วัดไทยพุทธคยา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Thai Buddhist temples in Bodh Gaya 01.jpg
พระอุโบสถ วัดไทยพุทธคยา
ข้อมูลทั่วไป
ที่ตั้ง ตำบลพุทธคยา อำเภอคยา จังหวัดมคธ รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย
นิกาย เถรวาท มหานิกาย
พระประธาน พระพุทธชินราช (จำลอง)
ความพิเศษ วัดไทยแห่งแรกในประเทศอินเดีย
เวลาทำการ ทุกวัน
จุดสนใจ พระอุโบสถ
การถ่ายภาพ อนุญาต
Dharma Wheel.svg สถานีย่อย:พระพุทธศาสนา
    

วัดไทยพุทธคยา เป็นวัดไทยแห่งแรกในประเทศอินเดีย เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 มีเนื้อที่ราว 12 ไร่ (5 เอเคอร์) ตั้งอยู่บริเวณพุทธคยา อยู่ห่างจากองค์เจดีย์พุทธคยาประมาณ 500 เมตร เป็นวัดที่อยู่ในความดูแลและอุปถัมภ์ของรัฐบาลไทย ปัจจุบันมีพระเทพโพธิวิเทศเป็นเจ้าอาวาส

พระอุโบสถของวัดไทยพุทธคยาจำลองแบบมาจากวัดเบญจมบพิตร กรุงเทพมหานคร ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสถาปัตยกรรมของสมัยรัตนโกสินทร์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่งการจำลองแบบจนดูเหมือนนี้ไม่ใช่เฉพาะภายนอก แต่ยังมีภายในที่เหมือนกันด้วย เช่น องค์พระประธานที่เป็นพระพุทธชินราช แกลประตู แกลหน้าต่าง เป็นต้น

รัฐบาลอินเดียเชิญชาวพุทธทั่วโลกมาสร้างวัด[แก้]

ประเทศอินเดีย ได้รับได้เอกราชจากอังกฤษ เมื่อ พ.ศ. 2490 และต่อมา ฯพณฯ ศรีเยาวหราลล์ เนห์รู นายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศอินเดีย ได้เตรียมการจัดงานฉลอง 25 พุทธศตวรรษขึ้น หรือเรียกว่า พุทธชยันตี ใน พ.ศ. 2500 จึงได้ประกาศเชิญชวนให้ประเทศต่างๆ ที่นับถือพระพุทธศาสนาได้มาสร้างวัดด้วยศิลปะของตน ณ พุทธคยา ดินแดนตรัสรู้ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยรัฐบาลอินเดีย ได้จัดสรรที่ดินให้เช่าในนามรัฐบาลต่อรัฐบาลคราวละ 99 ปี และเมื่อหมดสัญญาแล้วสามารถต่ออายุสัญญาได้อีกคราวละ 50 ปี

ประวัติเริ่มการสร้างวัดไทยพุทธคยา[แก้]

  • เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2497 นายปุ่น จงประเสริฐ เลขานุการสถานเอกอัครทูตไทย ณ กรุงนิว เดลี ประเทศ อินเดีย ได้เดินทางมาพบกับพระนักศึกษาไทยที่ศึกษา ณ สถาบันการศึกษาบาลีนวนาลันทา ซึ่งมีจำนวน 4 รูป คือ พระมหานคร เขมปาลี (ต่อมาได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ที่ พระราชรัตนโมลี อุปนายกสภามหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และอดีตอธิการบดี มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย) พระมหามนัส จิตตทะโม พระมหาโอภาส โอภาโส และพระมหาชวินทร์ สระคำ (ต่อมาได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ที่ พระอุดรคณาธิการ ภายหลังลาสิกขาได้รับเลือกเป็น ส.ส.จังหวัดร้อยเอ็ด) และได้แจ้งข่าวว่า พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ อธิบดีกรมตำรวจ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีจิตศรัทธาส่งเงินจำนวน 200,000รูปี (ในสมัยนั้นอัตราแลกเปลี่ยนที่ 1 รูปีอินเดียแลกได้ 4 บาทไทย) มายังสถานทูตไทย เพื่อดำเนินการสร้างวัดไทยในอินเดีย ตามที่รัฐบาลอินเดียเชิญชวน แต่ในตอนนั้น เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุง นิวเดลลี คือ พระพหิทธานุกร ได้มอบให้เลขานุการสถานทูตเป็นผู้ดำเนินการสร้างแทน จึงมาปรึกษาพระสงฆ์ไทย ที่เรียนอยู่ที่นาลันทา และตกลงกันว่า จะซื้อที่ดินที่พุทธคยา และมอบให้นายปุ่น จงประเสริฐ เป็นผู้ดำเนินการซื้อที่ดินจากรัฐบาลรัฐพิหาร
  • ซื้อที่ดินเพื่อสร้างวัด เริ่มแรกติดต่อได้ที่ดินใกล้วัดทิเบตทางทิศเหนือ มีเนื้อที่ 15 เอเคอร์ ประมาณ 37 ไร่ (ปัจจุบันคือลานแสดงธรรมของท่านดาไล ลามะ หรือชาวบ้านท้องถิ่นเรียกว่า กาลาจักระ ไมดาน (ไมดาน แปลว่า สนาม กาลจักร คือ พิธีการบูชาที่ยิ่งใหญ่ของทิเบต) ต่อมาทางการเห็นว่า การก่อสร้างโบสถ์และวิหารอื่นๆ อาจจะบดบังทัศนียภาพขององค์พระเจดีย์พุทธคยา และเมื่อขุดเพื่อวางเสาเข็ม ได้พบโบราณสถานมากมาย ทางการรัฐพิหาร จึงหาที่ให้ใหม่ คือบริเวณทีตั้งปัจจุบันนี้
  • รัฐบาลไทยเข้ามาดูแลเรื่องสร้างวัดต่อมามีเหตุการณ์ผันแปรในการสร้างวัด ท่านจอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีได้รับเรื่องการสร้างวัดเป็นของรัฐบาล ต่อมาท่านทูต คนใหม่ คือ ดร. บุณย์ เจริญชัย มาอยู่ทิ่อินเดีย การก่อสร้างวัดไทยในขั้นต้น จึงเสร็จเรียบร้อย คือ มีพระอุโบสถ ศิลปะรัตนโกสินทร์ แบบวัดเบญจมบพิตร และกุฏิที่พักสงฆ์ จำนวน 2 หลัง

ที่ตั้งและอาณาเขตของวัดไทย[แก้]

วัดไทยพุทธคยา ตั้งอยู่ห่างจากบริเวณต้นพระศรีมหาโพธิ สถานที่ตรัสรู้ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประมาณ 500 เมตร ตำบลพุทธคยา อ.คยา รัฐพิหาร ห่างจากสถานีรถไฟคยา ประมาณ 15 กิโลเมตร และสนามบินพุทธคยา ประมาณ 10 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 12 ไร่ (5 เอเคอร์) อยู่ในความอุปถัมภ์ของรัฐบาลไทยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีฐานะเป็นพระอารามหลวงหรือ วัดหลวง เพราะได้รับพระราชทานผ้าพระกฐินเป็นประจำทุกปี

พระธรรมทูตไทย ชุดแรก ณ วัดไทยพุทธคยา[แก้]

  • พ.ศ. 2502 ทางรัฐบาลได้แจ้งให้คณะสงฆ์ทราบ และคณะสงฆ์ได้ส่ง พระธรรมธีราชมหามุนี มาเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก พร้อมกับพระสงฆ์อีกสี่รูป ปฏิบัติหน้าที่อยู่สามปี จนถึง พ.ศ. 2505 จึงเดินทางกลับประเทศไทย นับเป็นพระสงฆ์สมณทูตชุดแรกของไทยที่เดินทางมาประกาศพระพุทธศาสนา ณ ดินแดนต้นกำเนิด ภายหลังที่พระเจ้าอโศกมหาราชได้ส่งท่านพระโสณะ และพระอุตระไปที่สุวรรณภูมิ เมือ พ.ศ. 236 ซึ่งเป็นระยะเวลาห่างกันถึง 2,266 ปี คนไทยได้ตอบบุญแทนคุณคนอินเดียเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

