สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางมาจาก สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย)
สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
เอเอฟซี
ตราประจำสมาคม
ก่อตั้ง พ.ศ. 2459
สำนักงานใหญ่ ธงชาติของไทย กรีฑาสถานแห่งชาติ
เลขที่ 154 ถนนพระรามที่ 1
แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน
กรุงเทพมหานคร
เป็นสมาชิกฟีฟ่า พ.ศ. 2468
เป็นสมาชิกเอเอฟซี พ.ศ. 2500
ผู้อุปถัมภ์ ธงชาติของไทย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ประธาน ธงชาติของไทย วรวีร์ มะกูดี
เว็บไซต์ www.fat.or.th

สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นหน่วยงานของรัฐบาล ซึ่งทำหน้าที่กำกับดูแลฟุตบอลในประเทศไทย รวมถึงฟุตบอลทีมชาติไทย ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2459 อันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในรูปของสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ และเข้าร่วมกับสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2468 และเข้าร่วมกับสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย เมื่อปี พ.ศ. 2500 ปัจจุบันมีวรวีร์ มะกูดี เป็นนายกสมาคมฯ

เนื้อหา

ประวัติ [แก้]

กีฬาฟุตบอลในประเทศไทย เริ่มมีการเล่นมาแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จนกระทั่งเกิดความนิยมแผ่ขยายกว้างขวางไปทั่วประเทศ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ก่อตั้ง สโมสรคณะฟุตบอลสยาม ขึ้น โดยมีพระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์ทรงลงแข่งขันเป็นผู้เล่นเอง และเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2458 มีการจัดแข่งขันในระดับนานาชาติขึ้นเป็นครั้งแรก ระหว่างทีมชาติสยาม กับทีมราชกรีฑาสโมสร ที่สนามราชกรีฑาสโมสร โดยมีดักลาส โรเบิร์ตสัน เป็นกรรมการผู้ตัดสิน[1]

ต่อมา เมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2459 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ก่อตั้ง สมาคมฟุตบอลแห่งสยาม ขึ้น พร้อมทั้งตราข้อบังคับ และมีการจัดแข่งขันฟุตบอลถ้วยใหญ่ และฟุตบอลถ้วยน้อยขึ้นเป็นครั้งแรก โดยสมาคมฯ ได้รับสิทธิในการส่งฟุตบอลทีมชาติไทย ลงแข่งขันระดับนานาชาติเป็นครั้งแรก ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนครั้งที่ 16 ที่นครเมลเบิร์นของออสเตรเลีย เมื่อปี พ.ศ. 2499 จากนั้นสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ จึงรับสมาคมฯ เข้าร่วมเป็นสมาชิก เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2468 ส่วนสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย รับสมาคมฯ เข้าร่วมเป็นสมาชิก เมื่อปี พ.ศ. 2500[1]

โดยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2504 เป็นต้นมา สมาคมฯ จัดการแข่งขันฟุตบอลโดยใช้ระบบแข่งขัน ในรูปแบบเดียวกับสมาคมฟุตบอลอังกฤษ คือจัดเป็นประเภท ก, ข, ค และ ง รวมถึงจัดการแข่งขันฟุตบอลถ้วยพระราชทานคิงส์คัพและควีนสคัพ ตลอดจนไทยเอฟเอคัพเป็นต้น นอกจากนี้ ยังจัดการแข่งขันในระดับอื่นด้วย เช่นฟุตบอลนักเรียน, ฟุตบอลเตรียมอุดมศึกษา, ฟุตบอลอาชีวศึกษา, ฟุตบอลเยาวชน และอนุชนฟุตบอลอุดมศึกษา รวมทั้งกำกับดูแลในการส่งทีมฟุตบอลต่างๆ เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันระหว่างประเทศอีกด้วย[1]

การแข่งขันที่จัดโดยสมาคมฯ [แก้]

ตราบนหน้าอกเสื้อของทีมไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545

รายชื่อนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย [แก้]

ข้อวิพากษ์วิจารณ์ [แก้]

สมาคมฯ ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่มีผลงานอื่น นอกเหนือจากผลงานของฟุตบอลทีมชาติไทย ที่ชนะเลิศในกีฬาซีเกมส์หลายสมัย โดยมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า การส่งรายชื่อทีมสโมสร ในการแข่งขันฟุตบอลเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีกล่าช้า ทำให้ทีมสโมสรไทยถูกตัดสิทธิการแข่งขันในปีนั้น และส่งผลในปีต่อมา ให้จำนวนทีมไทยเข้าร่วมเพียงหนึ่งทีม จากปกติสองทีม

