ชมพูพันธุ์ทิพย์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ชมพูพันธุ์ทิพย์
Roblemorado.jpg
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Plantae
ไม่ถูกจัดอันดับ: Angiosperms
ไม่ถูกจัดอันดับ: Eudicots
ไม่ถูกจัดอันดับ: Asterids
อันดับ: Lamiales
วงศ์: Bignoniaceae
สกุล: Tabebuia
สปีชีส์: T.  rosea
ชื่อทวินาม
Tabebuia rosea
DC.
ชื่อพ้อง[1]

ชมพูพันธุ์ทิพย์ (อังกฤษ: Pink trumpet tree[2]; ชื่อวิทยาศาสตร์: Tabebuia rosea) เป็นพืชในวงศ์แคหางค่าง (Bignoniaceae) มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกากลางและอเมริกาใต้[3] เป็นต้นไม้ประจำชาติเอลซัลวาดอร์[4] หม่อมราชวงศ์พันธุ์ทิพย์ บริพัตรเป็นผู้นำเข้ามาปลูกในประเทศไทย เมื่อ ค.ศ. 1957 (พ.ศ. 2500)[5]

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์[แก้]

ชมพูพันธุ์ทิพย์เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบ ขนาดกลางถึงใหญ่ เรือนยอดรูปไข่หรือทรงกลม แผ่กว้างเป็นชั้น ๆ เปลือกต้นเรียบสีเทาหรือสีน้ำตาล เมื่ออายุมากเปลือกแตกเป็นร่อง กิ่งเปราะหักง่าย ใบเป็นใบประกอบรูปนิ้วมือ ใบย่อย 5 ใบ ก้านใบรวมยาว 5-30 เซนติเมตร ก้านใบย่อยยาว 0.5-2.5 เซนติเมตร ใบรูปขอบขนานหรือรูปไข่แกมรูปรี กว้าง 3-7 เซนติเมตร ยาว 7.5-16 เซนติเมตร ปลายใบแหลมหรือเรียวแหลม โคนใบมนหรือสอบ ขอบใบเรียบ แผ่นใบหนาสีเขียวเข้ม ดอกมีสีชมพูอ่อน ชมพูสดถึงสีขาว กลางดอกสีเหลือง ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกที่ปลายกิ่ง มีดอกย่อยจำนวนมาก โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดปลายแยกเป็น 5 แฉก คล้ายรูปแตร ยาว 5-7 เซนติเมตร ดอกบานเต็มที่กว้าง 5-8 เซนติเมตร มักบานพร้อมกัน ร่วงง่าย ผลเป็นผลแห้ง แตกเป็นฝักกลม ยาว 15-30 เซนติเมตร เมื่อแก่แตกเป็น 2 ซีก เมล็ดแบนสีน้ำตาล มีปีก ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดหรือตอนกิ่ง[6]

ประโยชน์[แก้]

ชมพูพันธุ์ทิพย์นิยมปลูกเป็นไม้ประดับเนื่องจากมีสีดอกที่สวยงาม[7] ใบต้มแก้เจ็บท้องหรือท้องเสีย หรือตำให้ละเอียดพอกใส่แผล ลำต้นใช้ทำฟืนและเยื่อใช้ทำกระดาษได้[8]

ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ในช่วงต้นปีตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมีนาคม ชมพูพันธุ์ทิพย์ที่ปลูกที่นั่นประมาณ 600 ต้นจะบานสะพรั่งเป็นสีชมพูงดงาม และได้มีการจัดเป็นงานเทศกาลท่องเที่ยวประจำทุกปี[9]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]