คอร์เทกซ์กลีบข้างส่วนหลัง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
คอร์เทกซ์กลีบข้างส่วนหลัง
(Posterior parietal cortex)
Lobes of the brain NL.svg
กลีบสมองต่าง ๆ สมองกลีบข้างมีสีเหลือง ส่วนหลังอยู่ใกล้กับเขตสีแดง
Gray726-Brodman.svg
ผิวด้านข้างของสมอง ตัวเลขแสดงเขตบร็อดแมนน์ (คอร์เทกซ์กลีบข้างส่วนหลังเป็นส่วน #5 และ #7)
ละติน Cortex parietalis posterior

คอร์เทกซ์กลีบข้างส่วนหลัง (อังกฤษ: posterior parietal cortex ตัวย่อ PPC, Cortex parietalis posterior) เป็นส่วนของสมองกลีบข้างหลังคอร์เทกซ์รับความรู้สึกทางกายปฐมภูมิ (primary somatosensory cortex)

คือ ก่อนที่การเคลื่อนไหวจะเกิดขึ้น ระบบประสาทต้องรู้ตำแหน่งเดิมของส่วนของร่างกายที่จะต้องเคลื่อนไหว และตำแหน่งต่าง ๆ ของวัตถุภายนอกที่ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายจะมีปฏิกิริยาร่วมด้วย คอร์เทกซ์กลีบข้างส่วนหลังรับข้อมูลจากระบบรับความรู้สึก 3 ระบบ ที่มีบทบาทในการกำหนดตำแหน่งของร่างกายและของวัตถุภายนอกในปริภูมิ ซึ่งก็คือ ระบบการมองเห็น ระบบการได้ยิน และระบบรับความรู้สึกทางกาย ต่อจากนั้น คอร์เทกซ์จึงส่งข้อมูลไปยังส่วนต่าง ๆ ของคอร์เทกซ์สั่งการ (motor cortex) ในสมองกลีบหน้า ไปยัง dorsolateral prefrontal cortex, ไปยังส่วนต่าง ๆ ของคอร์เทกซ์สั่งการทุติยภูมิ (secondary motor cortex) และ ไปยัง frontal eye field งานวิจัยที่ใช้ fMRI ในลิง และงานวิจัยที่ใช้การกระตุ้นสมองผ่านกะโหลกด้วยแม่เหล็ก (Transcranial magnetic stimulation) ในมนุษย์ ชี้ว่า คอร์เทกซ์นี้มีส่วนประกอบเป็นเขตเล็ก ๆ ที่แต่ละเขตมีหน้าที่เฉพาะในการนำทางการเคลื่อนไหวตา ศีรษะ แขน หรือมือ

ความเสียหายต่อคอร์เทกซ์นี้มีผลเป็นความบกพร่องทางการเคลื่อนไหว-การรับรู้ (sensorimotor) รวมทั้งการรับรู้และความทรงจำที่เกี่ยวกับวัตถุต่าง ๆ ในปริภูมิ การยื่นมือออกไปเพื่อจับวัตถุ การเคลื่อนไหวตา และการใส่ใจ ผลที่เด่นที่สุดของความเสียหายต่อคอร์เทกซ์นี้ก็คือภาวะเสียการรู้ปฏิบัติ (apraxia) และภาวะละเลยกึ่งปริภูมิ (hemispatial neglect)[1]

บางแหล่งกล่าวว่าคอร์เทกซ์นี้เป็นส่วนของเขตบร็อดแมนน์ 5 และ 7[2] บางแหล่งกล่าวว่าอยู่ในเขตบร็อดแมนน์ 7 เท่านั้น[3]

มีหลักฐานว่า คอร์เทกซ์นี้ยังมีบทบาทในการรับรู้ความเจ็บปวดอีกด้วย[4]

งานวิจัยเร็ว ๆ นี้เสนอว่า ความรู้สึกเกี่ยวกับ "เจตจำนงเสรี" (free will) เกิดขึ้นจากเขตนี้โดยส่วนหนึ่ง[5][6]

งานวิจัยหนึ่งพบว่า เมื่อให้ทำการศิลป์ นักศิลป์สมัครเล่นมีการไหลเวียนของเลือดในระดับสูงขึ้นใน PPC ซีกขวา โดยเปรียบเทียบกับของนักศิลป์มืออาชีพ[7]

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 2012 ในวารสาร Neuron โดยนักประสาทวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ค้นพบว่า มีการยิงสัญญาณแบบคงเส้นคงวาในนิวรอนของ PPC คือ นักวิจัยได้ตรวจสอบการทำงานในระบบประสาทของลิงแม็กแคก ในขณะที่ให้ลิงทำกิจกรรมที่ต้องยื่นมือออกไปและต้องเคลื่อนไหวตาแบบ saccades หรือกิจกรรมที่ต้องเคลื่อนไหวตาแบบ saccades เท่านั้น การยิงสัญญาณแบบคงเส้นคงวาใน PPC พบในกิจกรรมที่ต้องอาศัยทั้งการยื่นมือและการเคลื่อนไหวตา ไม่พบในกิจกรรมที่เคลื่อนไหวตาเท่านั้น[8]

ในงานวิจัยโดยสร้างภาพในสมอง คอร์เทกซ์นี้ โดยเฉพาะส่วนของรอยนูนแองกูลาร์ เกิดการทำงานเมื่อบุคคลกำลังระลึกถึงความจำอาศัยเหตุการณ์ (episodic memory)

เชิงอรรถและอ้างอิง[แก้]

  1. Pinel, John P.J. Biopsychology Seventh Edition. Pearson Education Inc., 2009
  2. "THE BRAIN FROM TOP TO BOTTOM".
  3. Estomih Mtui; Gregory Gruener (2006). Clinical Neuroanatomy and Neuroscience: With STUDENT CONSULT Online Access. Philadelphia: Saunders. p. 32. ISBN 1-4160-3445-5.
  4. Witting N, Kupers RC, Svensson P, Arendt-Nielsen L, Gjedde A, Jensen TS (2001). "Experimental brush-evoked allodynia activates posterior parietal cortex". Neurology. 57 (10): 1817–24. PMID 11723270. Unknown parameter |month= ignored (help)
  5. doi:10.1126/science.1169896
    This citation will be automatically completed in the next few minutes. You can jump the queue or expand by hand
  6. doi:10.1126/science.1173827
    This citation will be automatically completed in the next few minutes. You can jump the queue or expand by hand
  7. http://muse.jhu.edu/journals/leonardo/v034/34.1solso.html
  8. Dean, H.; Hagan, M.; Pesaran, B. (2012). "Only Coherent Spiking in Posterior Parietal Cortex Coordinates Looking and Reaching". Neuron. doi:10.1016/j.neuron.2011.12.035.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]