  • ปลายปี 2549 ได้มีปัญหาเงินรางวัลในการแข่งขันฟุตบอลดิวิชั่น 1 ที่ไม่สามารถเรียกจ่ายได้และไม่มีคนรับผิดชอบ โดย ชัยยงค์ ขำเปี่ยม ผู้ฝึกสอนสโมสรฟุตบอลตำรวจ ได้เข้าแจ้งและพร้อมที่จะทำการฟ้องหากไม่มีการจ่ายเงินรางวัล [2]
  • ฟุตบอลคิงส์คัพ ได้มีการออกข่าวเปลี่ยนใจลดจำนวนประเทศที่เข้าร่วมเหลือ สี่ประเทศ หลังจากที่มีออกข่าวในเดือนตุลาคม เดือนตุลาคมว่าจะมีทีมที่ร่วมลงแข่ง 7 ประเทศ (ประเทศไทย 2 ทีม และประเทศอื่นอีก 6 ประเทศ) [3] โดยให้เหตุผลว่าต้องการเตรียมความพร้อม และจะพาทีมชาติไทยไปแข่งฟุตบอลโลก [4]
  • 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 ทีมชาติไทยชุดใหญ่ นำผู้เล่นติดโทษแบน 2 คนเดินทางไปแข่งนัดเจอกับญี่ปุ่นในนัดเยือน (จุดกำเนิดตกรอบปรีโอลิมปิก)[5]
  • 14 มิถุนายน พ.ศ. 2551 ทีมชาติไทยชุดใหญ่ไม่มีสนามซ้อม ทำให้ต้องวิ่งซ้อมที่พื้นปูนหน้าสนามราชมังคลาฯ ก่อนแข่งกับญี่ปุ่น ในอีก 2 วันถัดไป[6]
  • 11 มกราคม พ.ศ. 2553 - สตง.สั่งสอบสวนทีมชาติไทยชุดซีเกมส์มีการเบิกเบี้ยเลี้ยงเกินจริง (เบิกเบี้ยเลี้ยงเต็มปี แต่จริงๆ แล้วเก็บตัว 3 เดือน แต่หลังจากตกรอบซีเกมส์ เลยออกมาอ้างว่าเก็บตัวแค่วันเดียวเลยโดนสั่งสอบ)[7]
  • 2 มีนาคม พ.ศ. 2553 - สมาคมฟุตบอลไทยฯ ลืมทำวีซ่าเข้าอิหร่านให้นักเตะและสตาฟฟ์โค้ชทำให้เสียเวลา 3 ชม.ที่สนามบินตอนขาเข้าประเทศ[8]
  • 1 ตุลาคม พ.ศ. 2553 - ทีมชาติไทยชุด U-19 ออกเดินทางไปแข่ง U-19 ชิงแชมป์เอเชียรอบสุดท้ายที่ประเทศจีนในวันที่ 3 ตุลาคม ทำให้นักเตะมีเวลาปรับตัวกับสภาพอากาศเพียง 1 วันก่อนแข่งกับซีเรียและแพ้ไป 0-1[9]
  • 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 - ทีมชาติไทยชุดเอเชียนเกมส์ต้องเหลือผู้รักษาประตูคนเดียว เพราะ กวิน ผู้รักษาประตูมือ 1 บาดเจ็บ แต่ทีมชาติไทยดันส่งรายชื่อตัวสำรองเป็นผู้เล่นอายุเกิน 23 ทว่าโควตาอายุเกินเต็ม ทำให้ไม่สามารถเรียกมาเสริมได้ จึงต้องเล่นโดยไม่มีผู้รักษาประตูสำรองในนัดที่เหลือ[10]
  • 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 - ทีมฟุตบอลโอลิมปิกทีมชาติไทย ถูกปรับแพ้ปาเลสไตน์ 0-3 เพราะส่งผู้เล่นติดโทษแบนลงสนาม[11][12][13]
  • 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 - นายกสมาคมฯ ล้มการประชุมเพื่อเลือกตั้งนายกสมาคมคนใหม่โดยไม่มีการลงมติจากที่ประชุม (ถือว่าผิดกฎของ กกท.)[14]
  • 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 - อดีต เอฟเอ อังกฤษ ออกมาแฉว่า วรวีร์ มะกูดี เป็น 1 ในบอร์ดฟีฟ่า ที่ทำการขายเสียงในการโหวตเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2018 โดยเบื้องหน้าคือให้อังกฤษมาเตะอุ่นเครื่องกับทีมชาติไทย แต่เบื้องหลังคือขอลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดเกมอุ่นเครื่องนัดนี้ไปทั่วโลก แลกกับการโหวตให้ประเทศอังกฤษเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก[15]
  • 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - ทำทีมชาติไทยตกรอบฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โดยนัดสุดท้ายในรอบคัดเลือกทีมชาติไทยมีโอกาสเข้ารอบ 10 ทีมสุดท้ายโซนเอเชีย แต่ทำไม่สำเร็จ ภายหลังการแข่งขัน วินฟรีด เชเฟอร์ ผู้จัดการชาวเยอรมนีของไทย ฟุตบอลไทย ถ้าหากว่า อยากจะประสบความสำเร็จก็คือ การเตรียมทีมและการบริหารจัดการ ก่อนการมาเตะที่โอมาน เราทราบกันดีแล้วว่า เราไม่พร้อมและนักเตะมาซ้อมกันน้อยมาก ผลจึงออกมาเป็นแบบนี้ “มองเห็นศักยภาพอยู่ว่า เราจะก้าวขึ้นไปสุดยอดแห่งเอเชียได้ แต่ต้องแก้ไขที่ระบบการบริหารจัดการทั้งหมด” วินนี่ กล่าว นอกจากนี้ ยังมีการปูดข่าวการทำงานอีกด้วยว่าสมาคมฟุตบอลไม่ได้ส่งชื่อของ สมภพ นิลวงศ์ ให้กับฝ่ายจัดการแข่งขัน ทำให้เดินทางไปฟรี ไม่สามารถที่จะลงช่วยทีมได้[16]
  • 31 สิงหาคม พ.ศ. 2555 - บริษัทแดอัน21 ได้ฟ้องแพ่งต่อสมาคมฟุตบอลและนายวรวีย์ มะกูดี ในข้อหาฉ้อโกงเงิน 29,760,636.87 บาท โดยเมื่อเดือนเมษายน 2550 นายวรวีย์ได้ทำสัญญามอบการบริหารสิทธิ์ประโยชน์ของสมาคมฟุตบอล ให้กับบริษัทแห่งนี้ ต่อมาบริษัทแห่งนี้ได้โอนเงินให้สมาคมฟุตบอล แต่ก็ไม่ได้สิทธิ์เข้าไปบริหารสิทธิ์ประโยชน์ จึงได้ฟ้องแพ่งเพื่อขอเงินคืน[17]
  • 19 กันยายน พ.ศ. 2555 - นายวรวีร์ มะกูดี ได้แถลงข่าวแก้ข้อกล่าวหา ในเรื่องการยกที่ดินบริเวณพื้นที่หนองจอก ให้สมาคมฟุตบอลทำศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ โดยนำโฉนด 3 ฉบับ มีเนื่อที่ 17 ไร่ 3 งาน 27 ตารางวา มาแสดง ว่า ได้ยกให้สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยจริงๆ[18]

