การลงประชามติแยกเซาท์ซูดานเป็นเอกราช พ.ศ. 2554

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

การลงประชามติแยกเซาท์ซูดานเป็นเอกราช พ.ศ. 2554 เกิดขึ้นในเซาท์ซูดาน เมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2554 เพื่อแสวงหามติมหาชนว่า เซาท์ซูดานยังควรเป็นส่วนหนึ่งของประเทศซูดานหรือไม่[1][2] โดยสืบเนื่องมาจากความตกลงสันติภาพเบ็ดเสร็จระหว่างรัฐบาลกลางคาร์ทูม และกองทัพปลดปล่อยประชาชนซูดาน (SPLA/M)

เบื้องหลัง[แก้]

สิ่งที่ต้องมีก่อนการลงประชามติดังกล่าวรวมไปถึงการทำสำมะโนประชากร ซึ่งจะเป็นการกำหนดว่าการจัดสรรความมั่งคั่งและอำนาจทางการเมืองระหว่างภูมิภาคจะเป็นอย่างไร ด้วยเหตุนี้ การทำสำมะโนประชากรจะเป็นพื้นฐานของกระบวนการลงทะเบียนเลือกตั้ง ซึ่งจะเปิดโอกาสให้การเลือกตั้งทั่วไปใน พ.ศ. 2553 เกิดขึ้นได้ และเป็นการเตรียมการสำหรับการลงประชามติดังกล่าวด้วย ใน พ.ศ. 2551 การทำสำมะโนประชากรถูกเลื่อนเวลาออกไปถึงสามครั้ง ปัญหาที่พบรวมไปถึงความไม่ลงรอยระหว่างฝ่ายเหนือกับฝ่ายใต้ว่าข้อตกลงไนวาชาบังคับอย่างไร ซึ่งเป็นเหตุของความยากลำบากและความท้าทายด้านการขนส่งอย่างใหญ่หลวง ทางตอนใต้ สนามทุ่นระเบิดที่ยังหลงเหลือจากสงครามซึ่งไม่มีการทำแผนที่นั้น ทำให้การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก ขณะที่ชาวซูดานมากถึงห้าล้านคนเป็นพวกเร่ร่อน ชาวซูดานที่ถูกบังคับให้ออกจากที่อยู่ภายใต้ประเทศจากทางตอนใต้ยังคังหลงเหลืออยู่ในค่ายรอบกรุงคาร์ทูมมากถึงสองล้านคน ทางตอนกลางของประเทศ ในขณะที่ผู้ลี้ภัยบางส่วนยังคงอาศัยอยู่ในยูกันดาและเคนยา ความยุ่งยากยังมีขึ้นในความขัดแย้งในดาร์ฟูร์ ทางตะวันตก ที่ซึ่งพลเรือนที่หนีการโจมตีมาปฏิเสธที่จะมีส่วนในการทำสำมะโนประชากร ด้วยเกรงว่ารัฐบาลจะใช้ผลการสำรวจมาสร้างความเดือดร้อนแก่พวกเขา กลุ่มกบฏดาร์ฟูร์เต็มใจที่จะบอกเลิกการทำสำมะโนประชากรที่มีการเตรียมการไว้แล้ว ขณะที่กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อความยุติธรรมและความเสมอภาคได้ขู่ว่าจะโจมตีผู้ที่ไปใช้สิทธิ์ลงประชามติ[3]

นอกจากนี้ ยังมีความไม่ลงรอยระหว่างพรรคคองเกรสแห่งชาติ (NCP) และ SPLA/M ในประเด็นที่ว่าสัดส่วนของประชากรมากเท่าใดจึงจะนับว่าเพียงพอต่อการแยกตัวเป็นเอกราช (NCP ต้องการให้ผู้มีสิทธิ์อย่างน้อย 75% ลงประชามติยอมรับ) ตลอดจนประเด็นที่ว่าชาวเซาท์ซูดานที่อยู่ทางเหนือของประเทศควรจะได้รับอนุญาตให้ลงประชามติหรือไม่ และกระบวนการแยกประเทศภายหลังการลงประชามติ ตลอดจนการแบ่งหนี้สาธารณะ[4] ได้มีกระบวนการอย่างเรียบร้อยเมื่อต้นเดือนกันยายน พ.ศ. 2553 แต่ความไม่ลงรอยกันในประเด็นสำคัญยังคงมีอยู่[5]

