การรวมประเทศจีน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
Chinese unification
China map.png
Territory controlled by the People's Republic of China (PRC) (purple) and the Republic of China (ROC) (orange). The size of minor islands has been exaggerated in this map for ease of visibility.
จีนตัวเต็ม 中國統一
จีนตัวย่อ 中国统一
ความหมายตามตัวอักษร China unification
Cross-Strait (Re)unification
จีนตัวเต็ม 海峽兩岸統一
จีนตัวย่อ 海峡两岸统一
ความหมายตามตัวอักษร Two shores of strait unification

การรวมประเทศจีน, การรวมจีน หรือ การรวมอาณาเขตจีน หมายถึงการรวมศักยภาพทางการเมืองเข้าด้วยกันระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนและสาธารณรัฐจีนสู่การเป็นรัฐเอกภาพ

ประวัติศาสตร์[แก้]

สาธารณรัฐจีนก่อตั้งขึ้นในปี 1912 เพื่อปกครองจีนแผ่นดินใหญ่หลังจากการโค่นล้มราชวงศ์ชิงลง ในปี 1945 กองกำลังญี่ปุ่นในไต้หวันยอมแพ้ต่อเจียง ไคเชก ผู้นำของสาธารณรัฐจีน ในฐานะตัวแทนของฝ่ายสัมพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่สองและไต้หวันขณะนั้นยังเป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีน ในระหว่างปีสุดท้ายของสงครามกลางเมืองจีน (1946-1949) สาธารณรัฐจีนสูญเสียแผ่นดินใหญ่ให้กับพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CCP) และย้ายรัฐบาลไปอยู่ที่ไต้หวัน  และพรรคคอมมิวนิสต์จีน(เหมา เจ๋อตุง)ได้ก่อต้งสาธารณรัฐประชาชนจีนขึ้นในปี 1949 ส่วนสาธารณรัฐจีน(เจียง ไคเชก)ได้ย้ายไปที่เกาะไต้หวันซึ่งฐานที่มั่นของพรรคก๊กมินตั๋งและกลายเป็นไต้หวันปัจจุบันในที่สุด

รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนอ้างว่าไต้หวันคือ"เขตกบฏ"ต่อสาธารณรัฐประชาชนจีนและยังได้รับเกาะที่มีความสำคัญมาก จึงเกิดการก่อตั้งนโยบบายจีนเดียวเพื่อความชัดเจน สาธารณรัฐประชาชนจีนได้ขู่ว่าจะบุกรุกไต้หวันหากพิจารณาว่าเกิดความไม่สงบหรือไม่ให้ความร่วมมือกับตน

ชาวไต้หวันส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลจีนด้วยหลายเหตุผลรวมถึงความกลัวที่จะสูญเสียประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนในไต้หวัน รัฐบาลจีนก็เช่นกันที่ต้องรักษาสถานะของไต้หวันไว้รวมถึงการไล่ตามติดพันการเป็นอิสระของไต้หวัน รัฐธรรมนูญของรัฐบาลสาธารณรัฐจีนมีสถานะอาณาเขตรวมจีนแผ่นดินใหญ่ด้วยแต่นโยบายทางการของรัฐบาลสาธารณรัฐจีนขึ้นอยู่กับการผสมอำนาจในปัจจุบัน

หนึ่งจีน สองระบบ[แก้]

กลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านการเป็นอิสระของไต้หวันชาติที่วอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริการระหว่าง ลี เต็ง-หุ่ยมาเยือน

ตามที่ร่างข้อเสนอ 1995 โดย CPC เลขาธิการและประธานาธิบดี เจียง เจ๋อหมิน ไต้หวันจะสูญเสียอำนาจอธิปไตยและสิทธิ์ในการตัดสินใจด้วยตัวเองแต่จะยังคงมีกำลังอาวุธและส่งตัวแทนที่จะเป็น "ผู้นำหมายเลขสอง" ในรัฐบาลกลางของสาธารณรัฐประชาชนจีนตามระบบหนึ่งประเทศสองระบบที่ได้ปรับใช้สำหรับฮ่องกงและมาเก๊า ดังนั้นภายใต้การขอเสนอนี้สาธารณรัฐจีนจะล่มสลายได้

