เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
ชื่อทางการ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
ที่ตั้ง ตำบลหนองบัว อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี และ
บ้านคำพราน อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี
เริ่มต้นการก่อสร้าง 2 ธันวาคม พ.ศ. 2537
วันที่เปิด 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542
งบประมาณ 23,336 ล้านบาท[1]
Dam and spillways
ความสูง 31.50 เมตร
ความยาว 4,860 เมตร
ความกว้าง (ที่ฐาน) 187.40 เมตร
กั้น แม่น้ำป่าสัก
อ่างเก็บน้ำ
ความจุ 756 ล้านลูกบาศก์เมตร[2]
สะพาน
ช่องถนน 2 ช่อง

เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เป็นเขื่อนดินกักเก็บน้ำที่ยาวที่สุดในประเทศไทย[3]ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม เริ่มดำเนินการก่อสร้างในวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2537 โดยกรมชลประทานเป็นผู้รับผิดชอบ[1]

ประวัติ[แก้]

สืบเนื่องจากปัญหาการเกิดน้ำท่วมในบริเวณลุ่มแม่น้ำป่าสักในฤดูน้ำหลาก และขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูร้อน อันเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานพระราชดำริให้กรมชลประทานศึกษาความเหมาะสมถึงการสร้างเขื่อนเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2532 ซึ่งสามารถแก้ปัญหาได้ทั้งบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง และบริเวณกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอีกด้วย จนกระทั่งวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2537 คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้เปิดโครงการก่อสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำแม่น้ำป่าสัก ภายหลังการศึกษาความเหมาะสม และผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมแล้ว[1]

เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ใช้เวลาดำเนินการก่อสร้างกว่า 5 ปี ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2537 ถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2542 และทำพิธีปฐมฤกษ์กักเก็บน้ำเขื่อนในวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2541 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีเสด็จมาเป็นองค์ประธาน และในวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2541 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานนามเขื่อนแห่งนี้ว่า "เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์" อันหมายถึง "เขื่อนแม่น้ำป่าสักที่เก็บกักน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ "[1]

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงทำพิธีเปิดเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ในวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542[3]

ขบวนรถไฟวิ่งผ่านเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

สถานที่ท่องเที่ยว[แก้]

นอกจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จะทำการกักเก็บน้ำแล้ว ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดลพบุรี ซึ่งทางด้านสถานที่ท่องเที่ยวในบริเวณเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีหลากหลายสถานที่ ดังนี้

  1. ฝั่งจังหวัดลพบุรี
  • อาคารอเนกประสงค์ริมอ่างเก็บน้ำ มีสถานที่ปล่อยปลา และ จุดนั่งชมวิวริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
  • หอคอยเฉลิมพระเกียรติ พิธภัณฑ์ฯ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
  • สันเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งมีบริการรถลากจูง ชมสันเขื่อนฯ ไป - กลับความยาว 9,720 เมตร
  1. ฝั่งจังหวัดสระบุรี
  • พระพุทธรัตนมณีมหาบพิตรชลสิทธิ์มงคลชัย (หลวงปู่ใหญ่ป่าสัก) อยู่บริเวณท้ายเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

ที่หยุดรถไฟเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์[แก้]

เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
Pa Sak Jolasid Dam
กิโลเมตรที่ 162.38
แก่งเสือเต้น
Kaeng Sue Ten
-2.73 กม.
โคกสลุง
Khok Salung
+14.17 กม.
ดูเพิ่ม : รายชื่อสถานีรถไฟ สายตะวันออกเฉียงเหนือ
ที่หยุดรถไฟเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
Pasak Jolasid Dam.jpg
ข้อมูลสถานี
ที่ตั้ง บริเวณทางเข้าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี
เส้นทาง ทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ
ชานชาลา 1
ระบบอาณัติสัญญาณ ป้ายเขตสถานี ง.
ข้อมูลอื่นๆ
เปิดใช้งาน 15 มิถุนายน พ.ศ. 2541

ที่หยุดรถไฟเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ (อังกฤษ: Pa Sak Jolasid Dam) เป็นที่หยุดรถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี อยู่ในเขตทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยที่หยุดรถนี้จะมีรถไฟสายพิเศษเพื่อการท่องเที่ยว คือ สายกรุงเทพ-เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เปิดให้บริการในช่วงเทศกาลการท่องเที่ยว ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคมของทุกปี

ประวัติ[แก้]

