ข้ามไปเนื้อหา

กิ๋วอ๋องไต่เต่

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
กิ๋วอ๋องไต่เต่
กิ้วอ้วงฮุกโจ้ว
เทวดากลุ่มดาวจระเข้
ส่วนหนึ่งของ รักษากลุ่มดาวจระเข้
จิตรกรรม เทวดากลุ่มดาวจระเข้(กิ๋วอ๋องไต่เต่)อารามเมฆขาว ในสมัยราชวงศ์หมิง
ส่วนเกี่ยวข้องเทศกาลกินเจ
ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย
เทวดาพระเคราะห์จีน
เป็นที่นับถือในลัทธิเต๋า
ศาสนาชาวบ้านจีน
ศาสนาพุทธในประเทศจีน
เทศกาลเทศกาลกินเจ
กิ๋วอ๋องไต่เต่
จีน九皇大帝
ความหมายตามตัวอักษรราชาธิราชทั้งเก้า
การถอดเสียง
ภาษาจีนมาตรฐาน
พินอินJiǔ huáng dàdì
กิ่วอ้วงฮุกโจ้ว
จีน九皇佛祖
ความหมายตามตัวอักษรพระพุทธและโพธิสัตว์ทั้งเก้า
การถอดเสียง
ภาษาจีนมาตรฐาน
พินอินJiǔ huáng fúzǔ

กิ๋วอ๋องไต่เต่ (จีน: 九皇大帝; พินอิน: Jiǔ huáng dàdì; จิ่วหวงต้าตี้, ฮกเกี้ยน: กิ๋วอ๋องไต่เต้, ภาษากวางตุ้ง: เก้าหว่องต๋ายเต, เก้าราชาธิราช) หรือ กิ้วอ้วงฮุดโจ้ว (จีน: 九皇佛祖; พินอิน: Jiǔ huáng fúzǔ; จิ่วหวงฝอจู่, ฮกเกี้ยน: กิ๋วอ๋องปุดป้อ, ภาษากวางตุ้ง: เก้าหว่องฮุกผ่อ, พระพุทธและโพธิสัตว์ทั้งเก้า) หรือ จิ่วหวงแชกุน (จีน: 九皇星君; พินอิน: Jiǔ huáng xīng jūn;เทวดากลุ่มดาวจระเข้) หรือ จิ่วหวงเย่ (จีน: 九皇爺; พินอิน: Jiǔ huáng Yé; เจ้าพ่อกลุ่มดาวจระเข้) หรือ จิ่วหวง (จีน: 九皇; พินอิน: Jiǔ huáng;เทพกลุ่มดาวจระเข้) เป็นคณะเทพเจ้าบุรุษที่รักษาดวงดาวกลุ่มดาวจระเข้ในศาสนาท้องถิ่นจีนและลัทธิเต๋ารวมถึงพระพุทธศาสนาแบบจีน โดยทั่วไปในลัทธิเต๋านับถือคณะเทพทั้งเก้าองค์นี้คือโอรสทั้งเก้าของพระเทพมารดรดาวกระบวยใหญ่และเป็นตัวแทนของดาวเจ็ดดวงแห่งกลุ่มดาวจระเข้รวมถึงพระมหาเทวราชแห่งสวรรค์และเทพเจ้าดาวเหนือ และบางครั้งยังหมายถึงการรวมคณะเทพแห่งกลุ่มดาวจระเข้ทั้งเจ็ดดวงรวมเข้ากับดาวจั่วฟู (左輔) และดาวอวี้ปี (右靈) เทพปกรณัมและที่มาของคณะเทพทั้งเก้าองค์นี้ปรากฏออกมาหลากหลายตำนาน ส่วนใหญ่คติการบูชาคณะเทพทั้งเก้าองค์นี้เผยแพร่ในศาสนาท้องถิ่นจีนและลัทธิเต๋ารวมถึงพระพุทธศาสนาแบบจีนภายนอกประเทศจีนโดยได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางโดยเฉพาะอย่างยิ่งในในมาเลเซีย สิงคโปร์ ไทย ไต้หวัน และภูมิภาคอื่น ๆ ของชาวจีนโพ้นทะเล[1][2]

