มหาวิหารซอลส์บรี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มหาวิหารซอลส์บรี

Salisbury Cathedral

มหาวิหารซอลส์บรี
มหาวิหารซอลส์บรี
สิ่งก่อสร้าง
ฐานะ มหาวิหาร
นิกาย อังกลิคัน
ที่ตั้ง ซอลส์บรี, มณฑลวิลท์เชอร์
ประเทศ Flag of the United Kingdom.svg สหราชอาณาจักร
การก่อสร้าง
แรกสุด ค.ศ. 1220
สร้างเสร็จ ค.ศ. 1280
ผู้สร้างปัจจุบัน บาทหลวงริชาร์ด พัวร์
แบบสถาปัตยกรรม กอธิคอังกฤษสมัยต้น
โครงสร้าง ส่วนใหญ่เป็นหินจากเพอร์เบ็ค
สูง หอสูง 404 ฟุต (123 เมตร)
แบบผัง กางเขนซ้อน
ผู้ออกแบบ/ตกแต่ง
ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว
สิ่งที่น่าสนใจ ลักษณะกอธิคอังกฤษสมัยต้นแท้,
ยอดหินแหลมสูงที่สุดในอังกฤษหนัก 6,397 ตัน, หอประชุมสงฆ์แปดเหลี่ยม, ที่เก็บมหากฎบัตรฉบับดั้งเดิม, ระเบียงคดที่ยังสมบูรณ์
พิกัด 51°03′53″N 1°47′51″W / 51.06472°N 1.79750°W / 51.06472; -1.79750
เว็บไซต์ มหาวิหารซอลส์บรี

มหาวิหารซอลส์บรี (อังกฤษ: Salisbury Cathedral) มีชื่อเป็นทางการว่า มหาวิหารเซนต์แมรี (Cathedral of Saint Mary) เป็นมหาวิหารนิกายอังกลิคันตั้งอยู่ที่เมืองซอลส์บรี มณฑลวิลท์เชอร์ในสหราชอาณาจักร เริ่มสร้างเมื่อ ค.ศ. 1221 แล้วเสร็จเมื่อ ค.ศ. 1280 รวมระยะเวลาในการสร้าง 59 ปี ในปี ค.ศ. 2008 มหาวิหารซอลส์บรีฉลองครบรอบ 750 ปีตั้งแต่ได้รับสถาปนาเป็นมหาวิหารตั้งแต่ปี ค.ศ. 1258[1]

ยอดของมหาวิหารซอลส์บรีสูงจากพื้น 404 ฟุต (123 เมตร) ซึ่งสูงที่สุดในสหราชอาณาจักร ระเบียงคดมีเนื้อที่มากที่สุด และเนื้อที่บริเวณรอบมหาวิหารเท่ากับ 80 เอเคอร์ ซึ่งกว้างใหญ่ที่สุดในอังกฤษ[2] นอกจากนั้นมหาวิหารยังมีนาฬิกาที่สร้างเมื่อ ค.ศ. 1386 ที่ยังใช้การได้ และเป็นมหาวิหารที่เป็นที่เก็บหนึ่งในสี่ของมหากฎบัตรฉบับดั้งเดิม[2]

ความสำคัญของมหาวิหารซอลส์บรีทางสถาปัตยกรรม คือเป็นตัวอย่างที่ดีของสิ่งก่อสร้างแบบกอธิคของอังกฤษ[2] ตอนต้นที่เป็นแนวเดียวกันหมดเพราะสร้างรวดเดียวเสร็จ ไม่เหมือนมหาวิหารอื่นที่ใช้เวลาหลายร้อยปีจึงสร้างเสร็จจึงทำให้ลักษณะสถาปัตยกรรมเปลี่ยนไปตามสมัย

ประวัติ[แก้]

เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างพระและฝ่ายทหารที่โอลด์เซรุม (Old Sarum) ที่เป็นที่ตั้งเดิมของมหาวิหารซอลส์บรีเสื่อมโทรมลง ทางวัดจึงตัดสินใจย้ายวัดไปตั้งที่ใหม่ที่เมืองซอลส์บรีในปัจจุบัน[3] การย้ายเกิดขึ้นในสมัยของบาทหลวงริชาร์ด พัวร์ (Richard Poore) ผู้ซึ่งเป็นผู้มีฐานะร่ำรวยและได้อุทิศที่ดินในการก่อสร้างมหาวิหารใหม่ แม้ว่าการก่อสร้างมหาวิหารใหม่ใช้เงินจากการอุทิศแต่ผู้อุทิศหลักก็คือพระแคนนอนและวิคาร์จากทางตะวันตกเฉียงใต้ผู้ถูกขอให้อุทิศเป็นจำนวนเจาะจงทุกปีจนกว่ามหาวิหารจะสร้างเสร็จ[4] ที่ตั้งปัจจุบันเลือกจากตำนานที่กล่าวว่าบาทหลวงแห่งโอลด์เซรุมยิงธนูไปทางทิศที่จะสร้างมหาวิหาร ไปโดนกวางที่เดินไปจนล้มลงตาย ที่ที่กวางตายก็คือที่สร้างมหาวิหารปัจจุบัน