รายนามเจ้าอาวาส[แก้]

  1. สมเด็จพระธีรญาณมุนี (ธีร์ ปุณณกมหาเถระ ป.ธ.9) เมื่อดำรงสมณศักดิ์ที่ พระธรรมธีราชมหามุนี วัดจักรวรรดิราชาวาส ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสรูปที่ 1 ตั้งแต่ พ.ศ. 2502-2506
  2. พระสุเมธาธิบดี (บุญเลิศ ทัตตสุทธิมหาเถระ ป.ธ.8) เมื่อดำรงสมณศักดิ์ที่ พระเทพวิสุทธิโมลี วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสรูปที่ 2 ตั้งแต่ พ.ศ. 2506-2532
  3. พระเทพโพธิวิเทศ (ทองยอด ภูริปาโล ป.ธ.9 Ph.D.) เมื่อเป็น พระมหาทองยอด ภูริปาโล วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสรูปที่ 3 ตั้งแต่ พ.ศ. 2532- ปัจจุบัน

สิ่งก่อสร้าง[แก้]

พระพุทธธรรมิศรชมพูทีปนิวัติสุโขทัย พระประธานในพระอุโบสถวัดไทยพุทธคยา
ป้ายสามภาษา วัดไทยพุทธคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย
  • พระอุโบสถ จำลองแบบมาจากพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตร ประเทศไทย แต่ไม่ได้สร้างกำแพงแก้วล้อมด้านหลัง พระประธานในพระอุโบสถหันหน้าไปทางทิศเหนือ เพราะทางด้านทิศตะวันออกไม่ได้ติดถนนใหญ่ จึงหันหน้าออกทางทิศเหนือ เพื่อให้ชาวอินเดียและพุทธศานิกชนจากชาติต่างๆ เข้านมัสการได้สะดวก ภายในพระอุโบสถ มีภาพวาดชาดกเรื่อง พระมหาชนก ซึ่งได้รับพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
  • พระประธานภายในพระอุโบสถ พระประธานในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธชินราชจำลอง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นประธานในการเททองหล่อ ณ วัดเบญจมบพิตร และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า "พระพุทธธรรมิศรชมพูทีปนิวัติสุโขทัย" มีความหมายว่า "พระพุทธเจ้าผู้เป็นใหญ่ในธรรม กลับสู่ชมพูทวีปให้เกิดสุข" ท่านจอมพล ถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศและผู้บัญชาการทหารสูงสุด ดำเนินการอัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดไทยพุทธคยา โดยเครื่องบิน C 130 ของกองทัพอเมริกา สมัยที่มาทำสงครามเวียดนาม เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2510 ทุนทรัพย์ในการสร้างพระประธานและค่าพาหนะขนส่งจำนวน 650,000 บาท โดยเครื่องบิน C 130 เริ่มแรกนั้นต้องลงจอดที่เมืองกัลกัตตา เมื่อทำพิธีศุลกาการ แต่เมื่อบินออกจากเมืองไทยแล้ว นักบินถึงแม้จะตั้งเข็มการบินไปที่เมืองกัลกัตตา แต่ไม่สามารถบินไปกัลกัตตาได้ จึงเปลี่ยนทิศทางการบินมาที่พุทธคยา โดยตรง ปรากฏว่า สามารถบินได้อย่างสะดวก เป็นพุทธปาฏิหาริย์ที่ปรากฏต่อสายตานักบินอเมริกา
  • พิธีผูกพัทธสีมา ฝังลูกนิมิตร ได้มีการผูกพัทธสีมาอย่างเป็นทางการ โดยทำในนามรัฐบาลไทย เป็นรัฐพิธี ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัต (ปุ่น) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ ท่าเตียน) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มีพระสงฆ์เข้าร่วมพิธี 112 รูป มีชาวพุทธไทยจำนวน 157 ท่านจากประเทศไทย และชาวพุทธไทยในอินเดียนจำนวน 62 ท่านมาร่วมพิธี เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2509 (จารึกที่แผ่นหินอ่อนวัดไทยพุทธคยา)
  • อาคารรองรับผู้แสวงบุญชาวไทย มีจำนวน 2 หลัง ลักษณะ 2 ชั้น เพื่อเป็นที่พักของพุทธบริษัทชาวไทยที่เดินทางมานมัสการพุทธสังเวชนียสถาน แสวงบุญ ณ ประเทศอินเดีย

