ตำนานนายพันเก้า หัวใจรักจากท้องทะเล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ตำนานนายพันเก้า หัวใจรักจากท้องทะเล
The Legend of 1900
กำกับจูเซปเป ทอร์นาทอเร
เขียนจูเซปเป ทอร์นาทอเร
เค้าโครงจากโนเวเชนโต้

โดย อเลซซานโดร บาริกโก (Novecento

by Alessandro Baricco)
นำแสดงทิม รอธ
พรุตต์ เทย์เลอร์ วินซ์
เมลานี เธียร์รี่
บิลล์ นันน์
คลาเรนซ์ วิลเลียมส์ ที่ 3
ดนตรีประกอบเอนนิโอ มอริโคเน
อเมเดโอ ตอมมาซี
กำกับภาพเลโฮส โคลไท
ตัดต่อมาซซิโอ ควาเกลีย
จำหน่าย/เผยแพร่สหมงคลฟิล์ม (ในไทย)
ฉาย28 กุมภาพันธ์ 1998 (อิตาลี)
29 ตุลาคม 1999 (สหรัฐอเมริกา)
25 กุมภาพันธ์ 2000 (ไทย)
ความยาว123 นาที
ประเทศอิตาลี
สหรัฐอเมริกา
ภาษาอังกฤษ
ข้อมูลจาก IMDb
ข้อมูลจากสยามโซน

ตำนานนายพันเก้า หัวใจรักจากท้องทะเล (อังกฤษ: The Legend of 1900, อิตาลี: La leggenda del pianista sull'oceano) ภาพยนตร์สัญชาติอเมริกัน/อิตาเลียน นำแสดงโดย ทิม รอธ, พรุตต์ เทย์เลอร์ วินซ์, เมลานี เธียร์รี่, บิลล์ นันน์, คลาเรนซ์ วิลเลียมส์ ที่ 3 กำกับการแสดงและบทภาพยนตร์ โดย จูเซปเป ทอร์นาทอเร

เรื่องย่อ[แก้]

วันแรกของศตวรรษที่ 20 แดนนี บู้ดแมน (บิลล์ นันน์) คนงานในเรือเดินสมุทรชื่อ เดอะ เวอร์จิเนียร์ ที่นำพาผู้อพยพชาวยุโรปเดินไปปักหลักและสร้างชีวิตตัวเองใหม่ที่สหรัฐอเมริกา พบทารกเพศชายคนหนึ่งถูกทิ้งในตะกร้าที่วางอยู่ในบริเวณที่พักผู้โดยสารชั้นหนึ่ง เขาจึงแอบเลี้ยงเด็กคนนี้อย่างลับ ๆ พร้อมตั้งชื่อให้ว่า แดนนี บู้ดแมน ที.ดี.เลมอน 1900 แต่เรียกกันสั้น ๆ ว่า 1900 ต่อมา 1900 ได้แอบหนีขึ้นไปยังที่โดยสารของผู้โดยสารชั้นหนึ่ง เขาได้พบกับเปียโนตัวหนึ่งวางอยู่ และพบว่าแท้ที่จริงแล้วเขามีพรสวรรค์ทางด้านดนตรีอยู่ 1900 ได้เล่นเปียโนนี้อย่างชำนาญทั้ง ๆ ที่ไม่เคยฝึกมาก่อน สร้างความสำราญให้แก่ผู้โดยสารและเจ้าหน้าที่บนเรือเป็นอย่างมาก

หลังสงครามโลกครั้งที่สองจบลงไม่นาน เศรษฐกิจกำลังตกต่ำ แม็กซ์ (พรุตต์ เทย์เลอร์ วินซ์) นักเป่าทรัมเป็ตตกอับ ตั้งใจจะขายทรัมเป็ตตัวที่รักมากที่สุด ได้พบกับแผ่นเสียงที่บันทึกเสียงเพลงจากการบรรเลงของ 1900 เข้าโดยบังเอิญ แม็กซ์รู้ว่านี่เป็นผลงานของ 1900 อดีตเพื่อนของเขาที่เขาเคยรู้จักมาก่อนในอดีต แม็กซ์ตามหาที่มาของเพลงนี้ จนรู้ว่า เรือ เดอะ เวอร์จิเนีย กำลังจะถูกทำลายแล้ว แม็กซ์รู้ดีว่า 1900 ยังไม่ลงมาจากเรือ เพราะทั้งชีวิตเขาไม่เคยที่จะก้าวลงมาเหยียบพื้นดินเลย แม็กซ์ขึ้นไปบนเรือพยายามกล่อม 1900 ให้ออกมาพบเขาและยอมลงไปด้วยกัน แต่ 1900 ยืนกรานปฏิเสธ ท้ายที่สุดเรือก็ถูกทำลายลงพร้อมชีวิตของ 1900 แม็กซ์เสียใจ แต่ก็ได้เล่าเรื่องราวที่น่าเหลือเชื่อของ 1900 ให้กับคนงานฟัง ถึงความหลังครั้งอดีตที่เขาได้เป็นนักดนตรีเล่นดนตรีบนเรือลำนี้ และรู้จักกับ 1900 1900 เป็นคนที่บรรเลงเปียโนได้อย่างสุดวิเศษ แม้เรือต้องพายุโคลงเคลงไปมา 1900 ก็ยังเล่นไปได้อย่างน่าอัศจรรย์ รวมทั้งเคยดวลกับ เจลลี โรลล์ มอร์ตัน (คลาเรนซ์ วิลเลียมส์ ที่ 3) นักเปียโนแจ๊สผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งมอร์ตันเป็นฝ่ายแพ้ 1900 ไปอย่างยับเยิน มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ 1900 ลังเลใจว่าจะลงจากเรือหรือไม่ แต่ว่า การปรากฏตัวของหญิงสาวคนหนึ่ง (เมลานี เธียร์รี่) ทำให้เขาคิดได้และตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตอยู่คู่เรือลำนี้ ท้องมหาสมุทรและเสียงเพลงไปตลอดชีวิต

