โรบิน ฟาน เพอร์ซี
| ข้อมูลส่วนตัว | |||
|---|---|---|---|
| ชื่อเต็ม | Robin van Persie[1] | ||
| เกิด | 6 สิงหาคม ค.ศ. 1983 (29 ปี)[1] | ||
| สูง | 1.86 เมตร (6.1 ft) [2] | ||
| ตำแหน่ง | กองหน้า | ||
| ข้อมูลสโมสร | |||
| สโมสรปัจจุบัน | แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด | ||
| หมายเลข | 20 | ||
| ชุดเยาวชน | |||
| 1997–1999 | เอ็กเซลซีออร์ | ||
| 1998–2001 | เฟเออโนร์ด | ||
| ชุดใหญ่* | |||
| ปี | ทีม | ลงเล่น† | (ประตู)† |
| 2001–2004 | เฟเออโนร์ด | 61 | (15) |
| 2004–2012 | อาร์เซนอล | 194 | (96) |
| 2012– | แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด | 45 | (30) |
| ทีมชาติ‡ | |||
| 2001 | เนเธอร์แลนด์ ยู19 | 6 | (0) |
| 2002–2005 | เนเธอร์แลนด์ ยู21 | 12 | (1) |
| 2005– | เนเธอร์แลนด์ | 74 | (34) |
| * จำนวนนัดที่ลงเล่นให้ชุดใหญ่และจำนวนประตูนับเฉพาะลีกท้องถิ่นเท่านั้น และ เป็นข้อมูล ณ วันที่ 28 เมษายน 2013 (UTC). † ลงเล่น (ประตู) |
|||
โรบิน ฟาน เพอร์ซี (ดัตช์: Robin van Persie; เกิดวันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ. 1983) เป็นนักฟุตบอลชาวดัตช์ ตำแหน่งศูนย์หน้าของสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นอกจากนั้นยังเล่นเป็นปีกซ้ายได้อีกด้วย
ฟาน เพอร์ซี เป็นบุตรของคู่สามีภรรยาศิลปิน จึงได้รับการเลี้ยงดูฟูมฟักให้เป็นศิลปินตามรอยเท้าของผู้ให้กำเนิด แต่เพอร์ซีกลับเลือกที่จะเล่นฟุตบอลและได้เริ่มเล่นฟุตบอลกับ SBV Excelsior สโมสรดัตช์เล็กๆแห่งหนึ่งโดยเป็นนักเตะเยาวชนของสโมสรเมื่อปี 2001 จากนั้นก็ได้เซ็นสัญญากับสโมสรฟุตบอลเฟเออโนร์ด สโมสรดังประจำบ้านเกิดเมืองนอนของเขาเมื่อปี 2002 ทำให้เพอร์ซีมีโอกาสได้สัมผัสด้วยแชมป์ยูฟ่าคัพ 2002 อีกด้วย เพอร์ซีเริ่มมีชื่อเสียงเนื่องจากเป็นนักเตะอายุน้อยที่มีพรสวรรค์ แต่กลับมีปัญหาเรื่องระเบียบวินัยกับเฟเออโนร์ดแห่งนี้ จนเบิร์ต ฟาน มาร์ไวค์ ผู้จัดการทีมที่เริ่มทนไม่ไหวกับพฤติกรรมของเขาอยากจะให้เขาย้ายสโมสร จนในที่สุดก็เป็นอาร์เซนอลภายใต้การคุมทีมของอาร์แซน เวนเกอร์ที่ยังเล็งเห็นถึงความสามารถที่แฝงอยู่ในตัวเพอร์ซีอยู่ได้เซ็นสัญญากับเขาเมื่อปี 2004 ด้วยค่าตัว 2.75 ล้านปอนด์ นับจากนั้นมา เพอร์ซีก็ช่วยให้อาร์เซนอลคว้าแชมป์คอมมิวนิตีชิลด์และเอฟเอคัพตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่มาค้าแข้งอยู่ที่ลอนดอน จากนั้นก็ได้รับรางวัลนักกีฬายอดเยี่ยมประจำปีแห่งเมืองรอตเทอร์ดามเมื่อปี 2006 อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลา 4 ปีแรกที่อยู่กับอาร์เซนอลนั้น เขาก็ไม่ได้มีโอกาสได้ลงสนามมากเท่าที่ควรเนื่องจากได้รับบาดเจ็บ แต่ยามใดที่พร้อมลงสนามก็มักจะได้รับโอกาสลงเป็นตัวจริงเสมอ