เดือนตุลาคม พ.ศ. 2552 รัฐบาลกลางซูดานและรัฐบาลเซาท์ซูดานตกลงว่า ผลการลงประชามติแยกตัวเป็นเอกราชจะต้องได้รับการสนับสนุนอย่างน้อย 60% จากผู้มีสิทธิ์อย่างน้อย 3.8 ล้านคน จึงจะทำให้การลงประชามติดังกล่าวเป็นผลสมบูรณ์ หากผู้ลงประชามติเสียงข้างมากยอมรับการแยกตัวเป็นเอกราช แต่ไม่ถึง 60% เซาท์ซูดานก็จะแยกตัวออกเป็นดินแดนปกครองตนเอง[6][7] ซึ่งเป็นเงื่อนไขของความตกลงสันติภาพเบ็ดเสร็จด้วยเช่นกัน[8]

วันที่มีการเสนอให้จัดการลงประชามติดังกล่าว คือ 9 มกราคม พ.ศ. 2554 หากผู้มาลงประชามติไม่เพียงพอในการลงประชามติในครั้งแรก การลงประชามติครั้งที่สองจะถูกจัดขึ้นภายในหกสิบวัน[9]

การลงประชามติ[แก้]

รูปแบบการลงคะแนนเสียงที่ใช้ในการลงประชามติ

การลงประชามติเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2554 สามวันหลังจากนั้น ตัวแทนของ SPLA/M ประกาศว่า ตามการประมาณการของพวกเขา จำนวนผู้ที่ลงประชามติเห็นควรแยกเซาท์ซูดานเป็นเอกราช ได้ถึงระดับที่ทำให้ผลการลงประชามติมีผลแล้ว กล่าวคือ มากกว่าขั้นต่ำที่ร้อยละ 60 (จากจำนวนผู้มีสิทธิ์กว่า 2.3 ล้านคน) ได้มีการออกมายืนยันอย่างเป็นทางการในวันเดียวกัน เมื่อคณะกรรมการการลงประชามติได้ออกแถลงการณ์ซึ่งประกาศว่าผลการลงประชามติจะ "เกิน" ขั้นต่ำที่ต้องการมากกว่าร้อยละ 60 แล้ว[10] จิมมี คาร์เตอร์ แสดงความเชื่อของตนออกมาเมื่อวันที่ 13 มกราคมว่า การลงประชามติดังกล่าวค่อนข้างที่จะเป็นไปตามมาตรฐานสากลสำหรับทั้งการจัดการลงคะแนนเสียงและอิสรภาพของผู้มีสิทธิ์ลงคะแนน[11] สหประชาชาติ รายงานว่า ผลขั้นต้นคาดว่าจะมีภายในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ และผลขั้นสุดท้ายคาดว่าจะมีขึ้นภายในอีกสองสัปดาห์หลังจากนั้น[10][12]

ตามผลการนับคะแนนเสียงขั้นต้นโดยแอสโซซิแอดเพรส ซึ่งประกอบด้วยหีบใส่บัตรลงคะแนน 30,000 หีบ ใน 10 เขตเลือกตั้ง ตัวอย่าง 95% มี 96% ที่เห็นด้วยกับการแยกตัวเป็นอิสระ 3% ยอมรับความเป็นเอกภาพ[13] และที่เหลือเป็นบัตรเสีย นายโมฮัมเหม็ด คาลิล อิบราฮิม ประธานคณะกรรมการลงประชามติ กล่าวว่า กว่าร้อยละ 83 ของจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทางใต้และร้อยละ 53 ทางตอนเหนือได้ออกมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียง[14] คณะกรรมการลงประชามติเซาท์ซูดานยืนยันการมีผลของคะแนนเสียงแล้ว แม้ว่าขณะนั้น การนับผลการลงประชามติจะยังทำไม่เสร็จสิ้นก็ตาม[15]