เบื้องหลังและเสียงวิจารณ์[แก้]

The Legend of 1900 เป็นภาพยนตร์จากการกำกับและเขียนบทโดย จูเซปเป ทอร์นาทอเร ผู้กำกับชาวอิตาเลียน ที่เคยมีผลงานระดับโลกมาแล้วในอดีต อย่าง Cinema Paradiso ที่เคยได้รับรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม ในปี ค.ศ. 1988 โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากนิยายของ อเลซานโดร บาริคโก ที่ว่าด้วยเรื่องของชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีชีวิตที่งดงามและแสนมหัศจรรย์ และนับเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่พูดภาษาอังกฤษของทอร์นาทอเรด้วย[1]

สำหรับ The Legend of 1900 เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์ช่วงต่าง ๆ ในประวัติศาสตร์ ตั้งแต่วันแรกของศตวรรษที่ 20 จนถึงช่วงกลางของทศวรรษที่ 40 ที่เป็นยุคที่กิจการการเดินเรือโดยสารผู้คนข้ามทวีปเฟื่องฟู การถือกำเนิดและรุ่งเรืองของดนตรีแจ๊ส ไปจนถึงการยกระดับขึ้นมาเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมสมัยใหม่ของแมนฮัตตัน

การถ่ายทำ คณะผู้สร้างได้ตระเวนหาสถานที่สำหรับถ่ายทำไปในหลายประเทศ ทั้ง อิตาลี, สเปน, โปรตุเกส, โรมาเนีย, บัลแกเรีย จนได้ข้อยุติที่ท่าเรือแห่งหนึ่งในรัสเซีย เรือที่ใช้สมมติเป็น เดอะ เวอร์จิเนีย เป็นเรือที่ใช้บรรทุกซุงสร้างมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 60 เมื่อปลดระวางแล้วก็ถูกจอดทิ้งไว้เฉย ๆ ส่วนฉากเมืองท่าต่าง ๆ นั้น เป็นโรงฆ่าสัตว์ในย่านชานเมืองของกรุงโรม

สำหรับนักแสดงตัวประกอบที่เต็มไปด้วยผู้คนหลากหลายเชื้อชาติและภาษา ต้องมีการใช้ล่ามแปลภาษาเพื่อการสื่อสารที่ถูกต้อง ซึ่งเป็นปัญหาอยู่บ้าง แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี โดยบางครั้งมาจากผู้คนจริง ๆ ที่อาศัยอยู่ละแวกที่ใช้ถ่ายทำ ซึ่งรวมกันแล้วใช้กว่า 5,000 คน

เมื่อเข้าฉายแล้ว ภาพยนตร์ได้รับเสียงวิจารณ์ไปในทางดี โดยเฉพาะดนตรีประกอบที่ไพเราะเป็นอย่างยิ่ง จากการประพันธ์ของ เอนนิโอ มอร์ริโคเน นักประพันธ์เพลงชื่อดังชาวอิตาเลียน และได้รับการชิงรางวัลต่าง ๆ มากมาย อาทิ รางวัลลูกโลกทองคำ เป็นต้น อีกทั้งผู้ชมบางส่วนในประเทศไทยเห็นว่า ฉากการดวลเปียโนของ 1900 กับ เจลลี โรลล์ มอร์ตัน ในเรื่อง เป็นต้นแบบของการดวลระนาดระหว่าง นายศร กับ ขุนอิน ในภาพยนตร์ไทยเรื่อง โหมโรง ในเวลาต่อมาอีกด้วย[2][3][4][5]

อ้างอิง[แก้]