ข้ามไปเนื้อหา

การแทรกแซงทางทหารในลิเบีย พ.ศ. 2554

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
การแทรกแซงทางทหารในลิเบีย พ.ศ. 2554
ส่วนหนึ่งของ สงครามกลางเมืองลิเบียครั้งที่หนึ่ง


บน: เขตห้ามบินเหนือลิเบีย พร้อมกับฐานและเรือรบที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการแทรกแซงทางทหาร
ล่าง: สีน้ำเงินคือรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการใช้งานเขตห้ามบินเหนือลิเบีย (สีเขียว)
วันที่19 มีนาคม – 31 ตุลาคม พ.ศ. 2554[1]
(7 เดือน 1 สัปดาห์ 5 วัน)
สถานที่
ลิเบีย
ผล

แนวร่วม NATO/ฝ่ายค้านลิเบียชนะ

คู่สงคราม

 เนโท[a]


ไม่ใช่กองกำลัง NATO


ฝ่ายค้านลิเบีย

 ลิเบีย

ผู้บังคับบัญชาและผู้นำ
ปฏิบัติการฮัรมัตตาน:
ประเทศฝรั่งเศส นีกอลา ซาร์กอซี
ประเทศฝรั่งเศส อาแล็ง ฌูว์เป
ปฏิบัติการเอลลามี:
สหราชอาณาจักร เดวิด แคเมอรอน
สหราชอาณาจักร เลียม ฟอกซ์
ปฏิบัติการโมไบล์:
ประเทศแคนาดา สตีเฟน ฮาร์เปอร์
ประเทศแคนาดา ปีเตอร์ แมคเคย์
ปฏิบัติการออดิสซีย์ดอว์น:
สหรัฐอเมริกา บารัก โอบามา
สหรัฐอเมริกา ฮิลลารี คลินตัน
สหรัฐอเมริกา รอเบิร์ต เกตส์
ปฏิบัติการยูนิไฟด์โปรเทกเตอร์:
เนโท Anders Fogh Rasmussen
สหรัฐอเมริกา เจมส์ จี. สตาฟรีดิส
ประเทศแคนาดา ชาลส์ บูชาร์ด
ประเทศอิตาลี รีนัลโด เวรี
สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาชนอาหรับลิเบีย มูอัมมาร์ กัดดาฟี โทษประหารชีวิต[5]
สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาชนอาหรับลิเบีย ซัยฟุลอิสลาม กัดดาฟี (เชลย)[6]
สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาชนอาหรับลิเบีย เคาะมีส กัดดาฟี 
สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาชนอาหรับลิเบีย อัสซาอะดี กัดดาฟี
สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาชนอาหรับลิเบีย อะบูบักร์ ยูนิส ญาบร์ [5]
สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาชนอาหรับลิเบีย อะลี อัชชัรีฟ อัรรีฟี
กำลัง
อากาศยาน 260 ลำ
เรือ 21 ลำ[7]
สหราชอาณาจักร ทหาร 350 นายในลิเบีย[8]
200 medium/heavy SAM launchers
220 light SAM launchers[9]
ปืนต้านอากาศยาน 600 อัน[10]
ความสูญเสีย
ไม่มี
ไม่มี
USN MQ-8 ถูกยิงตก 1 ลำ[11]
นักบินนาวีชาวดัตช์ถูกจับกุม 3 นาย (ภายหลังปล่อยตัว)[12]
Lynx ของกองทัพเรือเนเธอร์แลนด์ถูกยึด 1 ลำ[12]
1 USAF F-15E ตกลง 1 ลำ (ความผิดพลาดทางเทคนิค)[13]
UAEAF F-16 เสียหายขณะลงจอด 1 ลำ[14]

สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาชนอาหรับลิเบีย เป้าหมายทางทหารถูกทำลาย 1,000 แห่ง

  • รถถังและยานพาหนะหุ้มเกราะ 600 คัน
  • ปืนใหญ่หรือเครื่องยิงจรวด 400 อัน
สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาชนอาหรับลิเบีย ไม่ทราบจำนวนทหารที่เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ (อ้างโดย NATO)[15]
พลเมืองเสียชีวิต 72+ คน (ตาม Human Rights Watch)[16]
พลเมืองเสียชีวิตที่ตริโปลี 40 คน (อ้างโดยวาติกัน)[17]
เป็นไปได้ว่าเสียชีวิต 223–403 คน (ตาม Airwars)[18][19]
กองทัพสหรัฐฯ อ้างว่าไม่ทราบเรื่องการเสียชีวิตของพลเรือน[20]