เมื่อการนับผลการลงประชามติเสร็จสิ้น ซูดานได้ให้ปฏิญาณว่าจะยอมรับผล[16]

ผลการออกเสียง:[17]
บัตรที่นับเป็นคะแนน 3,837,406 99.62%
บัตรเสีย/คืนบัตร 14,588 0.38%
รวม 3,851,994
การเห็นชอบและไม่เห็นชอบ:
เห็นชอบ 3,792,518 98.83%
ไม่เห็นชอบ 44,888 1.17%
รวม 3,837,406

ชื่อประเทศใหม่[แก้]

ชื่อใหม่สำหรับประเทศที่ได้รับเอกราชนั้นยังคงอยู่ในระหว่างการเสนอแนะ โดยชื่อเซาท์ซูดานนั้นได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์เนื่องจากมันยังไม่แตกต่างจากประเทศซูดาน[18] มีชื่อได้รับการเสนอมากกว่า 12 ชื่อ ตัวอย่างเช่น สาธารณรัฐไนล์ สาธารณรัฐคุช และอซาเนีย[19]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Sudan's Referendum Commission says southern Sudan referendum on Jan. 9". People's Daily Online. 2010-10-21. สืบค้นเมื่อ 2011-01-05. 
  2. Road to 2011 referendum is full of obstacles – South Sudan's Kiir Sudan Tribune, 12 July 2007
  3. Henshaw, Amber, "Sudanese stand up to be counted", BBC News, 21 April 2008
  4. "Sudan’s NCP & SPLM fail to agree on census, referendum law - Sudan Tribune: Plural news and views on Sudan". Sudan Tribune. 2009-08-20. สืบค้นเมื่อ 2011-01-05. 
  5. "Sudan partners make modest progress on referendum talks - Sudan Tribune: Plural news and views on Sudan". Sudan Tribune. 2009-09-03. สืบค้นเมื่อ 2011-01-05. 
  6. "Sudan referendum law endorsed in cabinet, 51% ‘Yes’ vote & 60% turnout required", Sudan Tribune, 2009-02-14.
  7. "Terms for Sudan referendum agreed", BBC News, 2009-10-16.
  8. Bashir warns of unstable south - Africa - Al Jazeera English
  9. "Talks on South Sudan referendum progress in Khartoum - Sudan Tribune: Plural news and views on Sudan". Sudan Tribune. 2009-10-21. สืบค้นเมื่อ 2011-01-05. 
  10. 10.0 10.1 "Official: South Sudan Voter Turnout to Reach 60 Percent Threshold". VOA News. 2011-01-12. สืบค้นเมื่อ 2011-01-13. 
  11. "Carter: South Sudan Vote Will Meet International Standards". VOA News. 2011-01-13. สืบค้นเมื่อ 2011-01-13. 
  12. "Turnout in Southern Sudan vote passes 60 percent - Yahoo! News". News.yahoo.com. 2011-01-12. Archived from the original on 2011-01-16. สืบค้นเมื่อ 2011-01-16. 
  13. Post Store. "S.Sudan early returns show big vote for secession". Washingtonpost.com. สืบค้นเมื่อ 2011-01-16. 
  14. "Sudan vote trend points at split - Africa". Al Jazeera English. สืบค้นเมื่อ 2011-01-16. 
  15. "Al-ManarTV:: US Vice President Lands in Afghanistan in Surprise Visit 10/01/2011". Almanar.com.lb. 2011-01-26. สืบค้นเมื่อ 2011-01-31. 
  16. "Al-ManarTV:: South Sudan Referendum Wraps up, Khartoum Vows to Recognize Results 15/01/2011". Almanar.com.lb. 2011-01-15. สืบค้นเมื่อ 2011-01-31. 
  17. "Results for the Referendum of Southern Sudan". Southern Sudan Referendum Commission and Southern Sudan Referendum Bureau. 2011-01-30. สืบค้นเมื่อ 2011-01-30. 
  18. "Southern Sudanese debate new name - Africa". Al Jazeera English. 2011-01-23. สืบค้นเมื่อ 2011-01-31. 
  19. http://www.nytimes.com/2011/01/24/world/africa/24sudan.html?_r=1 Retrieved 2011-1-31