การทดลองฟิลาเดลเฟีย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

การทดลองฟิลาเดลเฟีย หรือเรียกอีกชื่อว่า โครงการเรนโบว์ เป็นการทดลองกองทัพเรือที่ถูกกล่าวหาว่าได้รับการดำเนินการที่อู่ต่อเรือของกองทัพเรือในฟิลาเดลเฟีย, รัฐเพนซิลเวเนีย, สหรัฐอเมริกาเมื่อประมาณราว 28 ตุลาคม 1943 โดยอ้างว่าเรือพิฆาตคุ้มกันยูเอสเอส แอลดริจ ของกองทัพเรือสหรัฐ จะทำการแสดงผลที่ทำให้ไม่สามารถมองเห็นตัวเรือได้ (หรือ "การใส่เสื้อคลุม") ไปยังอุปกรณ์ของฝ่ายศัตรู

เป็นเรื่องที่คิดว่าจะเป็นเพียงการหลอกลวง [1][2][3] กองทัพเรือสหรัฐยืนยันว่าไม่มีการทดลองดังกล่าวว่าได้เคยดำเนินการและรายละเอียดของการขัดแย้งในเรื่องนี้ก็ดีขึ้นในข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรือแอลดริจ เช่นเดียวกับการยอมรับกันโดยทั่วไปในวงการฟิสิกส์ [4] อย่างไรก็ดี ก็เป็นเรื่องที่มีการจับจินตนาการของผู้คนในวงการทฤษฎีสมคบคิด, และองค์ประกอบของการหลอกลวงของการทดลองฟิลาเดลเฟียก็เกิดขึ้นอีกในทฤษฎีสมคบคิดในรัฐบาลอื่น ๆ

สรุป[แก้]

การทดลองได้ถูกกล่าวหาจากแง่มุมของทฤษฎีสนามเอกภาพ, (unified field theory) นำโดย อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ทฤษฎีสนามรวมมีจุดมุ่งหมายที่จะอธิบายทางคณิตศาสตร์ทั้งทางกายภาพและธรรมชาติความสัมพันธ์ของแรงที่ประกอบด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและแรงโน้มถ่วง, ในความหมายอื่น ๆ คือ การรวมกันของสนามแม่เหล็กไฟฟ้าและแรงโน้มถ่วงให้กลายเป็นสนามหนึ่งเดียว ดังนั้นถ้าแสงถูกทำให้โค้งงอแล้ว กาล-อวกาศก็จะโค้งงอได้ ทำให้สามารถสร้างเครื่องไทม์แมชชีนล่องหนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตามรายงานอ้างอิง, ที่ไม่ได้ระบุไว้ 'นักวิจัย' ได้มีความคิดกันว่าเวอร์ชันของทฤษฎีสนามรวมนี้บางส่วนจะช่วยให้บุคคลผู้ที่ใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดใหญ่สามารถที่จะโค้งงอแสงรอบ ๆ วัตถุเพื่อให้วัตถุกลายเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นได้โดยสิ้นเชิง และกองทัพเรือจะได้รับการยกย่องในครั้งนี้ในฐานะที่เป็นกองทัพที่มีความสำคัญมากยิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและตามรายงานข่าวที่ระบุว่าจะได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณเพื่อการทดลองในครั้งนี้อีกด้วย

รายงานอีกเวอร์ชันหนึ่งที่ยังไม่มีข้อสันนิษฐานได้นำเสนอว่านักวิจัยกำลังเตรียมการวัดแม่เหล็กและแรงโน้มถ่วงของก้นทะเลเพื่อการตรวจสอบความผิดปกติ, ตามที่คาดคะเนกันไว้เกี่ยวกับความพยายามของไอน์สไตน์ ในการที่จะทำความเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับแรงโน้มถ่วง ในการทดลองนี้, ยังได้เกี่ยวข้องกับการทดลองลับของนาซีเยอรมนีในการที่จะค้นหาแรงต่อต้านแรงโน้มถ่วงอีกด้วย, ซึ่งถูกกล่าวหาว่าอยู่ภายใต้การนำโดยนายทหารนาซีเยอรมันระดับสูงชื่อ ฮานส์ แคมเลอร์ (SS-Obergruppenführer Hans Kammler)[ต้องการอ้างอิง]

จุดกำเนิดของเรื่อง[แก้]