สืบเนื่องจากการก่อสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ในเส้นทางรถไฟช่วงสถานีรถไฟแก่งเสือเต้นถึงสถานีรถไฟสุรนารายณ์ (เดิม) ซึ่งเส้นทางรถไฟตั้งอยู่ต่ำกว่าระดับการกักเก็บน้ำของเขื่อน ทำให้การรถไฟแห่งประเทศไทย ต้องย้ายเส้นทางรถไฟที่จะถูกน้ำท่วมให้ทันกับการสร้างเขื่อน พร้อมทั้งสร้างที่หยุดรถไฟบริเวณดังกล่าวเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งนั้นได้เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2540 ใช้เวลา 14 เดือน แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2541 ทางรถไฟที่ย้ายมาสร้างใหม่จะอยู่ติดกับอ่างเก็บน้ำเป็นระยะทางรวม 24 กิโลเมตร เมื่อสร้างเสร็จแล้วได้เริ่มมีการเดินรถผ่านเส้นทางดังกล่าว ซึ่งจะเห็นขบวนรถวิ่งบนสันเขื่อนลัดเลาะไปข้างๆ อ่างเก็บน้ำ มองดูเหมือนขบวนรถวิ่งไปบนผิวน้ำ จนชาวบ้านเรียกกันว่า รถไฟลอยน้ำ[4] ตลอด 2 ข้างทางจะได้ชมทัศนียภาพข้างทางรถไฟอันงดงาม

เส้นทางรถไฟก่อนถึงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ก่อนถึงสถานีรถไฟหินซ้อน จะผ่านไร่ดอกทานตะวันบานสะพรั่งตลอดเส้นทางรถไฟสวยงามมาก ว่ากันว่าเป็นไร่ดอกทานตะวันที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้จัดขบวนรถพิเศษนำเที่ยวชมความงามของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ในช่วงฤดูหนาวทุกปี ขบวนรถออกจากกรุงเทพ 06.40 น. ถึงกรุงเทพ 17.45 น.

ตารางเวลาการเดินรถ[แก้]

เที่ยวขึ้น[แก้]
ขบวนรถ ต้นทาง เขื่อนป่าสัก ปลายทาง หมายเหตุ
ชื่อสถานี เวลาออก ชื่อสถานี เวลาถึง
ท433 ชุมทางแก่งคอย 05:28 06:09 ชุมทางบัวใหญ่ 10:10
น921 กรุงเทพ 06:40 10:40 เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 10:40 เดินเฉพาะเดือน พ.ย. - ม.ค.
ด75 กรุงเทพ 08:20 11:07 อุดรธานี 18:10 จอดเฉพาะวันหยุดราชการ
ท439 ชุมทางแก่งคอย 11:45 12:27 ชุมทางบัวใหญ่ 16:45
ท437 ชุมทางแก่งคอย 17:00 17:41 ลำนารายณ์ 18:25
* ดพ= รถด่วนพิเศษ / ด= รถด่วน / ร= รถเร็ว / ธ= รถธรรมดา / ช= รถชานเมือง / พช= รถพิเศษชานเมือง / ท= รถท้องถิ่น / น= รถนำเที่ยว / ส= รถสินค้า


เที่ยวล่อง[แก้]
ขบวนรถ ต้นทาง เขื่อนป่าสัก ปลายทาง หมายเหตุ
ชื่อสถานี เวลาออก ชื่อสถานี เวลาถึง
ท438 ลำนารายณ์ 06:07 06:51 ชุมทางแก่งคอย 07:35
ท440 ชุมทางบัวใหญ่ 05:52 10:08 ชุมทางแก่งคอย 11:20
ด76 หนองคาย 06:00 14:04 กรุงเทพ 17:10 จอดเฉพาะวันหยุดราชการ
น926 เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 14:20 14:20 กรุงเทพ 17:45 เดินเฉพาะเดือน พย.- มค.
ท434 ชุมทางบัวใหญ่ 12:22 16:57 ชุมทางแก่งคอย 17:50
* ดพ= รถด่วนพิเศษ / ด= รถด่วน / ร= รถเร็ว / ธ= รถธรรมดา / ช= รถชานเมือง / พช= รถพิเศษชานเมือง / ท= รถท้องถิ่น / น= รถนำเที่ยว / ส= รถสินค้า


ขบวนรถไฟวิ่งผ่านเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 14°51′07″N 101°04′59″E / 14.852°N 101.083°E / 14.852; 101.083