ตำนานทั่วไปที่นิยมในประเทศไทยมักกล่าวว่าเป็นบุคคลผู้ได้รับการสรรเสริญจากประชาชน ตามตำนานสามารถรวบรวมได้ 9 พระองค์ ซึ่งอยู่ในยุคสมัยต่างกัน ทั้ง 9 พระองค์รวมเรียกว่าพระราชาธิราช 9 พระองค์ จะอัญเชิญมาเฉพาะในช่วงเทศกาลกินเจเท่านั้น[3] โดยเทพเจ้าบุรุษทั้งเก้าองค์ได้จุติเป็นดาวเก้าดวง หลังจากนั้นจึงได้จุติอีกครั้งมาเป็นเจ้าผู้ปกครองโลกมนุษย์ โดยเวียนกันจุติลงมา

พระนามและบทบาท

[แก้]
จิตรกรรม เทวดากลุ่มดาวจระเข้ (กิ๋วอ๋องไต่เต่) ในสมัยราชวงศ์ซ่ง

คณะเทพทั้งเก้าองค์เดิมมีเจ็ดพระองค์และเป็นองค์เดียวกับปักเต้าแชกุงและทรงปรากฏทิพยรูปเป็นเทพนารี ดังที่ปรากฏใน พระคัมภีร์ไท้เสียงเหล่ากุงตรัสแสดงดาวเหนือ (太上玄靈北斗本命延生真經) ทรงเรียกคณะเทพีกลุ่มนี้ว่า พระมหาเทพีสัปตดาวเหนือ (ต้าเซิ่งเป่ยโต่วฉีหยวนจุน - 大聖北斗七元君) ซึ่งพระนามที่ยกย่องว่า หยวนจุน นั้นถูกใช้เรียกเทวนารีในลัทธิเต๋าแสดงให้เห็นว่าเดิมทรงมีเทวลักษณะเป็นเทพนารี และพระคัมภีร์อัฏฺฐวีสติบทของไท้เสียงเหล่ากุง (太上北斗二十八章經) กล่าวถึงพระเจ้าฮั่นหมิงตี้แห่งราชวงศ์ฮั่นที่ได้ทรงพบกับคณะเทพนารีกลุ่มดาวกระบวยใหญ่บนภูเขาจงหนาน (终南山) โดยกล่าวถึงว่าทรงปรากฏทิพยรูปในลักษณะเป็นสตรีดรุณีที่สวมอาภรณ์ธรรมดา ผมสยาย และไม่สวมรองเท้า[4] ในยุคต่อมาพระองค์จึงทรงปรากฏทิพยรูปเป็นเทพบุรุษและเพิ่มจำนวนมาอีกสององค์เป็นเก้าพระองค์ดังที่ปรากฏในปัจจุบัน

พระนามของคณะเทพบุรุษแห่งกลุ่มดาวที่ประจำดวงดาวกลุ่มดาวจระเข้และกลุ่มดาวหมีใหญ่ทั้ง 9 องค์ในเทศกาลกินเจเป็นที่นับถือทั่วไปในลัทธิเต๋าและศาสนาชาวบ้านจีนรวมถึงศาสนาพุทธแบบจีนนิกาย โดยในลัทธิเต๋า จะเรียกนามพระองค์ว่า พระราชาธิราชเก้าพระองค์ (กิ๋วอ๋องไต่เต่) ส่วนศาสนาพุทธแบบจีนนิกาย จะเรียกนามพระองค์ว่า พระพุทธและโพธิสัตว์ทั้งเก้า (กิ่วอ้วงฮุกโจ้ว) ขึ้นอยู่กับอิทธิพลของศาสนาพุทธหรือลัทธิเต๋าที่มีอิทธิพลต่อศาสนาชาวบ้านจีนในพื้นที่นั้น ๆ ซึ่งหมายถึงคณะเทพบุรุษทั้ง 9 องค์นี้

