เขื่อนกิ่วคอหมา
| บทความนี้ไม่มีการอ้างอิงจากเอกสารอ้างอิงหรือแหล่งข้อมูล โปรดช่วยพัฒนาบทความนี้โดยเพิ่มแหล่งข้อมูลน่าเชื่อถือ เนื้อหาที่ไม่มีการอ้างอิงอาจถูกคัดค้านหรือนำออก |
| เขื่อนกิ่วคอหมา | |
|---|---|
| ชื่อทางการ | เขื่อนกิ่วคอหมา |
| ที่ตั้ง | ตำบลปงดอน อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง |
| พิกัดภูมิศาสตร์ | 18°48′N 99°38′E / 18.80°N 99.64°E |
| งบประมาณ | 3,670.05 ล้านบาท |
| Dam and spillways | |
| ความสูง | 43.50 เมตร |
| ความยาว | 500 เมตร |
| ความกว้าง (ที่ฐาน) | 8 เมตร |
| กั้น | แม่น้ำวัง |
| อ่างเก็บน้ำ | |
| ความจุ | 170.00 ลูกบาศก์เมตร |
| พื้นที่อ่าง | 1,275 ตารางกิโลเมตร |
| สะพาน | |
| ช่องถนน | 1 ช่อง |
เขื่อนกิ่วคอหมา เป็นเขื่อนในประเทศไทย ตั้งอยู่เพื่อเก็บกักน้ำลุ่มแม่น้ำวัง ตั้งอยู่ที่ ตำบลปงดอน อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง
ประวัติ [แก้]
ในปี พ.ศ. 2510 กรมชลประทานได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา (ECI) ทำการศึกษาจัดทำแผนแม่บท (Master Plan) ของลุ่มแม่น้ำน้ำวังขึ้น จากผลการศึกษา สรุปได้ว่าการพัฒนาลุ่มแม่น้ำวัง เพื่อให้ได้ผลสมบูรณ์ จะต้องสร้างเขื่อนเก็บกักน้ำปิดกั้นแม่น้ำวังรวม 2 แห่ง คือ เขื่อนกิ่วคอหมา อำเภอแจ้ห่ม และเขื่อนกิ่วลม ในเขตอำเภอเมืองลำปาง โดยมีหลักที่จะเก็บน้ำในฤดูฝน ที่ในลุ่มแม่น้ำวังมีปริมาณน้ำมากเกินความจำเป็นของเกษตรกร เพื่อบรรเทาอุทกภัย และเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ซึ่งเขื่อนกิ่วลมก็ได้ดำเนินการก่อสร้างเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515 แต่เนื่องจากข้อจำกัดทางสภาพภูมิประเทศ รวมทั้งปัญหาเรื่องผลกระทบต่อพื้นที่ทำการกินของราษฏร เขื่อนกิ่วลมจึงสามารถเก็บกักน้ำได้เพียง 112 ล้าน ลบ.ม. หรือประมาณร้อยละ 19 ของปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ ในเกณฑ์เฉลี่ยทั้งปี ทำให้มีน้ำไหลล้นอ่างเป็นปริมาณมาก ในช่วงฤดูฝนของทุกปี ด้วยสาเหตุดังกล่าวจึงมีความจำเป็นจะต้องหาแหล่งเก็บกักน้ำแห่งใหม่ เพื่อสนองความต้องการใช้น้ำด้านต่าง ๆ ในเขตจังหวัดลำปางที่กำลังทวีขึ้น กรมชลประทานจึงได้พิจารณาศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในการพัฒนาโครงการกิ่วคอหมา ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างเขื่อนเก็บกักน้ำที่อยู่ตอนบนของเขื่อนกิ่วลม โดยดำเนินการเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2541 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2546 อนุมัติให้เริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงการกิ่วคอหมา มีแผนการดำเนินงานปี พ.ศ. 2548 - 2553 วงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 3,670.05 ล้านบาท โดยในปี พ.ศ. 2547 ให้เริ่มดำเนินการเตรียมความพร้อมของโครงการฯ แล้วเสร็จและสามารถกักเก็บน้ำได้ในปี 2551 ส่วนระบบท่อส่งน้ำ อยู่ในระหว่างการดำเนินงาน คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2557