ฟาน เพอร์ซีขึ้นชื่อเรื่องการมีเท้าซ้ายที่หนักหน่วง ปัจจุบันติดทีมชาติเนเธอร์แลนด์ไปแล้ว 68 ครั้ง ยิงได้ 29 ประตู โดนได้ลงประเดิมสนามทีมชาติชุดใหญ่เมื่อปี 2005 และได้เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลโลก 2006 ยูโร 2008 และรองแชมป์ฟุตบอลโลก 2010 ในชุดขุนพลอัศวินสีส้มอีกด้วย
เนื้อหา |
ชีวิตวัยเด็ก [แก้]
โรบิน ฟาน เพอร์ซี เติบโตในย่านคราลิงเจนแห่งรอตเทอร์ดามตะวันออก มารดาคือ โจเซ่ ราส เป็นจิตรกร ส่วนบิดาคือ บ๊อบ เป็นประติมากร.[3] เพอร์ซียังมีน้องสาวอีก 2 คนคือ ลิลลี่ และกิกี้[4] บิดาและมารดาสนับสนุนให้เพอร์ซีเป็นศิลปินเช่นเดียวกับพวกเขา แต่สุดท้ายเพอร์ซีกลับเลือกที่จะเล่นฟุตบอลแทน
เส้นทางอาชีพ [แก้]
เฟเออโนร์ด [แก้]
ฟาน เพอร์ซี เริ่มเล่นฟุตบอลกับทีมเยาวชนของ SBV Excelsior เมื่อปี 2001 แต่ก็ต้องย้ายออกไปเนื่องจากมีเรื่องไม่ลงรอยกันกับสตาฟโค้ช จนได้มาเซ็นสัญญากับเฟเออโนร์ด[5] และสามารถก้าวขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ได้เนื่องจากนักเตะรุ่นพี่ในทีมหลายคนได้รับบาดเจ็บ และได้ลงประเดิมสนามให้กับสโมสรด้วยวัยเพียงแค่ 17 ปี และในฤดูกาลแรกนี้ เขาได้ลงสนามเป็นตัวจริงถึง 15 ครั้ง จนได้รับรางวัลนักฟุตบอลดัตช์ดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล 2001-02 หลังจากจบฤดูกาลอีกด้วย
จากนั้น เพอร์ซีก็เซ็นสัญญาอาชีพกับเฟเออโนร์ดเป็นระยะเวลา 3 ปีครึ่งตั้งแต่ต้นฤดูกาลใหม่ และยังเป็นผู้ยิงได้ 5 ประตูในเกมที่เอาชนะ AGOVV มา 6-1 ในอัมสเทลคัพเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2003.[6] แต่เนื่องจากความบาดหมางกับเบิร์ต ฟาน มาร์ไวค์ ผู้จัดการทีมทำให้เพอร์ซีต้องหล่นไปเล่นในทีมสำรองแทน จนฟาน มาร์ไวค์ได้บอกกับสื่อว่า "พฤติกรรมของเขานี้ทำให้เขาคงจะอยู่กับทีมไม่ได้อีกแล้ว ฉะนั้นเขาจะต้องเล่นในทีมสำรองไปตลอด"[7] และในเกมที่เฟเออโนร์ดทีมสำรองพบกับไอแอกซ์ทีมสำรองนั้น เขาเป็นหนึ่งในนักเตะเฟเออโนร์ดหลายคนที่โดนแฟนบอลอันธพาลวิ่งเข้าสู่สนามเพื่อลงมาทำร้ายร่างกายอีกด้วย.[5]
ความบาดหมางของฟาน เพอร์ซีกับฟาน มาร์ไวค์ยังคงมีอยู่ต่อเนื่องจากมาร์ไวค์สั่งเขากลับบ้านในวันก่อนเกมที่จะพบกับเรอัลมาดริดในยูฟ่าซูเปอร์คัพเมื่อปี 2003 โดยมีรายงานว่าโค้ชคนนี้ไม่พอใจกิริยาของฟาน เพอร์ซีที่มีต่อเขาเมื่อได้รับคำสั่งให้วอร์มอัพเพื่อเตรียมลงแข่งเกมลีกเมื่อไม่นานมานี้.[3] จากนั้น ฟาน เพอร์ซีก็สามารถแทรกขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่ได้เป็นครั้งแรก ลงสนามไปทั้งหมด 28 ครั้ง ยิงได้ 8 ประตู และยังพาทีมได้รองแชมป์บอลถ้วยของเนเธอร์แลนด์อีกด้วย