ถางหลางไท่ซิ่งจวิน(貪狼太星君) หรือ พระวิชัยโลกมนจรพุทธะ (最勝世界運意通證如來) พระองค์แรกในกลุ่มคณะเทพบุรุษทั้งเก้า ประจำดาวถางหลาง (贪狼) : ดาว Dubhe /Alpha Ursae Majoris (樞) สามารถมองเห็นดวงดาวนี้ได้
ได้รับการนับถือเป็นผู้ดูแล เทวดาพระอาทิตย์ หรือ ฮอกฮีสี เป็นคนสำคัญทางวัฒนธรรมคนแรก เมื่อก่อน 5,000 ปีมาแล้ว ทรงสั่งสอนให้ราษฎรทำแห ทำอวน จับปลา ช้อนกุ้ง สอนให้ราษฎรสืบเสาะหาสัตว์มาเลี้ยง จับสัตว์มาฝึกใช้งานและพืชพรรณทั้งหลาย ทรงสั่งสอนให้ราษฎรบวงสรวงเทพารักษ์ เทวดา ไหว้บิดามารดา พี่น้องที่ถึงแก่กรรม สอนให้ราษฎรสู่ขอแต่งงาน สมัยของพระองค์เริ่มใช้อักษรจีน สอนให้รู้จักหนังสือ ทำข้อสัญญา เลิกใช้ขมวดเชือกเป็นปมที่ทำเครื่องหมาย ประดิษฐ์เครื่องดนตรี ทำขิมพระองค์รู้ในตำรา ฤกษ์บน ฤกษ์ล่าง ด้วยฟ้าและดิน มีข้าวเปลือก มีม้ามังกร (เล่งเบ้) ทำตำราโหราศาสตร์และโป้ยกั่ว
จูเหม็นหยวนชิงจวิน (巨門元星君) หรือ พระศรีรัตนะโลกประภาโฆษอิศวรพุทธะ (方妙寶世界光音自在如來) พระองค์ที่สองในกลุ่มคณะเทพบุรุษทั้งเก้า ประจำดาวจูเหมิน (巨門) : ดาวMerak /Beta Ursae Majoris (璇) สามารถมองเห็นดวงดาวนี้ได้
ได้รับการนับถือเป็นผู้ดูแล เทวดาพระจันทร์และเทพธิดาพระจันทร์ หรือ พระเจ้าเอี้ยมเต้สินล่งฮองเต้ รู้ในอดีตและอนาคต ฤกษ์บน ฤกษ์ล่าง ชาวจีนถือเป็นพระเจ้าของการกสิกรรม เป็นผู้ประดิษฐ์คันไถ และสอนให้ชาวบ้านทำไร่ไถนาพระองค์เป็นห่วงราษฎร ให้จัดหาสัตว์และพืชมาเพาะเลี้ยง ทดลองปลูกทำเป็นพืชพรรณต่อไป เช่น ผลหญ้านั้นมีห้าอย่าง ข้าวเจ้า ข้าวเหนียว ข้าวสาลี ถั่ว งา ทรงแนะนำให้มาต้มให้สุกเสียก่อน คิดหายามารักษาโรค ทรงแนะนำให้กินน้ำที่ไหล คิดทำเรือสำเภาใช้ใบใช้สำหรับไปมาและค้าขายปราบขบถที่มารุกรานตามหัวเมืองของพระองค์
ลูชนเจินชิงจวิน (祿存貞星君) หรือ พระเวปุลลรัตนะโลกสุวรรณสิทธิพุทธะ (圓珠世界金色成就如來) พระองค์ที่สามในกลุ่มคณะเทพบุรุษทั้งเก้า ประจำดาวลู่ชุน (禄存): ดาวPhecda/Gamma Ursae Majoris (璣) สามารถมองเห็นดวงดาวนี้ได้
ได้รับการนับถือเป็นผู้ดูแล เทวดาพระอังคาร หรือ พระเจ้าอึ้งตี่ฮองเต้ เป็นกษัตริย์ที่สำคัญในการรบคนแรกประมาณ 5,000 ปีมาแล้วปราบปรามพวกขบถ เป็นนักประดิษฐ์เข็มทิศ รถศึกสามารถแล่นถูกทิศทางท่ามกลางหมอกหนาทึบ คิดทำปฏิทินตำราละยิด ต่อข้างขึ้นข้างแรม จัดปีและนักษัตรเสียใหม่ ทำมาตรา ทะนานตวงสิ่งของ ทำขลุ่ย ระฆัง เสื้อสีต่าง ๆ หกสี สีเหลืองเป็นที่หนึ่ง สร้างวัง ทำเกวียน และให้ขุดหาแร่ต่าง ๆ คิดยารักษาโรคต่อ ให้หมอมาร่ำเรียนทำเป็นตำราขึ้นจัดทำเขตแดน ชื่อบ้านและตำบล ทรงปลูกฝ้ายเลี้ยงไหมทอผ้า มเหสีของอึ้งตี่ก็มีชื่อเสียงในการผลิตผ้าไหม การยุติธรรม ทรงถือศีลกินเจ แล้วก็ขึ้นสวรรค์ไปกับมังกรเป็นเซียนต่อไป