ในปี ค.ศ. 1955, โมร์ริส เค เจสซัพ (Morris K. Jessup) นักดาราศาสตร์และอดีตนักวิจัยระดับบัณฑิตศึกษา ได้ตีพิมพ์เผยแพร่กรณีศึกษาเกี่ยวกับยูเอฟโอ, เป็นหนังสือเกี่ยวกับวัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติที่มีทฤษฎีบางอย่างเกี่ยวกับวิธีการที่แตกต่างกันของแรงขับเคลื่อนที่ยูเอฟโอในรูปทรงของ-จานรองถ้วยที่มันอาจจะใช้ในการบิน เจสซัปสันนิษฐานว่าแรงต่อต้านแรงโน้มถ่วงหรือการยักย้ายถ่ายเททางแม่เหล็กไฟฟ้าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการบินของยูเอฟโอ เขารู้สึกเสียใจ, ทั้งกับในหนังสือที่เขาเขียนและในระหว่างการเดินทางประชาสัมพันธ์ต่อสาธารณชนที่เกิดขึ้นตามมา, เกี่ยวกับงานวิจัยทางด้านการบินอวกาศที่ได้กระจุกตัวอยู่แต่ในสาขาวิทยาการที่เกี่ยวกับจรวดเท่านั้น, และยังได้รับความสนใจเพียงเล็กน้อยกับการที่ได้รับการจ่ายเงินงบประมาณสำหรับการวิจัยให้กับวิธีการทางทฤษฎีอื่น ๆ ของการบิน, ซึ่งเขารู้สึกว่าในที่สุดอาจจะมีผลสำเร็จในทางปฏิบัติเกิดขึ้นตามมามากมาย เจสซัปเน้นย้ำว่าการแก้ไขความก้าวหน้าของ "ทฤษฎีสนามรวม" ของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นั้นจะเป็นสิ่งสำคัญในการใช้เป็นแหล่งกำเนิดพลังงานของยานอวกาศแห่งยุคอนาคต

เมื่อวันที่ 13 มกราคม 1955 เจสซัพได้รับจดหมายจากชายคนหนึ่งที่ระบุตัวเองว่าเป็นใครคนหนึ่งที่มีชื่อว่า "คาร์ลอส ซาเยนเด" (Carlos Allende) ในจดหมาย, ซาเยนเดได้เล่าให้เจสซัพทราบถึงรายละเอียดของ "การทดลองฟิลาเดลเฟีย" จึงยิ่งทำให้เกิดแหล่งที่มาสองแหล่งที่ไม่ดีของบทความในหน้าหนังสือพิมพ์ร่วมสมัยในขณะนั้นเป็นหลักฐานผูกมัด ซาเยนเดเป็นผู้เขียนจดหมายตอบโต้โดยตรงต่อการเรียกร้องของเจสซัพสำหรับงานวิจัยเกี่ยวกับ "ทฤษฎีสนามเอกภาพ" ซึ่งเขาเรียกว่า "UFT" ตามที่กล่าวอ้างโดยซาเยนเด, ไอสไตน์เป็นผู้ที่ได้พัฒนาทฤษฎีนี้เอาไว้ แต่ได้เก็บกดมันไว้เป็นความลับ เมื่อมวลมนุษยชาติยังไม่พร้อมสำหรับมัน, จากคำสารภาพกล่าวว่ามีนักวิทยาศาสตร์ที่ถูกกล่าวหาว่าได้ร่วมมือกันกับนักคณิตศาสตร์และนักปรัชญานามว่า เบอร์ทรันด์ รัสเซลล์ ในการดำเนินการในครั้งนี้ด้วย อะเยนเดยังกล่าวว่าเขาได้เห็นเรือเอลดริจ ปรากฏขึ้นและหายไปในขณะที่กำลังทำหน้าที่บนเรือเอสเอสแอนดรูเฟอรูเซท (the SS Andrew Furuseth), ที่อยู่ใกล้กับเรือพาณิชย์ในบริเวณใกล้เคียง อัลเลนมีชื่อพร้อมกับลูกเรือคนอื่น ๆ โดยที่เขาทำหน้าที่บนเรือแอนดรูเฟอรูเซท, และอ้างว่าเขารู้ชะตากรรมบางส่วนของลูกเรือของเรือเอลดริจ หลังจากการทดลอง, รวมทั้งคนที่เขาเคยเห็นที่ได้หายตัวไปในระหว่างความสับสนอลหม่านที่เกิดขึ้นที่บาร์เหล้าบนเรือ แม้ว่าอัลเลนอ้างว่าได้ตั้งข้อสังเกตการทดลองในขณะที่อยู่บนเรือแอนดรูเฟอรูเซท เขาได้ให้การว่าไม่มีการพิสูจน์ข้อเรียกร้องอื่น ๆ ของเขาในการเชื่อมโยงการทดลองนี้ด้วยทฤษฎีสนามเอกภาพแต่ประการใด ไม่มีหลักฐานของทฤษฎีของไอน์สไตน์ที่ถูกกล่าวหา และไม่มีข้อพิสูจน์เกี่ยวกับไอน์สไตน์ที่ถูกกล่าวหาจากคำสารภาพโดยส่วนตัวที่เกี่ยวโยงไปถึงรัสเซล

ดูเพิ่ม[แก้]

หมายเหตุ[แก้]

  1. Carroll, Robert Todd (2007-12-03). "Philadelphia experiment". The Skeptic's Dictionary. สืบค้นเมื่อ 2008-02-05. 
  2. Dash, Mike (2000) [1997]. Borderlands. Woodstock, New York: Overlook Press. ISBN 978-0-87951-724-3. OCLC 41932447. 
  3. Adams, Cecil (1987-10-23). "Did the U.S. Navy teleport ships in the Philadelphia Experiment?". The Straight Dope. สืบค้นเมื่อ 2007-02-20. 
  4. "The "Philadelphia Experiment"". Naval Historical Center of the United States Navy. 2000-11-28. สืบค้นเมื่อ 2007-02-20.