การสังหารหมู่ที่โรงเรียนมาร์จอรี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
การสังหารหมู่ที่โรงเรียนมาร์จอรี
MarjoryStonemanDouglasHS 22Jun2008 (cropped).jpg
โรงเรียนมาร์จอรีสโตนแมนโดกลาส (Marjory Stoneman Douglas High School) ในปีค.ศ.2008
ปาร์คแลนด์ ตั้งอยู่ใน รัฐฟลอริดา
ปาร์คแลนด์
ปาร์คแลนด์
ปาร์คแลนด์ (รัฐฟลอริดา)
ปาร์คแลนด์ ตั้งอยู่ใน สหรัฐ
ปาร์คแลนด์
ปาร์คแลนด์
ปาร์คแลนด์ (สหรัฐ)
สถานที่ปาร์คแลนด์, รัฐฟลอริดา, สหรัฐ
พิกัด26°18′19″N 80°16′06″W / 26.3053°N 80.2683°W / 26.3053; -80.2683 (Shooting)พิกัดภูมิศาสตร์: 26°18′19″N 80°16′06″W / 26.3053°N 80.2683°W / 26.3053; -80.2683 (Shooting) (ยิง)
26°17′23″N 80°17′14″W / 26.2897°N 80.2871°W / 26.2897; -80.2871 (Arrest) (ถูกจับ)[note 1]
วันที่14 กุมภาพันธ์ ค.ศ.2018
2:21 – 2:27 p.m. (EST, UTC−5)
เป้าหมายนักเรียนและพนักงานที่โรงเรียนมาร์จอรีสโตนแมนโดกลาส
ประเภทการยิงกันในโรงเรียน, การยิงหมู่
อาวุธAR-15 style semi-automatic rifle (Smith & Wesson M&P15 Sport II)
ตาย17
เจ็บ17
ผู้ต้องสงสัยNikolas Cruz

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 ที่โรงเรียนมัธยมมาร์จอรี สโตนแมน ดักลาส โรงเรียนในเมืองพาร์คแลนด์ รัฐฟลอริดา ได้เกิดเหตุสังหารหมู่ โดยมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 17 ราย นักเรียนเสียชีวิต 14 ราย บุคลากรเสียชีวิต 3 ราย ได้แก่ครูสอนภูมิศาสตร์ ผู้ช่วยโค้ชทีมฟุตบอล และ ผู้อำนวยการด้านการกีฬา

ในจำนวนนี้ เสียชีวิตที่โรงเรียน 12 ราย นอกโรงเรียน 3 ราย และ อีก 2 ราย เสียชีวิตที่โรงพยาบาล[2] โดยในจำนวน 17 คนนี้เป็นนักศึกษาวิชาทหารรุ่นเยาว์ของกองทัพสหรัฐฯ จำนวน 3 ราย

ผู้ก่อเหตุได้แก่ นาย นิโคลัส ครูซ อายุ 19 ปี ศิษย์เก่าของโรงเรียนซึ่งถูกไล่ออกหลังจากทำผิดกฎโรงเรียน โดยเป็นเหตุกราดยิงในโรงเรียนครั้งที่ 18 ของปี พ.ศ. 2561[3][4]เป็นเหตุการณ์กราดยิงที่รุนแรงที่สุด 10 อันดับแรกในรอบ 35 ปี โดยนับเป็นอันดับ 9 โดยดูจากจำนวนผู้เสียชีวิตรวมจำนวนผู้ก่อเหตุที่เสียชีวิต

เป็นเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงในมหาวิทยาลัยและโรงเรียนเป็นอันดับที่สามนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2383 รองจาก การสังหารหมู่ที่มหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียเทค ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 33 ราย เหตุยิงกันในโรงเรียนประถมแซนดีฮุก ในเมืองนิวทาวน์ ซึ่งเกิดในปี พ.ศ. 2555 มีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นั้น 28 ราย

ก่อนเกิดเหตุการณ์ นาย นิโคลัส ครูซ ได้โพสวิดิโอลงในเว็บไซด์ยูทิวบ์ ภายหลังจากที่ นาย เบน เบนไนท์ ได้เข้าไปรับชม เขาตัดสินใจแจ้งสำนักงานสอบสวนกลาง [5]โดยสำนักงานสอบสวนกลางได้ตรวจสอบแต่ไม่สามารถระบุคนโพสต์ได้ นาย จิม การ์ด ครูประจำโรงเรียนกล่าวว่าทาง โรงเรียนเคยแจ้งเตือนครูให้ระมัดระวังถึงพฤติกรรมของนาย นิโคลัส ครูซ ด้านนักเรียนกล่าวว่าเคยมีผู้พบกระสุนปืนในกระเป๋าของผู้ก่อเหตุ และคาดว่านั้นคือสาเหตุที่โรงเรียนไล่เขาออก

เช้าวันเกิดเหตุที่โรงเรียนมัธยมมาร์จอรี สโตนแมน ดักลาส ทางโรงเรียนได้ทำการซ้อมหนีไฟ[6]โดยในช่วงบ่าย สัญญาณเตือนไฟไหม้ได้ดังขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้นักเรียนสับสนและคิดว่าไม่ได้มีเหตุร้ายแรง นักเรียนในโรงเรียนเข้าใจว่าเป็นเพียงการซ้อม อีกทั้งโรงเรียนได้ซ้อมรับมือเหตุการณ์กราดยิงในโรงเรียนไปเมื่อ 6 สัปดาห์ก่อน ภายหลังได้ยินเสียงปืนเด็กนักเรียนจึงได้ตระหนักว่าไม่ใช่การซ้อมโดยส่วนหนึ่งวิ่งไปที่ถนนหน้าโรงเรียน และบางส่วนเลือกที่จะหาที่กำบัง โดยนาย นิโคลัส ครูซ ใช้อาวุธปืน AR-15 Rifle ในการสังหารครั้งนี้

ภายหลังเหตุการณ์นี้มีการพยายามรณรงค์เรื่องกฎหมายอาวุธปืนในสหรัฐอเมริกา ได้มีการยกย่องและให้เหรียญกล้าหาญแก่ นักศึกษาวิชาทหารรุ่นเยาว์ของกองทัพสหรัฐฯ จำนวน 3 ราย ได้แก่ Martin Duque Alaina Petty และ Peter Wang โดย Peter Wang เป็นชาวจีนคนเดียวที่เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้[7]

จากการสอบสวน นาย นิโคลัส ครูซ แม่บุญธรรมของเขาเสียชีวิตเมื่อปี เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2560[8] ส่วนพ่อเสียชีวิตตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547[9]เขาได้ย้ายมาอยู่กับพ่อแม่ของเพื่อนร่วมโรงเรียนตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ต่อมาวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 มีเหตุการณ์กราดยิงที่โรงเรียนมัธยม ซานตาเฟ่ รัฐเท็กซัส มีผู้เสียชีวิต 10 ราย

วันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2561 มีเหตุการณ์กราดยิงในโบสถ์มีผู้เสียชีวิต 11 ราย[10] รัฐเพนซิลเวเนีย และวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 มีเหตุการณ์กราดยิงที่เมืองทาวน์ซันโอคส์ รัฐแคลิฟอร์เนีย มีผู้เสียชีวิต 13 ราย

อ้างอิง[แก้]


อ้างอิงผิดพลาด: มีป้ายระบุ <ref> สำหรับกลุ่มชื่อ "note" แต่ไม่พบป้ายระบุ <references group="note"/> ที่สอดคล้องกัน หรือไม่มีการปิด </ref>