เหวินฉิ่วหนิ่วชิงจวิน (文曲紐星君) หรือ พระอโศกโลกวิชัยมงคลพุทธะ (無憂世界最勝吉祥如來) พระองค์ที่สี่ในกลุ่มคณะเทพบุรุษทั้งเก้า ประจำดาวเหวินฉิ่ว (文曲) : ดาวMegrez /Delta Ursae Majoris (權) สามารถมองเห็นดวงดาวนี้ได้
ได้รับการนับถือเป็นผู้ดูแล เทวดาพระพุธ หรือ พระเจ้ากิ้มเต็กอ๋องฮองเต้ ทรงรับสั่งให้ขุนนางปักเสื้อ หมวก ที่สวมใส่เป็นรูปหงส์ ตามยศ ปราบปรามข้าศึกสงครามที่ยกมาตีบ้านเมืองของพระองค์ตามหัวเมืองต่าง ๆ
เหลียนเจิ้นกางซิ่งจวิน (玉廉貞綱星君) หรือ พระวิสุทธิอาศรมโลกเวปุลลปรัชญาวิภาคพุทธะ (淨住世界廣達智慧如來) พระองค์ที่ห้าในกลุ่มคณะเทพบุรุษทั้งเก้า ประจำดาวเหลียนเจิ้น (玉廉) :ดาว Alioth/Epsilon Ursae Majoris (玉衡) สามารถมองเห็นดวงดาวนี้ได้
ได้รับการนับถือเป็นผู้ดูแล เทวดาพระพฤหัสบดี หรือ พระเจ้าจ่วนยกตี่ฮองเต้ พระโอรสทั้งเก้าพระองค์ยกกองทัพไปปราบปรามขบถตามหัวเมืองต่าง ๆ ทรงเปลี่ยนแปลงฤดูกาลปีหนึ่งให้สี่ฤดู ต่อมายกสมบัติให้เตียวคี้เป็นกษัตริย์ต่อไป
อู่ฉวีจีชิงจวิน (武曲紀星君) หรือ พระธรรมมติธรรมสาครจรโลกมโนพุทธะ (法意世界法海遊戲如來) พระองค์ที่หกในกลุ่มคณะเทพบุรุษทั้งเก้า ประจำดาวอู่ฉวี (쿄曲) : ดาว Mizar/Zeta Ursae Majoris (開陽) สามารถมองเห็นดวงดาวนี้ได้
ได้รับการนับถือเป็นผู้ดูแล เทวดาพระศุกร์ หรือ พระเจ้าตี่คอกฮองเต้ ทรงตรวจดูกฎหมายแผ่นดิน พระองค์ทรงทำตำราปฏิทินใหม่เพื่อการเกษตร ไร่นา ปลูกต้นไม้ตามฤดูกาล ให้ขุนนางไปทำการขุดแร่มาใช้ประโยชน์แก่แผ่นดิน และให้เก็บตัวอย่างหินสีต่าง ๆ แล้วให้เอาไปหลอม มีพระโอรสชื่อ เงี้ยวอ๋อง ได้เป็นกษัตริย์ต่อไป
ป่อจวินกวนชิงจวิน (破軍關星君) หรือ พระเวปุลลจันทรโลกไภสัชชไวฑูรย์พุทธะ (滿月世界藥師琉璃光來) พระองค์ที่เจ็ดในกลุ่มคณะเทพบุรุษทั้งเก้า ประจำดาวปัวจวิน (破軍) : ดาว Alkaid/ Eta Ursae Majoris (破軍破軍星) สามารถมองเห็นดวงดาวนี้ได้
ได้รับการนับถือเป็นผู้ดูแล เทวดาพระเสาร์ หรือ พระเจ้าเงี้ยวเต้ เป็นกษัตริย์อย่างแท้จริงองค์แรก ชาวจีนอยากเห็นอีก ทรงปล่อยนักโทษตั้งโรงเลี้ยงคนแก่พิการที่ไม่มีญาติ ให้หมอหลวงรักษา ตั้งโรงเรียนสอนหนังสือขุนนางปราบปีศาจไฟเก้าดวง คิดทำปฏิทินใหม่ให้ละเอียดกว่าเก่าที่เคยทำมาแล้วถึงสามครั้งและปัจจุบันคงจะใกล้เคียงมากที่สุด ขุนนางไปกำจัดสัตว์ร้าย รับสั่งให้ขุนนางไปทำการขุดคลองจากแม่น้ำฮวงโหไหลบ่าล้นฝั่งท่วมไร่นาของราษฏร พระองค์ทรงเสด็จไปเยี่ยมราษฎร ทรงสั่งสอนราษฏร ต่อมาจึงยกราชสมบัติให้แก่ ไต้ซุ่น เป็นกษัตริย์องค์ต่อไป