ราชวงศ์จักรีกับวัดไทยพุทธคยา[แก้]

  • พระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริยาธิราชเจ้าแห่งราชวงศ์จักรีที่มีต่อวัดไทยพุทธคยานั้น มีมากมายคณานับ ดังต่อไปนี้
  1. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จพระราชดำเนินเป็นประธานเททองหล่อพระพุทธปฏิมา พระพุทธชินราช เพื่ออัญเชิญมาเป็นพระประธานภายในพระอุโบสถวัดไทยพุทธคยาพร้อมพระราชทานพระนามว่า “"พระพุทธธรรมิศรชมพูทีปนิวัติสุโขทัย" มีความหมายว่า "พระพุทธเจ้าผู้เป็นใหญ่ในธรรม กลับสู่ชมพูทวีปให้เกิดสุข"
  2. โปรดเกล้าฯ ให้ ฯพณฯ สัญญา ธรรมศักดิ์ ประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์เป็นประธานยกช่อฟ้าพระอุโบสถและทอดผ้าพระกฐินพระราชทาน เมือวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2519
  3. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามกุฏราชกุมาร เสด็จฯ เยี่ยมวัดไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อ พ.ศ. 2535
  4. สมเด็พระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยี่ยมวัดไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อ พ.ศ. 2530
  5. พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรชายาทินัดดามาตุ เสด็จฯ ในงานฉลองวัดไทยพุทธคยาครบ 50 ปี พ.ศ. 2550
  6. ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐินพระราชทานเพื่อให้พุทธบริษัทชาวไทยอัญเชิญไปทอดกฐินแด่พระภิกษุสงฆ์ผู้จำพรรษากาลที่วัดไทยพุทธคยาเป็นประจำทุกปี

นายกรัฐมนตรีนมัสการและทำบุญที่วัดไทยพุทธคยา[แก้]

  1. จอมพล ป. พิบูลสงคราม บวชที่วัดไทยพุทธคยา พ.ศ. 2503 และเป็นการบวชพระ(อุปสมบท)ครั้งแรกของวัดไทยพุทธคยา
  2. ฯพณฯ สัญญา ธรรมศักดิ์ สมัยดำรงตำแหน่ง ประธานองคมนตรี ผู้แทนพระองค์เป็นประธานยกช่อฟ้าพระอุโบสถ และทอดผ้าพระกฐินพระราชทาน วันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2519
  3. พลเอก สุรยุทธ จุณานนท์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เยี่ยมวัดไทย
  4. ฯพณฯ ชวน หลีกภัย มานมัสการพุทธสังเวชนียสถาน และเยี่ยมวัดไทย พ.ศ. 2551

งานพระธรรมทูต[แก้]

