (อังกฤษ : Tambon Hua Thung) เป็นพื้นที่ส่วนท้องถิ่นแห่งหนึ่งในอำเภอลอง จังหวัดแพร่ ตำบลหัวทุ่ง มีประชากรทั้งสิ้น 5,977 คน ประกอบด้วย ชาย 2,937 คน, หญิง 3,040 คน มีเนื้อที่ประมาณ 64.14 ตารางกิโลเมตร ตำบลหัวทุ่ง เป็นสังคมชนบท ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม

ประวัติ[แก้]

จากการศึกษาตำนานวัดศรีดอนคำ วัดไฮสร้อย พงศาวดารฉบับของล้านนาเชียงแสน และการเล่าสืบต่อกันมาจึงแน่ใจว่า เขตตำบลหัวทุ่ง โดยเฉพาะบ้านแม่ลองเป็นเส้นทางเดินทัพผ่านกิ่วฤาษีที่จะไปเหนือหรือลงใต้สู่เมืองหลวงสุโขทัย อยุธยา และกรุงเทพ ฯ ผู้คนที่กวาดต้อนทั้งชาวลานนา แม้กระทั่งชาวพม่าเชื้อสายกระเหรี่ยง ก็มาตั้งถิ่นฐาน เช่น บ้านค้างตะนะ บ้านแม่รัง บ้านแม่ลอง บ้านนาตุ้ม (2 หมู่) บ้านนาอุ่นน่อง บ้านหัวทุ่ง (เดิม คือบ้านนาหมาโก้ง) บ้านแม่จอก บ้านเค็ม บ้านไผ่ล้อม และบ้านนามน รวม 11 หมู่บ้าน รวมเป็นตำบล เมื่อปี 2540 กำนันคนแรก ชื่อแคว่น วงศ์ภีระ เป็นคนจากลำปาง กำนันคน ที่ 2 ชื่อแคว่นอ้าย บ้านนามน คนที่ 3 ชื่อ กำนันปัญญา จำปาแก้วได้รับพระราชทานนาม ว่า “ ขุนนิคม ศิระเขต” เป็นช่วงการเปลี่ยนแปลงในปี 2475 ซึ่งอำเภอลองก็ได้เปลี่ยน จากอำเภอเมืองลองจังหวัด ลำปาง มาเป็นอำเภอลอง จังหวัดแพร่ ตั้งแต่บัดนี้ กำนันคนที่ 4 คือ แคว่นปั๋น คือ นายอินปั๋น เอ้ยวัน ต่อมาเปลี่ยนนามสกุลเป็นกำนันอินปั๋นศิริสาน สุวรรณ กำนันคนที่ 5 คือกำนันอ้าย สุภาแก้วกำนัน คนที่ 6 คือกำนันเขียน ต่อตัน ช่วงนี้มีหมู่บ้านเพิ่มขึ้นเป็น 17 หมู่บ้านการบริหารงาน ในรูปแบบสภาตำบลประสบปัญหายุ่งยาก งบประมาณไม่เพียงพอที่จะกระจายลงสู่หมู่ที่มีจำนวนมาก จึงคิดแยกเป็น 2 ในรูปแบบสภา ตำบลประสบปัญหายุ่งยาก งบประมาณไม่เพียงพอที่จะกระจายลงสู่หมู่ที่มีจำนวนมาก จึงคิดแยกเป็น 2 ตำบล โดยพิจารณาหารือตกลง แยกออกไป 8 หมู่บ้านเป็น ตำบลบ่อเหล็กลอง ตั้งแต่ บ้านนาตุ้ม 2 หมู่ บ้านทุ่งเจริญ บ้านแม่ลอง บ้านแม่แขม - หนองแดง บ้านค้างตะนะ บ้านต้นม่วง และบ้านแม่รัง ซึ่งการแยกตำบลสำเร็จเมื่อตำบล ได้กำนันคนที่ 7 คือนายสมทรง เป็กกันใจ ปี 2532

ปัจจุบันตำบลหัวทุ่ง มี 9 หมู่บ้าน คือ บ้านไผ่ล้อม หมู่ที่ 1 บ้านนามน หมู่ที่ 2 บ้านหัวทุ่ง หมู่ที่ 3 บ้านแม่จอก หมู่ที่ 4 บ้านเค็ม หมู่ ที่ 5 บ้านนาอุ่นน่อง หมู่ที่ 6 – 7 บ้านเชตวัน หมู่ที่ 8 และบ้านไผ่ล้อมพัฒนา หมู่ที่ 9 การบริหารรูปแบบองค์กรท้องถิ่นได้รับการยกฐานะ จากสภาตำบลหัวทุ่ง เป็นองค์การบริหารส่วนตำบลหัวทุ่ง เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2540[1]

ข้อมูลทั่วไป[แก้]

ที่ตั้งและอาณาเขต[แก้]

ตำบลหัวทุ่ง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อำเภอลอง ห่างจากที่ว่าการอำเภอลอง ประมาณ 3 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 64.14 ตารางกิโลเมตร หรือ 40,084.5 ไร่

ทิศเหนือ ติดต่อกับ อำเภอแม่ทะ
ทิศใต้ ติดต่อกับ ตำบลปากกาง
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ตำบลห้วยอ้อ
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ตำบลบ่อเหล็กลอง

ข้อมูลและจำนวนประชากร[แก้]

หมู่ที่ หมู่บ้าน เพศ (ชาย) เพศ (หญิง) รวม จำนวนครัวเรือน
1 บ้านไผ่ล้อม 398 394 792 247
2 บ้านนามน 430 454 884 291
3 บ้านหัวทุ่ง 251 290 541 148
4 บ้านแม่จอก 349 348 697 179
5 บ้านเค็ม 337 327 664 170
6 บ้านนาอุ่นน่อง 302 304 606 178
7 บ้านนาอุ่นน่อง 221 240 461 148
8 บ้านเชตวัน 301 323 624 196
9 บ้านไผ่ล้อมพัฒนา 348 360 708 195
รวม 2,937 3,040 5,977 1,752

ลักษณะภูมิประเทศ[แก้]

ลักษณะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบน้ำท่วมไม่ถึง และลาดต่ำลงไป ด้านทิศใต้เป็นที่นา ลำเหมือง ลำห้วยด้านทิศตะวันตกและทิศเหนือ เป็นที่ดอน ป่าโปร่ง ป่าเบญจพรรณ พื้นดินค่อน ข้างขาดน้ำ

อาชีพประชากร[แก้]

อาชีพหลักทางการเกษตร ได้แก่ ทำนา ทำไร่ ทำสวนส้ม และเลี้ยงสัตว์ อาชีพรองลงมา ได้แก่ รับจ้าง ค้าขาย ก่อสร้าง ทอผ้า รับราชการ

ผลิตภัณฑ์ในตำบล[แก้]

  • ผ้าตีนจกโบราณ
  • พุทรานมสด
  • ผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าว
  • ผ้าฝ้ายทอมือ
  • พรมเช็ดเท้า

สถานที่สำคัญ[แก้]

  • วัดเชตวัน
  • วัดไผ่ล้อม
  • ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลหัวทุ่ง
  • พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน-โบราณวัตถุ
  • ศูนย์เรียนรู้ผ้าจกเมืองลอง
  • โรงเรียนเชตวันวิทยา
  • โรงเรียนบ้านไผ่ล้อม
  • ศูนย์นมแม่
  • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหัวทุ่ง

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "ข้อมูลตำบลหัวทุ่ง อำเภอลอง แพร่". ประวัติความเป็นมา. สืบค้นเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2562.