การแทรกแซงทางทหารในลิเบีย พ.ศ. 2554 เริ่มตั้งแต่การบังคับใช้เขตห้ามบินเหนือน่านฟ้าลิเบียซึ่งเห็นชอบโดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2554[21] เขตห้ามบินดังกล่าวได้รับการเสนอขึ้นระหว่างการก่อการกำเริบในลิเบีย พ.ศ. 2554 เพื่อป้องกันมิให้กองกำลังฝ่ายรัฐบาลซึ่งภักดีต่อมูอัมมาร์ กัดดาฟี ใช้ยุทโธปกรณ์ทางอากาศโจมตีฝ่ายกบฏ

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม สันนิบาตอาหรับได้เรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติกำหนดเขตห้ามบิน[22][23] วันที่ 17 มีนาคม คณะมนตรีความมั่นคงมีมติ 10-0-5 ยอมรับเขตห้ามบินตามข้อมติที่ 1973 โดยมีรัฐสมาชิกห้าประเทศ ได้แก่ บราซิล รัสเซีย อินเดีย และจีน ซึ่งมักคัดค้านการเข้าแทรกแซงทางทหารต่อรัฐอธิปไตย แต่เห็นด้วยว่าควรจะมีการดำเนินมาตรการบางอย่าง[24][25][26]

ขณะที่บทบาทของแต่ละประเทศในการดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวยังไม่เป็นที่กำหนดเจาะจง ฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรได้ระบุเจตนาของตนว่าจะสนับสนุนมาตรการดังกล่าวเป็นมาตรการเร่งด่วน และเลบานอนและสหรัฐอเมริกาได้หนุนหลังข้อมติดังกล่าวอย่างเต็มที่[27][28]

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม มุสซา คุสซา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศลิเบีย ประกาศหยุดยิงตามข้อมติดังกล่าว[29] อย่างไรก็ตาม การระดมยิงปืนใหญ่ถล่มมิสราตาและอัจดาบิยาห์ยังคงดำเนินต่อไป และทหารฝ่ายรัฐบาลยังคงรุกคืบสู่เบงกาซี ทหารและกองทัพรัฐบาลเข้าสู่เมืองเมื่อวันที่ 19 มีนาคม[30] นอกจากนี้ยังมีการยิงปืนใหญ่และปืนครกถล่มเมืองด้วย[31]

วันที่ 19 มีนาคม การบังคับใช้เขตห้ามบินเริ่มต้นขึ้น และเครื่องบินรบฝรั่งเศสได้ออกเที่ยวบินปฏิบัติการทั่วลิเบียและมีการปิดกั้นทางทะเลโดยราชนาวีอังกฤษ[32] ข้อมติสหประชาชาติอนุมัติให้โจมตีทางอากาศต่อกองกำลังภาคพื้นดินของลิเบียและ "เรือรบ" ที่อาจเป็นภัยต่อพลเรือน[33] ในวันเดียวกัน กองกำลังผสมเริ่มต้น "ปฏิบัติการโอดิสซีย์ดอว์น" โดยมีเจตนาที่จะ "ห้ามมิให้รัฐบาลลิเบียใช้กำลังต่อประชาชนของตน"[34] การโจมตียานพาหนะของกองทัพบกลิเบียโดยเครื่องบินรบเจ็ตฝรั่งเศสได้รับการยืนยัน และมีการยิงขีปนาวุธบีจีเอ็ม-109 โทมาฮอว์ก 114 ลูกโดยเรือรบสหรัฐและเรือดำน้ำอังกฤษต่อการป้องกันทางอากาศของลิเบีย[35]

