โบราณสถานวัดพรหมทินใต้

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โบราณสถานวัดพรหมทินใต้
KIOF04381.JPG
ข้อมูลทั่วไป
ที่ตั้ง วัดพรหมทินใต้ หมู่ที่ 11 ตำบลหลุมข้าว อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี 15120
ประเภท โบราณสถาน
พระพุทธรูปสำคัญ หลวงพ่อใหญ่ ประดิษฐานอยู่ภายใน
เวลาทำการ เปิดให้ชมและสักการะทุกวัน
จุดสนใจ ชมโบราณสถานภายในวัด
หมายเหตุ
ในอดีตเป็นเมืองที่มีความสำคัญ และเป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาใน สมัยทวารวดี
Dharma Wheel.svg สถานีย่อย:พระพุทธศาสนา
    

โบราณสถานวัดพรหมทินใต้ เป็นโบราณสถานที่เก่า มีอายุนับพันปี ตั้งอยู่ภายในวัด วัดพรหมทินใต้

สถานที่ตั้ง[แก้]

โบราณสถานวัดพรหมทินใต้ เป็น โบราณสถาน ตั้งอยู่ภายใน วัดพรหมทินใต้ ตำบลหลุมข้าว อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี

ประวัติและความเป็นมา[แก้]

โบราณสถานวัดพรหมทินใต้ มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน นับตั้งแต่สมัยทวารวดี ซึ่งโบราณสถานแห่งนี้เป็นที่ประกอบพิธีกรรม ทางศาสนา สภาพทั่วไปเป็นลักษณะเป็นพระอุโบสถดังปรากฏใบเสมาอยู่ล้อมรอบ และนอกจากนั้นยังมีองค์เจดีย์อยู่สามองค์ ต่อมาในสมัยอยุธยาได้มีการสร้างทับลงไปในตัวโบราณสถานเดิมและในปัจจุบันมีสภาพเป็นเนินดิน บริเวณรอบๆมีลำน้ำใหลผ่าน ซึ่งบริเวณเป็นที่ราบสูงของภาคกลางอยู่ทาง ทิศตะวันตกสภาพทั่วไปในปัจจุบันจะเหลือเพียงฐานของโบราณสถาน และใบเสมาอยู่ประมาณ 4-5 ใบ ในส่วนของเจดีย์ด้านหลังก็เหลือเพียงฐานเท่านั้น

การบูรณะและการขุดแต่งโบราณสถาน[แก้]

ก่อนปี 2553 ทางวัดและชาวบ้าน และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีการเสนอเรื่องไปทางจังหวัดเพื่อให้ทางจังหวัดนำไปดำเนินการต่อ และโบราณสถานวัดพรหมทินใต้ได้รับการบูรณะและปรับแต่งโดยกรมศิลปากร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 และมีการขุดค้นค้นและพัฒนามาจนถึงปัจจุบัน


สภาพบริเวณโดยทั่วไป[แก้]

โบราณสถานวัดพรหมทินใต้ ประกอบไปด้วยแนวกำแพงรอบนอกทั้งสองด้าน และด้านในก็มีแนวกำแพงล้อมรอบตัวโบราณสถานและมีใบเสมา ส่วนด้านหลังนั้นมีฐานเจดีย์ 3 องค์ ซึ่งตั้งอยู่บนเนินดิน ซากโบราณสถานก่อด้วยอิฐ (อุโบสถและเจดีย์) บริเวณดังกล่าวจากการบอกเล่าและภาพถ่ายที่มีการเก็บรักษาเอาไว้นั้น ชี้ชัดเจนให้เห็นว่าโบราณสถานแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินดิน ในอดีตบริเวณนี้มีการใช้ทำเป็นแปลงพืชผักทางการเกษตรของชาวบ้าน ชาวบ้านที่จำได้ก็บอกว่าเมื่อก่อนนั้นเป็นเนินดินที่สูงพอสมควร แต่สิ่งที่สังเกตเห็นได้ก็คือมีเศษเสี้ยวของเศียรพระพุทธรูปและเสมาโผล่ให้เห็นแต่ชาวบ้านไม่ได้สนใจ เพียงนึกไปว่าอาจจะเป็นก้อนหินที่ผุดขึ้นมาจากดินก็ได้ และนอกจากนี้ยังมีเศษกระเบื้อง เศษไห ซากกระดูก และลูกปัดกระจัดกระจายอยู่ตามบริเวณดังกล่าว ซึ่งรวมไปถึงพื้นที่ทางการเกษตรของชาวนา และตามบริเวณบ้านก็ยังมีสิ่งดังกล่าวให้เห็นแต่ชาวบ้านไม่รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ล้ำค่าอย่างมหาศาล จนในปัจจุบันสิ่งเหล่านี้ไม่ค่อยจะมีให้เห็นมากนักเพราะเป็นสาเหตุมาจากมีกลุ่มบุคคลๆหนึ่งลักลอบขุดค้นแหล่งโบราณสถานเพื่อหาสิ่งของที่มีค่าเช่น พระพุทธรูป ลูกปัด กำไรเงิน กำไรทอง แหวน หยก ฯลฯ เพื่อนำไปครอบครองและจำหน่ายให้กับบุคคลที่ต้องการจากคำบอกเล่าถึงความเชื่อและความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่ดังกล่าวจึงทำให้สถานที่ดังกล่าวเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ชาวบ้านให้ความเคารพและกราบไหว้บูชา

การพัฒนาโบราณสถาน[แก้]

ในอดีตนั้นบริเวณโดยรอบนั้นเป็นท้องทุ่งนามาก่อน หลังจากที่มีการสร้างวัดจึงได้มีการขยายพื้นที่ของวัดให้มีพื้นที่เพียงพอ และความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนจึงได้มีการซื้อที่ดินถวายให้กับวัดจึงได้มีการพัฒนาจากทุ่งนาให้เป็นวัดจนถึงปัจจุบัน และตั้งแต่มีการขุดค้นแต่งซากโบราณสถานแห่งนี้ ตั้งแต่ปี 2535 เป็นต้นมา ก็มีการพัฒนาและปรับปรุงให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางโบราณสถานและวัตถุตลอดยังเป็นสถานที่ศึกษาประวัติความเป็นมาตั้งแต่ยุคทวารวดี อยุธยา มาจนถึงยุคปัจจุบัน ในปัจจุบันได้มีหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชนให้การสนับสนุนในการพัฒนา และนอกจากนี้ยังมีการขุดค้นพบซากโครงกระดูกที่มีอายุราว 3,000 ปีอีกด้วย ประกาศขึ้นทะเบียน ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 53 หน้า 906 วันที่ 2 สิงหาคม 2479

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]