ศิลาฤกษ์วางเมื่อวันที่ 28 เมษายน ค.ศ. 1220[5] เพราะที่สร้างปัจจุบันมีระดับน้ำใต้ดินสูงมหาวิหารจึงมีฐานลึกเพียง 4 ฟุต ทางเดินกลาง, แขนกางเขน และบริเวณสงฆ์ (choir) สร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ. 1258, ด้านหน้าในปี ค.ศ. 1265, ระเบียงคดและหอประชุมสงฆ์ในปี ค.ศ. 1280 เพราะมหาวิหารสร้างเสร็จในระยะเวลาเพียง 38 ปี จึงทำให้เป็นลักษณะการก่อสร้างแบบเดียวที่สมบูรณ์แบบ--สถาปัตยกรรมกอธิคอังกฤษสมัยต้น

สิ่งที่มาสร้างภายหลังจากส่วนอื่นก็ได้แก่ระเบียงคด หอประชุมสงฆ์ หอระฆัง และมณฑปซึ่งสูง 404 ฟุต หรือ 123 เมตรซึ่งเห็นเด่นชัดมาแต่ใกลตั้งแต่ปี ค.ศ. 1320 แม้ว่าหอคอยของมหาวิหารจะเป็นสิ่งที่เชิดหน้าชูตาที่สุดของมหาวิหาร แต่ก็เป็นสิ่งที่เป็นปัญหาที่สุดเช่นเดียวกัน หอคอยและยอดซึ่งอยู่ตรงจุดตัดระหว่างทางเดินกลางและแขนกางเขนเพิ่มน้ำหนักให้แก่ตัวมหาวิหารขึ้นอีก 6,397 ตัน ซึ่งถ้าไม่มีกำแพงค้ำยัน, โค้งค้ำยัน, หรือผูกด้วยเหล็กแล้วก็คงล้มครืนลงมาเช่นยอดของแอบบีมาลมสบรี (Malmesbury Abbey) แต่ยอดของมหาวิหารซอลส์บรียังอยู่เป็นยอดวัดที่สูงที่สุดในโลกที่สร้างก่อน ค.ศ. 1400 ความหนักของยอดจะเห็นได้จากคอลัมน์สี่มุมภายในมหาวิหารที่โก่งตัวเพราะความกดดันและพื้นที่ทรุดลงจากบริเวณอื่น ทางวัดต้องสร้างเพดานปลอมเหนือจุดตัดภายใต้บริเวณโคม (lantern stage) เพื่อช่วยรับน้ำหนัก

การบูรณะครั้งสำคัญทำโดยสถาปนิกเจมส์ ไวแอ็ทท์ (James Wyatt) ในปี ค.ศ. 1790 รวมทั้งสร้างฉากกางเขนใหม่แทนฉากกางเขนเดิมที่ย้ายไปอยู่ในชาเปลข้างๆ และรื้อหอระฆังที่ตั้งห่างจากตัววัดไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 100 เมตรทิ้ง มหาวิหารซอลส์บรีเป็นหนึ่งในสามของมหาวิหารในอังกฤษที่ไม่มีหอระฆัง อึกสองมหาวิหารคือมหาวิหารนอริช และ มหาวิหารอีลี

หอประชุมสงฆ์และมหากฎบัตร[แก้]

ลักษณะเด่นของหอประชุมสงฆ์คือเป็นรูปแปดเหลื่ยมตกแต่งด้วยขอบรูปปั้นเหนือที่นั่งรอบภายในสิ่งก่อสร้างเป็นฉากจากพระธรรมปฐมกาลและ พระธรรมอพยพรวมทั้งอาดัมและอีฟ, เรือโนอาห์, หอบาเบล และ เอบราฮัม, ไอแซ็ค และ เจคอป นอกจากนั้นหอประชุมสงฆ์ยังเป็นที่ตั้งแสดงหนึ่งในสี่มหากฎบัตรฉบับแท้ มหาวิหารซอลส์บรีได้เป็นเจ้าของมหากฎบัตรเพราะอีไลอัสแห่งแดเรม (Elias of Dereham) ผู้มีหน้าที่แจกจ่ายมหากฎบัตรมาเป็นพระแคนนอนที่ซอลส์บรีและมาควบคุมการก่อสร้างมหาวิหารนำเอาติดตัวมาด้วย

อ้างอิง[แก้]

  1. "750th Anniversary, Salisbury Cathedral". สืบค้นเมื่อ 2008-01-17. 
  2. 2.0 2.1 2.2 "Visitor Information, Salisbury Cathedral". สืบค้นเมื่อ 2008-01-17. 
  3. Evans, p. 10-11
  4. Evans, p. 13
  5. Evans, p. 15

ข้อมูลเพิ่มเติม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ มหาวิหารซอลส์บรี

สมุดภาพ[แก้]