  • งานพระธรรมทูตของวัดไทยพุทคยาได้ปรากฏเด่นชัดมาตั้งแต่พระธรรมทูตรุ่นแรก จนถึงปัจจุบัน ได้ทำการประกาศพระพุทธศาสนาในดินแดนชมพูทวีป และขยายงานออกไปอย่างมากมาย เช่น
  1. ก่อตั้งคณะสงฆ์อินเดีย (ALL India Bhikkhu Sangha) ให้เป็นองค์กรที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีการบรรพชาอุปสมบทอย่างถูกต้องตามพระธรรมวินัย โดยการจัดซื้อที่ดินให้สร้างสำนักงานคณะสงฆ์อินเดีย อบรมสั่งสอนกุลบุตรชาวอินเดียที่เข้ามาบวชในพระพุทธศาสนา
  2. สร้างวัดไทยเพื่อขยายและสร้างโครงงานพระธรรมทูตออกไปยังสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา โดยมีวัดไทยในอินเดีย ดังต่อไปนี้
  3. สนับสนุนชาวพุทธอินเดียสร้างพุทธวิหาร พร้อมมอบพระพุทธรูปและเครื่องอัฐบริขารในการบรรพชาอุปสมบท เช่น มอบแด่ชาวพุทธที่เมืองนาคปุร์ เมืองออรังคบาด รัฐมหารัชตะ
  4. จัดตั้งคลินิกเพื่อดูแลชาวพุทธไทย และชาวพุทธทั่วโลก รวมทั้งชาวอินเดีย เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแด่ชาวพุทธที่มาไหว้พระแสวงบุญ รวมทั้งเพื่อสร้างมวลชนสัมพันธ์กับชาวบ้านท้องถิ่น
  5. จัดสร้างโรงเรียนเพื่อเยาวชนชาวอินเดีย ให้ได้รับการศึกษา มีจำนวน4 แห่งคือ วัดไทยพุทธคยา สนับสนุนโรงเรียนปัญจศีล ที่พุทธคยา และโรงเรียนชาวพุทธใหม่ที่นาลันทา วัดไทยสารนาถ จัดสร้างโรงเรียนพระครูปกาศสมาธิคุณ และวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ สร้างโรงเรียนต้นกล้าพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์
  6. จัดอบรมพระธรรรมวิทยากร เพื่อพัฒนาบุคลากรทางพระพุทธศาสนา คือ พระภิกษุ สามเณร แม่ชี อุบาสก อุบาสิกา ที่มาปฏิบัติหน้าที่พระธรรมทูต ศึกษาเล่าเรียนและปฏิบัติธรรมในอินเดีย ให้รักงานเผยแพร่ วัตถุประสงค์เพื่อสามารถนำพาพุทธบริษัทที่มาไหว้พระแสวงบุญที่อินเดียให้ได้เข้าใจซาบซึ้งในคุณของพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ นำสวดมนต์ไหว้พระ ปฏิบัติธรรม เจริญจิตภาวนา อธิบายธรรม พุทธประวัติ ประวัติศาสตร์ และเรื่องราวที่เป็นประโยชน์ให้แก่ชาวพุทธไทยและต่างชาติได้ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างดี ได้รับคำยกย่องและชื่นชมจากชาวพุทธไทยเป็นอย่างมาก ปัจจุบันมีการอบรม สามแห่งคือ วัดไทยพุทธคยา วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ และมหาวิทยาลัยเมืองพาราณสี
  7. ดูแลนักศึกษาไทยที่มาเรียนที่อินเดีย มหาเถรสมาคมได้มอบหมายให้เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยาเป็นหัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย และเป็นผู้ดูแลพระนักศึกษาไทยที่มาศึกษาที่ประเทศอินเดีย ทางวัดไทยพุทธคยาได้จัดมอบทุนการศึกษาแด่นักศึกษาไทย และให้การสนับสนุนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ของนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ เช่น โครงการไหว้พระนมัสการพุทธสังเวชนียสถาน ของนักศึกษา มหาวิทยาลัยพาราณสี มหาวิทยาลัยมคธ มหาวิทยาลัยเดลลี มหาวิทยาลัยปูเณ่ ฯลฯ
  8. มอบทุนการศึกษาแด่พระภิกษุ-สามเณร แม่ชีและนักเรียนไทย ที่มาศึกษาในประเทศอินเดีย

การติดต่อที่พักสำหรับผู้แสวงบุญชาวไทย[แก้]

  • ผู้แสวงบุญที่ประสงค์จะพักที่วัดไทยพุทธคยา ในระหว่างเดือนตุลาคม-มีนาคม ต้องแจ้งให้ทางวัดทราบล่วงหน้า ประมาณ 2-3 เดือนก่อนการเดินทาง พร้อมระบุจำนวนผู้เข้าพัก วันเวลาที่จะเข้าพัก

การเดินทางมายังวัดไทยพุทธคยา[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  • 50 ปี วัดไทยพุทธคยา อินเดีย. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, 2550. ISBN 978-974-9985-73-1
  • สูจิบัตรงานฉลองวัดไทยพุทธคยา 50 ปี

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]