สโมสรฟุตบอลราชวิถี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ราชวิถี
ชาววัง ราชวิถี.png
ชื่อเต็ม สโมสรฟุตบอลราชวิถี
ฉายา ทหารเสือราชินี, ชาววัง
ก่อตั้ง พ.ศ. 2511
สนาม สนามกีฬาคลองจั่น
ความจุ
เจ้าของ
ประธาน พล.ต.หม่อมเจ้า จุลเจิม ยุคล
ผู้จัดการ
ผู้ฝึกสอน ชัยวัฒน์ สุนทรนนท์
ลีก ไทยลีก ดิวิชั่น 2
ฤดูกาล ปี 2551
อันดับล่าสุด ไทยลีก ดิวิชั่น 1 อันดับ 14
เว็บไซต์
ฤดูกาลปัจจุบัน
ทีมเหย้า
ทีมเยือน1
ทีมเยือน2

สโมสรฟุตบอลราชวิถี เป็นสโมสรฟุตบอลในประเทศไทย ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2511 โดยพี่น้อง สำเริง ไชยยงค์ และ เสนอ ไชยยงค์

เนื้อหา

ประวัติสโมสร [แก้]

ก่อนปี พ.ศ. 2511 สองพี่น้องตระกูลไชยยงค์ซึ่งเคยเป็นผู้ฝึกสอนสโมสรฟุตบอลธนาคารกรุงเทพ เอฟซี มาก่อนและได้ลาออกในปี พ.ศ. 2508 ได้รวบรวมเด็กๆ และเยาวชน ที่มีความสนใจในเกมลูกหนัง นำมาฝึกสอนทักษะสูกหนัง บริเวณสนามอัฒจันทร์ ศาลต้นโพธิ์ สนามกีฬาแห่งชาติ (ศุภชลาศัยฯ)จากจุดเริ่มต้นที่มีเยาวชนเพียงน้อยนิด 10 กว่าคน จนกระทั่งมีจำนวนกว่า 100 ชีวิตในเวลาไม่นาน เมื่อมีเยาวชนและผู้ปกครองนำเยาวชนมาเรียนรู้ศาสตร์ลูกหนังเพิ่มมากขึ้น เพื่อส่งเสริมให้นักเตะที่ได้ฝึกสอนอยู่มีโอกาสได้ลงสนามแข่งขันอย่างเป็นทางการและเป็นการพัฒนาฝีมือในขั้นสูง

ในปี พ.ศ. 2511 สำเริง ไชยยงค์ จึงได้ยื่นจดทะเบียนก่อตั้งสโมสรฟุตบอลต่อกรมตำรวจ ในขณะนั้น (ปัจจุบันคือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ) โดยใช้ชื่อทีมว่า "สโมสรฟุตบอลราชวิถี" และเป็นชื่อทีมที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน ทีมสโมสรฟุตบอลราชวิถี ถือเป็นสโมสรแรกๆ ของทีมฟุตบอลในเมืองไทยที่มีระบบการเล่นฟุตบอลแบบ "โททัลฟุตบอล" อันสวยงามและเร้าใจ ทีมราชวิถีประสบความสำเร็จกับการสร้างนักเตะระดับเยาวชนเป็นอย่างมาก โดยสามารถคว้าแชมป์ลูกหนังระดับเยาวชนชิงชนะเลิสแห่งประเทศไทย ถึง 6 ปีซ้อน สำหรับทีมในระดับชุดใหญ่ก็มีผลงานไม่น้อยหน้ากว่าทีมเยาวชน โดยเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมณ์ สามารถความแชมป์ฟุตบอลฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ค. (ถ้วย ค.) ได้ในปี พ.ศ. 2515 โดยในปี พ.ศ. 2514 ทีมราชวิถีสามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยใหญ่หรือฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ก. (ถ้วย ก.) ซึ่งถือว่าเป็นถ้วยฟุตบอลระดับสูงสุดของประเทศ ได้เป็นครั้งแรก และทีมราชวิถี ยังสามารถกลับมาความแชมป์ถ้วย ก. ได้ อีก 3 ครั้งในปี ปี พ.ศ. 2516 (คว้าแชมป์ร่วมกับสโมสรฟุตบอลราชประชา) ปี พ.ศ. 2518 และ ปี พ.ศ 2520 ซึ่งเป็นยุครุ่งเรืองในปีท้ายๆ ของทีมราชวิถีรวมแล้วทีมราชวิถี คว้าแชมป์ระดับสูงสุดของประเทศไทยรวมทั้งสิ้น 4 ครั้ง

นอกจากนี้สโมสรฟุตบอลราชวิถียังเป็นสมาชิกภาคีควีนส์คัพ ซึ่งเป็นฟุตบอลถ้วยที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของโลก และเป็นเป็นรายการฟุตบอลที่มีถ้วยรางวัลใหญ่ที่สุดในโลก โดยถ้วยรางวัลนี้ได้รับพระราชทานมาจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ โดยทีมราชวิถี สามารถคว้ามแชมป์มาได้หนึ่งครั้งในปี พ.ศ. 2516