ชาวไต้หวันบางคนยังสนับสนุน "หนึ่งประเทศสองระบบ" ในขณะที่ผู้สนับสนุนางส่วนโต้แย้งเพื่อรักษาสถานะภาพปัจจุบันจนกว่าจีนแผ่นดินใหญ่จะกลายเป็นประชาธิปไตยและประเทศอุตสาหกรรมในระดับเดียวกับไต้หวัน ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2000 เจมส์ ซุง ผู้สมัครอิสระเสนอรูปแบบความสัมพันธ์ของสหภาพยุโรปกับจีนแผ่นดินใหญ่พร้อมกับการไม่ใช่ความก้าวร้าวในการตกลงกัน ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2004 เหลียน ชาน เสนอรูปแบบความสัมพันธ์แบบสมาพันธรัฐ รัฐบาลปักกิ่งได้คัดค้านแผนนั้นและอ้างว่าไต้หวันนั้นเป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีนแล้วและไม่ใช่รัฐดังนั้นจึงไม่สามารถตั้งสมาพันธรัฐได้

ข้อเสนอในการรวมกันไม่ถูกละทิ้งในไต้หวันและปัญหายังคงถกเถียงกันในสมัยประธานาธิบดี Chenเฉิน ฉุ่ยเปี่ยน ผู้ปฏิเสธที่จะยอมรับการพูดคุยที่เงื่อนไขปักกิ่งภายใต้คณะบริหารสาธารณรัฐประชาชนจีนของหู จิ่นเทา การรวมไต้หวันสูญเสียความสำคัญท่ามกลางความเป็นจริงที่พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) จะครองตำแหน่งประธานนาธิบดีในไต้หวันจะถูกพักโดยประธานาธิบดี Chen Shui-bian ที่เป็นนักเสรีนิยมจนถึงปี 2008 และความสำคัญย้ายไปยังการประชุมกับนักการเมืองที่ต่อต้านเสรีนิยมแทน

สถานการณปัจจุบัน[แก้]

เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2562 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงกล่าวเนื่องในโอกาสครบรอบ 40 ปี สารที่ทางการจีนส่งไปยังไต้หวันในปี 2522 เพื่อเรียกร้องให้ไต้หวันยอมจำนนและเป็นส่วนหนึ่งของจีนว่า "ประเทศจีนจะต้องเป็นปึกแผ่น ถือเป็นสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นเพราะสำคัญต่อการก้าวไปสู่ความยิ่งใหญ่ของชนชาติจีน” และ “ทางการจีนไม่ขอสัญญาว่าจะตัดทางเลือกการใช้แสนยานุภาพเข้าบังคับบีบคั้นไต้หวัน และจีนขอสงวนสิทธิ์ทั้งปวงในการผนึกรวมไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน” นอกจากนี้ ผู้นำจีนยังยืนยันถึงการปกครองแบบ “หนึ่งชาติ สองระบอบ” เพราะไต้หวันนั้นปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย[1] ด้านประธานาธิบดีไช่ ของไต้หวันกล่าวว่า "(จีนควร)เคารพการยึดมั่นในเสรีภาพและประชาธิปไตยของประชาชน 23 ล้านคน และต้องใช้วิธีการที่สันติและมีความเสมอภาคในการจัดการกับความแตกต่างของเรา"[2]

แม้ไต้หวันมีรัฐบาลปกครองตัวเองและมีเอกราชในทางพฤตินัย แต่ไต้หวันก็ไม่เคยประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการจากจีนแผ่นดินใหญ่ รัฐบาลจีนถือว่าเกาะไต้หวันเป็นมณฑลหนึ่งที่แยกออกจากแผ่นดินใหญ่ และการแสดงความเห็นของนายสีก็สอดคล้องกับนโยบายรวมชาติที่จีนยึดถือมาช้านาน[2]

อ้างอิง[แก้]