หลังจากจบฤดูกาลนั้น เฟเออโนร์ดก็ไม่สามารถต่อสัญญากับฟาน เพอร์ซีได้ในช่วงปิดฤดูกาล จนกระทั่งความเป็นอริต่อกันของฟาน มาร์ไวค์กับฟาน เพอร์ซีทำให้เขาต้องนั่งเป็นตัวสำรองเสียเป็นส่วนใหญ่ในฤดูกาล 2003-04 นี้ ได้ลงเล่นเพียงแค่ 28 เกม แต่ก็ยังยิงได้น้อยกว่าฤดูกาลที่แล้ว 2 ประตู เมื่อจบฤดูกาล เฟเออโนร์ดจึงประกาศขายนักเตะคนนี้ออกไปทันทีเนื่องจากทนไม่ไหวกับระเบียบวินัยอันย่ำแย่ของนักเตะคนนี้แล้ว และก็กลายเป็นอาร์เซนอลที่เริ่มเปิดเจรจาซื้อตัวนักเตะรายนี้ในช่วงตลาดซื้อขายเดือนมกราคมเปิดทำการ โดยในช่วงนั้นอาร์เซนอลกำลังมองหาตัวแทนของเดนนิส เบิร์กแคมป์อยู่พอดีด้วย แต่ทั้งสองฝ่ายกลับไม่สามารถเจรจากันได้อย่างราบลื่นจนไม่ได้ข้อสรุปในที่สุด อย่างไรก็ตาม 5 เดือนต่อมาการซื้อขายนักเตะรายนี้ก็ประสบผลสำเร็จ โดยอาร์เซนอลคว้าตัวดาวยิงรายนี้ไปด้วยราคา 2.75 ล้านปอนด์ ซึ่งน้อยกว่าที่เฟเออโนร์ดตั้งไว้คือ 5 ล้านปอนด์ถึงเกือบครึ่ง[5][8]
อาร์เซนอล [แก้]
2004–05 [แก้]
เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ค.ศ. 2004 ฟาน เพอร์ซีได้เซ็นสัญญาฉบับแรกกับอาร์เซนอล มีระยะเวลาของสัญญา 4 ปี[9] อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีมตั้งใจว่าจะโยกฟาน เพอร์ซีจากตำแหน่งปีกซ้ายมาเล่นศูนย์หน้า ซึ่งฟาน เพอร์ซีก็ทำหน้าที่นี้เคียงข้างเธียร์รี อองรีได้เป็นอย่างดี[10] เวนเกอร์อธิบายการตัดสินใจครั้งนี้ว่า"เขาสามารถเล่นเป็นปีกซ้ายได้ และยังเล่นในตำแหน่งกองหน้าตัวหลังหรือกองหน้าตัวเป้าได้เนื่องจากเป็นนักเตะที่มีความคิดสร้างสรรค์สูง"[11] อย่างไรก็ตาม โอกาสที่เขาจะได้เล่นศูนย์หน้าก็ถูกจำกัดลงเนื่องจากอาร์เซนอลได้เซ็นสัญญากับโฆเซ่ อันโตนิโอ เรเยส กองหน้าทีมชาติสเปนมาร่วมทีมเมื่อเดือนมกราคม[12] ซึ่งเขาต้องแย่งตำแหน่งตัวจริงกับเรเยสตลอดเวลา ฟาน เพอร์ซีได้ประเดิมสนามครั้งแรกด้วยการถูกส่งลงมาจากม้านั่งสำรองในเกมคอมมิวนิตีชิลด์ที่ชนะแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 3-1 และคว้าแชมป์รายการนี้ไปครองเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ. 2004[13] หลังจากนั้น ฟาน เพอร์ซีก็นั่งบนม้านั่งสำรองเสียส่วนใหญ่ในฤดูกาล 2004-2005 และในวันที่ 27 ตุลาคมปีเดียวกันนี้ เขาก็ยิงประตูแรกในสีเสื้อของอาร์เซนอล โดยการยิงเบิกร่องในเกมลีกคัพที่พบกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และสามารถเอาชนะไปได้ 2-1
2005-06 [แก้]
เมื่อเริ่มต้น พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2005-2006 รูปแบบการเล่นของฟาน เพอร์ซี ก็เริ่มดีขึ้น ทำให้เขาได้รับรางวัลนักฟุตบอลดีเด่นประจำเดือน พฤศจิกายน ค.ศ. 2005 ด้วยการยิงประตูไปถึง 8 ประตู ใน 8 เกมส์ และเขาก็ได้ตอบแทนให้สโมสรด้วยการเซ็นสัญญาเป็นเวลา 5 ปี ไปจนถึงวันที่ 4 มกราคม ค.ศ. 2011 และต่อมาสองวันจากการเซ็นสัญญาของฟาน เพอร์ซี เขาได้รับอาการบาดเจ็บอีกครั้งใน นัดแข่ง เอฟเอคัพ กับ สโมสรฟุตบอลคาร์ดิฟฟ์ซิตี