สำนักข่าวบีบีซีรายงานเมื่อเวลา 16.00 น. GMT ของวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2554 ว่ากองทัพอากาศฝรั่งเศสได้ส่งเครื่องบินรบ 20 ลำ มายังพื้นที่ 100 คูณ 150 กิโลเมตรเหนือเบงกาซีเพื่อป้องกันการโจมตีใด ๆ ต่อเมืองที่ถูกควบคุมโดยฝ่ายกบฏ[36] และอีกเกือบหนึ่งชั่วโมงถัดมา เครื่องบินรบฝรั่งเศสได้ยิงและทำลายยานพาหนะทหารของลิเบีย ซึ่งได้รับการยืนยันโดยโฆษกกระทรวงกลาโหมฝรั่งเศส[36] ตามข้อมูลของอัลจาซีรา เครื่องบินเจ็ตทำลายรถถังลิเบียไปสี่คันในการโจมตีทางอากาศทางตะวันตกเฉียงใต้ของเบงกาซี[35] อย่างไรก็ตาม การโจมตีดังกล่าวทำให้พลเรือนเสียชีวิต 50 คน[37]

วันที่ 20 มีนาคม ขบวนรถทหารถูกทำลายใกล้กับเบงกาซี ทางตะวันออกของลิเบีย จากการโจมตีทางอากาศหลายครั้ง ทราบว่ายานพาหนะทหารกว่าเจ็ดสิบคันถูกทำลาย และทำให้ทหารภาคพื้นดินของฝ่ายรัฐบาลลิเบียเสียชีวิตหลายนาย[38] กองทัพบกลิเบียได้ประกาศหยุดยิงทันทีเป็นครั้งที่สอง เริ่มตั้งแต่ 21.00 น. ของวันที่ 20 มีนาคม[39]

วันที่ 21 มีนาคม โฆษกรัฐบาลลิเบียประกาศว่าการโจมตียังคงดำเนินต่อในไปทริโปลี ซาบา และเซิร์ท[40]