ในปี พ.ศ. 2538 ทีมราชวิถี เริ่มกลับเข้าสู่ความสำเร็จอีกครั้ง เมื่อสามารถชนะเลิศการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ข. (ถ้วย ข.) และได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ก. (ถ้วย ก.)ในปี พ.ศ. 2539 แต่เนื่องจากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแข่งขันฟุตบอลในประเทศไทยใหม่ในปี พ.ศ. 2539 โดยจัดการแข่งขันในระบบลีกใช้ชื่อการแข่งขันว่า ไทยลีก โดยให้ทีมที่มีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ก. (ถ้วย ก.) ในปี พ.ศ. 2539 เข้าร่วมการแข่งขันไทยลีก และจัดให้ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ก. (ถ้วย ก.) เป็นการแข่งขันฟุตบอลนัดก่อนเปิดฤดูกาลของฟุตบอลไทยลีกแทนคล้ายกับฟุตบอลคอมมูนิตี้ ชิลด์ ของประเทศอังกฤษ ปีแรกที่ทีมราชวิถีเข้าแข่งขันในระบบลีก เนื่องจากเป็นทีมน้องใหม่ของการแข่งขันระดับลีกทำให้ทนต่อแรงเสียดทานของทีมอื่นๆไม่ไหว เมื่อลงแข่งขันจึงแพ้มากกว่าชนะเมื่อจบฤดูกาล ทำอันดับได้ที่ 16 จาก 18 สโมสร ทำให้ต้องตกชั้นลงไปเล่นในระดับ ไทยลีก ดิวิชั่น 1

ในปี พ.ศ. 2548 เป็นต้นมา สโมสรฟุตบอลราชวิถี อยู่ในช่วงเปลี่ยนแปลงการบริหารทีมภายใต้การนำของประธานสโมสร พล.ต. หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล ที่ต้องการเห็นสโมสรกลับไปโลดแล่นในระดับไทยลีกอีกครั้ง แต่เนื่องจาก ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ทำให้ทีมเผชิญกับวิกฤตหลายๆด้าน จึงยังไม่สามารถส่งทีมไปถึงฝันได้ แต่ด้วยความรักในทีมสโมสรราชวิถี พล.ต. หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล ก็ยังสู้ฝ่าฟันอุปสรรคเรื่อยมา และก็ยังสามารถนำทัพเข้าสู้ศึกในลีกต่างๆอย่างไม่ท้อถอย ประคองทีมด้วยตัวคนเดียวจวบจนทุกวันนี้

ในปี พ.ศ. 2556 พล.ต. หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล ประธานสโมสร ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นประธาน สโมสรฟุตบอลราชวิถี ด้วยเพราะมีภารกิจที่สำคัญมากมายรออยู่เบื้องหน้า โดยขอมอบให้หน้าที่นี้ นาย ภากร กสิโสภา อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรี ร่วมกับผู้จัดการทีมฟุตบอลราชวิถี ดำเนินการนำทัพทีมสโมสรราชวิถี สู้ศึกในลีกต่อๆไปจนถึงปัจจุบัน

ผู้เล่นชุดปัจจุบัน [แก้]

ผู้เล่นชุด 2550 ไทยลีกดิวิชัน 1 [1] หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
1 ธงชาติของไทย GK อดิเรก มณีเขียว
2 ธงชาติของไทย ฤทธี นิสัยกล้า
3 ธงชาติของไทย เสกสรรค์ พันตรี
4 ธงชาติของไทย ณรงค์ฤทธิ์ รัดสีวอ
5 ธงชาติของไทย จักรกฤช พันธุ์สะอาด
6 ธงชาติของไทย ภูวนาถ แสงศรี
7 ธงชาติของ Teheumaleu Charlin Michd
8 ธงชาติของไทย ธีรพล ทองดี
10 ธงชาติของไทย ใกล้รุ่ง ตรีจักรสังข์
11 ธงชาติของไทย สุรียา สิมมา
12 ธงชาติของไทย ณัฐพล สมปาลี
13 ธงชาติของไทย วิธวินท์ สุนทรารักษ์
No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
14 ธงชาติของไทย ทนงศักดิ์ พรมดาด
15 ธงชาติของไทย ปราโมทย์ บุตาโรต
16 ธงชาติของไทย ชัยยุทธ เป้าทุมมา
17 ธงชาติของไทย ศรัณย์ สมิงชัย
18 ธงชาติของไทย GK บุญจง ทองสุก
19 ธงชาติของไทย โกศวัต ว่องไวลิขิต
20 ธงชาติของไทย สุพิน อินทฤทธิ์
21 ธงชาติของไทย นพพร สืบปรุ
23 ธงชาติของไทย วสันต์ กองแก้ว
24 ธงชาติของไทย ยงยุทธ คงแก้ว
25 ธงชาติของไทย พรเทพ หีบแก้ว

อดีตผู้เล่นที่โดดเด่น [แก้]

ผลงาน [แก้]

ผลงานตามฤดูกาล [แก้]

  • 2539 - ไทยลีก - อันดับ 16
  • 2540 - ไทยลีกดิวิชัน 1
  • 2541 -
  • 2542 -
  • 2543 -
  • 2544/45 -
  • 2545/46 -
  • 2546/47 -
  • 2547/48 -
  • 2549 -
  • 2550 - ไทยลีก ดิวิชั่น 1 - สาย A อันดับ 5
  • 2550 - ไทยลีก ดิวิชั่น 1 - อับดับ 14
  • 2551 - ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 โซนกรุงเทพฯ และปริมณฑล
  • 2552 - ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 โซนกรุงเทพฯ และปริมณฑล

อ้างอิง [แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]