2006-07 [แก้]
เมื่อ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2006-2007 เปิดตัวขึ้น ฟาน เพอร์ซี ได้โชว์ฟอร์มอย่างดี โดยได้ซัดลูกวอลเลย์กลางอากาศในนัดที่เจอกับชาร์ลตันแอธเลติก ที่เวนเกอร์เรียกว่า ประตูของชีวิต และภายหลัง บีบีซี สปอร์ต ได้บันทึกลงเป็น ประตูยอดเยี่ยมประจำเดือน ในเดือน กันยายน และต่อมา ฟาน เพอร์ซีได้รับรางวัลนักกีฬายอดเยี่ยมประจำปีแห่งเมืองรอตเทอร์ดาม
นักฟุตบอลยอดเยี่ยม [แก้]
ในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2011–12 ฟาน เพอร์ซีสามารถเล่นได้อย่างโดดเด่น ในฐานะกัปตันทีมและศูนย์หน้า สามารถยิงประตูได้มากที่สุดในลีก คือ 30 ประตู จนเป็นดาวซัลโว ทำให้ได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของพีเอฟเอและรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของสมาคมผู้สื่อข่าวอังกฤษไปครอง[14] [15]
สถิติการยิงประตู [แก้]
สโมสร [แก้]
- ณ วันที่ 28 เมษายน 2013
| สโมสร | ฤดูกาล | ลีก | ถ้วย | ฟุตบอลยุโรป | รวม | ||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ลงเล่น | ประตู | ส่ง | ลงเล่น | ประตู | ส่ง | ลงเล่น | ประตู | ส่ง | ลงเล่น | ประตู | ส่ง | ||
| เฟเออโนร์ด | 2001–02 | 10 | 0 | 2 | 0 | 0 | 0 | 7 | 0 | 0 | 17 | 0 | 2 |
| 2002–03 | 23 | 9 | 1 | 3 | 7 | 0 | 2 | 0 | 0 | 28 | 16 | 1 | |
| 2003–04 | 28 | 6 | 6 | 2 | 0 | 0 | 3 | 0 | 0 | 33 | 6 | 6 | |
| รวม | 61 | 15 | 9 | 5 | 7 | 0 | 12 | 0 | 0 | 78 | 22 | 9 | |
| อาร์เซนอล | 2004–05 | 26 | 5 | 1 | 9 | 4 | 0 | 6 | 1 | 0 | 41 | 10 | 1 |
| 2005–06 | 24 | 5 | 1 | 7 | 4 | 1 | 7 | 2 | 0 | 38 | 11 | 2 | |
| 2006–07 | 22 | 11 | 7 | 1 | 0 | 0 | 8 | 2 | 1 | 31 | 13 | 8 | |
| 2007–08 | 15 | 7 | 3 | 1 | 0 | 0 | 7 | 2 | 2 | 23 | 9 | 5 | |
| 2008–09 | 28 | 11 | 11 | 6 | 4 | 1 | 10 | 5 | 3 | 44 | 20 | 15 | |
| 2009–10 | 16 | 9 | 8 | 0 | 0 | 0 | 3 | 1 | 1 | 19 | 10 | 9 | |
| 2010–11 | 25 | 18 | 7 | 5 | 2 | 0 | 3 | 2 | 0 | 33 | 22 | 7 | |
| 2011–12 | 38 | 30 | 13 | 2 | 2 | 0 | 8 | 5 | 2 | 48 | 37 | 15 | |
| รวม | 194 | 96 | 51 | 31 | 16 | 2 | 52 | 20 | 9 | 277 | 132 | 62 | |
| แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด | 2012–13 | 35 | 25 | 4 | 1 | 0 | 0 | 6 | 3 | – | 45 | 29 | |
| รวม | 35 | 25 | 4 | 1 | 0 | 0 | 6 | 3 | – | 45 | 29 | ||
| รวมทั้งหมด | 260 | 136 | 27 | 18 | 11 | 6 | 70 | 23 | 2 | 0 | 400 | 184 | |
อ้างอิง [แก้]
- ↑ 1.0 1.1 Hugman, Barry J., ed. (2005). The PFA Premier & Football League Players' Records 1946–2005. Queen Anne Press. p. 627. ISBN 1-85291-665-6.