อ้างอิง

[แก้]
  1. "Nato chief Rasmussen 'proud' as Libya mission ends". BBC News. 31 October 2011. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 27 September 2018. สืบค้นเมื่อ 20 June 2018.
  2. Blomfield, Adrian (23 February 2011). "Libya: Foreign Mercenaries Terrorising Citizens". The Daily Telegraph. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 10 March 2011. สืบค้นเมื่อ 22 March 2011.
  3. Huma Khan; Helen Zhang (22 February 2011). "Moammar Gadhafi's Private Mercenary Army 'Knows One Thing: To Kill'". ABC News. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 8 April 2011. สืบค้นเมื่อ 22 March 2011.
  4. Meo, Nick (27 February 2011). "African Mercenaries in Libya Nervously Await Their Fate". The Daily Telegraph. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 15 March 2011. สืบค้นเมื่อ 22 March 2011.
  5. 1 2 "Muammar Gaddafi Killed as Sirte Falls". Al Jazeera. 20 October 2011. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 23 October 2011. สืบค้นเมื่อ 24 April 2012.
  6. "Gaddafi's son Saif al-Islam captured in Libya". BBC News. 19 November 2011. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 7 November 2018. สืบค้นเมื่อ 20 June 2018.
  7. "Operation Unified Protector Final Mission Stats" (PDF). NATO. 2 November 2012. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 13 June 2013. สืบค้นเมื่อ 13 September 2013.
  8. Forte, Maximillian. Slouching Towards Sirte. p. 127.
  9. "The North African Military Balance", Anthony H. Cordesman, Center for Strategic and International Studies, 29 March 2005, pp. 32, 36
  10. M. Cherif Bassiouni, "Libya: From Repression to Revolution", 13 December 2013, p. 138
  11. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ helicrash
  12. 1 2 "Three Dutch Marines Captured During Rescue in Libya". BBC News. 3 March 2011. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 20 May 2011. สืบค้นเมื่อ 11 May 2011.
  13. "US Crew Rescued after Libya Crash". BBC News. 22 March 2011. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 22 March 2011. สืบค้นเมื่อ 22 March 2011.
  14. "UAE Fighter Jet Veers Off Runway at Base in Italy: Report". Zawya/AFP. 27 April 2011. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 18 January 2012. สืบค้นเมื่อ 28 April 2011.
  15. "NATO: Gadhafi Forces Caught Mining Misrata Port". USA Today. Brussels. Associated Press. 29 April 2011. สืบค้นเมื่อ 16 January 2012.
  16. "Unacknowledged Deaths: Civilian Casualties in NATOs Air Campaign in Libya". Human Rights Watch. 14 May 2012. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 22 November 2016. สืบค้นเมื่อ 3 November 2016.
  17. "Vatican: Airstrikes Killed 40 Civilians in Tripoli". The Jerusalem Post. 31 March 2011. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 11 May 2011. สืบค้นเมื่อ 31 March 2011.
  18. Imhof, Oliver (March 18, 2021). "Ten years after the Libyan revolution, victims wait for justice". Airwars. สืบค้นเมื่อ 2022-03-08.
  19. "All Belligerents in Libya, 2011".
  20. "Coalition Targets Gadhafi Compound". CNN. 16 March 2011. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 22 March 2011. สืบค้นเมื่อ 21 March 2011.
  21. http://www.un.org/News/Press/docs/2011/sc10200.doc.htm
  22. "Arab states seek Libya no-fly zone". Al Jazeera English. 2011-03-12. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-03-12. สืบค้นเมื่อ 2011-03-12.
  23. Perry, Tom (2011-03-12). "Arab League calls for Libya no-fly zone-state TV". Thomson Reuters. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-03-12. สืบค้นเมื่อ 2011-03-12.
  24. "UN authorises no-fly zone over Libya". Al Jazeera. 2011-03-17. สืบค้นเมื่อ 2011-03-17.
  25. Mark Mardell (2011-03-17). "Libya: UN backs action against Colonel Gaddafi". BBC News. สืบค้นเมื่อ 2011-03-17.
  26. "U.N. Security Council approves no-fly zone over Libya". CNN. 2011-03-17. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-06-30. สืบค้นเมื่อ 2011-03-17.
  27. "BBC News - Libya: UK forces prepare after UN no-fly zone vote". BBC News. BBC. 18 March 2011. สืบค้นเมื่อ 18 March 2011.
  28. DeYoung, Karen (17 March 2011). "Europeans say intervention in Libya possible within hours of U.N. vote". Washington Post. สืบค้นเมื่อ 18 March 2011. {{cite news}}: ไม่รู้จักพารามิเตอร์ |coauthors= ถูกละเว้น แนะนำ (|author=) (help)
  29. http://www.bbc.co.uk/news/world-middle-east-12787056
  30. Staff writer (19 March 2011). "Libya: Gaddafi Forces Attacking Rebel-Held Benghazi". BBC News. สืบค้นเมื่อ 19 March 2011.
  31. 19 March 2011, Gaddafi forces encroaching on Benghazi. Al Jazeera English.
  32. "French fighter jets deployed over Libya". CNN. 2011-03-19. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-03-22. สืบค้นเมื่อ 2011-03-19.
  33. ""U.N. no-fly zone over Libya: what does it mean?"".
  34. "Gunfire, explosions heard in Tripoli". CNN. สืบค้นเมื่อ 20 March 2011.
  35. 1 2 "Libya Live Blog - March 19". Al-Jazeera. 19 March 2011. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-03-19. สืบค้นเมื่อ 19 March 2011.
  36. 1 2 "French military jets over Libya". BBC News. 19 March 2011. สืบค้นเมื่อ 19 March 2011.
  37. "Gunfire, explosions heard in Tripoli". CNN". CNN. สืบค้นเมื่อ 19 March 2011.
  38. "Libya live blog: U.S. Joint Chiefs Mullen: No-fly zone in effect – This Just In - CNN.com Blogs". News.blogs.cnn.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-08-17. สืบค้นเมื่อ 2011-03-21.
  39. "Libya Attack". Guardian. 2011-03-20. สืบค้นเมื่อ 2011-03-20.
  40. "Gaddafi 'not targeted' by allied strikes". BBC News. 21 March 2011. สืบค้นเมื่อ 11 March 2011.

อ่านเพิ่ม

[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]
  1. ใช้งาน UNSC Resolution 1973
อ้างอิงผิดพลาด: มีป้ายระบุ <ref> สำหรับกลุ่มชื่อ "lower-alpha" แต่ไม่พบป้ายระบุ <references group="lower-alpha"/> ที่สอดคล้องกัน