จั่วฟูต้าเต้าชิงจวิน (左輔大道星君) หรือ พระศรีสุขโลกปัทมครรภอลังการโพธิสัตว์ (妙喜世界華藏莊嚴菩薩) พระองค์ที่แปดในกลุ่มคณะเทพบุรุษทั้งเก้า ประจำดาวจั่วฟู "左輔":ดาว Alcor A (寿命星/死兆星) ไม่สามารถมองเห็นดวงดาวนี้ได้
ได้รับการนับถือเป็นผู้ดูแล เทวดาพระราหู หรือ พระเจ้าซุ่นเต้ฮ่องเต้ เป็นวิศวกรที่สามารถ จึงเป็นที่น่าชื่นชมของมหาชน กตัญญูต่อบิดามารดาทำนารับสั่งให้อู๋ (พระองค์ที่เก้า) ไปทำการปราบปรามหัวเมืองต่าง ๆ ที่เข้ามาทำความเดือดร้อนแก่ราษฏรรับสั่งให้อู๋ไปทำการขุดคลองสำเร็จ ปราบสัตว์ร้าย ต่อมาอู๋ได้เป็นกษัตริย์ต่อไป
อวี้ต้าเต้าชิงจวิน (右弼大道星君) หรือ พระศรีเวปุลลสังสารโลกสุขะอิศวรโพธิสัตว์ (妙圓世界安樂自在菩薩) พระองค์ที่เก้าในกลุ่มคณะเทพบุรุษทั้งเก้า ประจำดาวอวี้ปี "右靈": ดาว Alcor B ไม่สามารถมองเห็นดวงดาวนี้ได้
ได้รับการนับถือเป็นผู้ดูแล เทวดาพระเกตุ หรือ พระเจ้าอู๋เต้ฮองเต้ เมื่อประมาณ 4,100 ปีมาแล้ว เป็นผู้เริ่มสร้างราชวงศ์จีนขึ้น เรียกกันว่า ราชวงศ์เฉียอะ ครั้งนั้นสมัยกรุงจีนเรียกว่าแผ่นดินแฮจัด เมืองจิวเป็นเมืองใหญ่ เอาทองคำมาหล่อเป็นกระถางธูปเก้าใบให้ชื่อว่ากิ่วเตี้ย สำหรับเมืองตั้งจิวเก้าเมือง บรรดาหัวเมืองทั้งยี่สิบสี่หัวเมืองเข้าเฝ้า รับสั่งให้ทำสัญญาณขึ้นไว้ห้าอย่าง ระฆัง กลอง ตัด เตียว อีกอย่างเข่ง ในเมืองไทยยังไม่มี ปล่อยนักโทษ ห้ามขุนนางทำสุรา พระองค์เป็นกษัตริย์ตัวอย่างที่แท้จริง เป็นวิศวกรที่เรื่องลือสามารถเจาะภูเขาสร้างที่เก็บน้ำ และจัดระบบให้ระบายน้ำได้อย่างดี เล่าเอี๊ยะเป็นขุนนางพระเจ้าอู๋เต้ฮองเต้จะยกราชสมบัติให้เล่าเอี๊ยะ ๆ ไม่ยอมรับ ฯลฯ ต่อมาพระราชโอรสพระเจ้าอู๋เต้ฮ่องเต้ครองราชสมบัติแทน ต่อมามีการแย่งชิงสมบัติพระราชบัลลังก์กันมาเรื่อย ๆ จนถึงราชวงศ์เซียว และราชวงศ์จิวสมัยห้องสินพระเจ้าติ่วอ๋องกับพระเจ้าบู้อ๋องจึงปรากฏลี้เจ้ง กิ้มเฉี้ย โล่เฉี้ย หลุ่ยจิ้นจู้ บกเฉี้ย เอี้ยวเจี้ยน เทวดาส่งมาให้เกิดเพื่อมาช่วยปราบปรามทำศึกกับกษัตริย์ที่ไม่อยู่ในยุติธรรม ไม่อยู่ในธรรมเนียมกษัตริย์

[5][6]

อ้างอิง

[แก้]
  1. https://4book.com.tw/2022/09/19/%E4%B9%9D%E7%9A%87%E5%A4%A7%E5%B8%9D/
  2. https://sithiankong.gbs2u.com/index.php/video
  3. https://www.mahamongkol.com/m/content.php?id=439
  4. "太上北斗二十八章经 - 维基文库,自由的图书馆". zh.wikisource.org (ภาษาจีนตัวย่อ). สืบค้นเมื่อ 2025-01-17.
  5. "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2013-08-17. สืบค้นเมื่อ 2013-09-27.
  6. http://www.resource.lib.su.ac.th/ejournal/images/stories/SUTJ_Social/Vol34No2/article04.pdf