- ↑ "Robin van Persie Profile".
- ↑ 3.0 3.1 Young Gunner, timesonline.co.uk. Retrieved 19 September 2008.
- ↑ Robin Van Persie Bio, tv.com. Retrieved 16 November 2007.
- ↑ 5.0 5.1 5.2 "Young man’s game". Sunday Times.
- ↑ FEYENOORD DRINK FROM CUP OF CHEER - feyenoord.com, 2 June 2003. Retrieved on 11 September 2008.
- ↑ Take care with Persie - The Sun Sport, 29 April 2004. Retrieved on 9 September 2008.
- ↑ Feyenoord slap £5m price tag on Van Persie - The Telegraph, 20 January 2004. Retrieved on 11 September 2008.
- ↑ Arsenal win the race to capture £3m Van Persie, Independent Online Edition, 29 April 2004. Retrieved on 1 December 2007.
- ↑ Van Persie hits spot for Wenger - The Guardian, 3 December 2005. Retrieved on 9 November 2008.
- ↑ Robin van Persie - History, soccernet.espn.go.com, accessed 29 September 2007.
- ↑ CBBC Newsround, Arsenal sign Reyes for record fee, 27 January 2004. Retrieved on 30 November 2007.
- ↑ BBC Sport, Arsenal 3-1 Man Utd, 8 August 2004. Retrieved on 30 November 2007.
- ↑ ไม่พลิก "อาร์วีพี" ซิวแข้งยอดเยี่ยมผู้ดี จากผู้จัดการออนไลน์
- ↑ ซิวอีก “RVP” แข้งยอดเยี่ยม ส.นักข่าว จากผู้จัดการออนไลน์
| สมัยก่อนหน้า | โรบิน ฟาน เพอร์ซี | สมัยถัดไป | ||
|---|---|---|---|---|
| สก็อต พาร์กเกอร์ | นักฟุตบอลยอดเยี่ยมของสมาคมผู้สื่อข่าวอังกฤษ (พ.ศ. 2554-2555) |
- | ||
| แกเร็ธ เบล | นักฟุตบอลยอดเยี่ยมของพีเอฟเอ (พ.ศ. 2553-2554) |
- |
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
| คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่น ๆ เกี่ยวกับ: Robin van Persie |
- บุคคลที่เกิดในปี พ.ศ. 2526
- บุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่
- บทความเกี่ยวกับ นักกีฬา ที่ยังไม่สมบูรณ์
- นักฟุตบอลชาวดัตช์
- ผู้เล่นสโมสรฟุตบอลอาร์เซนอล
- ผู้เล่นสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
- ผู้เล่นสโมสรฟุตบอลเฟเออโนร์ด
- ผู้เล่นในพรีเมียร์ลีก
- ผู้เล่นในฟุตบอลโลก 2006
- ผู้เล่นในฟุตบอลโลก 2010
- ผู้เล่นในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2008
- นักฟุตบอลทีมชาติเนเธอร์แลนด์
- ผู้เล่นในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2012
- บุคคลจากรอตเทอร์ดาม
- กองหน้าฟุตบอล