อ้างอิง [แก้]

  1. ^ 1.0 1.1 1.2 ประวัติ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
  2. ^ 9 สโมสรตบเท้า ร้องฟุตบอล ทวงเงิน 9.6 ล้าน ข่าวจากไทยรัฐ
  3. ^ ข่าวคิงส์คัพ 2549 จาก คมชัดลึก
  4. ^ คิงส์คัพลดจำนวนประเทศร่วมแข่งขัน จากแปดทีมเหลือสี่ทีม ข่าวจากคมชัดลึก
  5. ^ ทีมไทยมึนหนัก สุรีย์-ดัสกร เจอโทษแบน
  6. ^ ปีเตอร์ รีด ฉุน ทีมชาติไทยไม่มีสนามซ้อม
  7. ^ สตง.เรียกแข้งซีเกมส์สอบเบี้ยเลี้ยงซ้อม
  8. ^ ทีมไทย วุ่น!เสี่ยแฮงค์ ชี้ สมาคมฯไม่มืออาชีพ ลืมทำวีซ่าเข้าอิหร่าน
  9. ^ ไม่แจ่ม!! ไอ้หนูไทยประเดิมยู-19 พ่ายซีเรีย0-1
  10. ^ แบโผช้างศึก 26 คน ‘กวิน’ เจ็บติดเฉย โจ้5หลา หลุด
  11. ^ ทีมชาติไทย ชุดปรีโอลิมปิก ถูกปรับแพ้ตกรอบ
  12. ^ ส่งแข้งติดแบน ปรีอลป.ไทยถูกปรับตกรอบ , จากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์, ฉบับวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2554, สืบค้นเมื่อ 9 มีนาคม พ.ศ. 2555
  13. ^ ช็อค! แข้งอลป.ไทยส่งนักเตะผิด โดนปรับแพ้ตกรอบเฉย สมาคมโยนความผิดเอเอฟซี จากหนังสือพิมพ์มติชนออนไลน์ ฉบับวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2554, สืบค้นเมื่อ 9 มีนาคม พ.ศ. 2555
  14. ^ "บังยี"ซื้อเวลา ล้มเลือกตั้ง!บอลไทย
  15. ^ บังยี งานเข้าอีก! อดีตประธาน เอฟเอ แฉ ขายเสียงโหวตเลือกเจ้าภาพฟุตบอลโลก
  16. ^ "วินนี" จวกทีมประสานงานสะเพร่า
  17. ^ เตรียมฟ้องแพ่งต่อ แดอัน 21 ยื่นเรื่อง กมธ.กีฬา, เว็บไซต์หนังสือพิมพ์บ้านเมือง, 31 สิงหาคม 2555.
  18. ^ ยีแถลง!!โต้จำนองที่ดิน ส.บอล ปัดหากำไรจาก บ.ไทยลีก, โกลดอตคอม, 19 กันยายน 2555.

ดูเพิ่ม [แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]