ภาษาเอสเปรันโต

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ภาษาเอสเปรันโต
Esperanto
[[File:
Esperanto flag
|200px]]
ออกเสียง e.spe.ˈran.to
สร้างโดย แอล.แอล. ซาเมนฮอฟ
การจัดตั้งและการใช้ ภาษาช่วยสากล
จุดประสงค์
ที่มา คำศัพท์จากภาษากลุ่มโรมานซ์ และ ภาษากลุ่มเจอร์เมนิก เสียงอ่านจาก ภาษาสลาวิก
สถานภาพทางการ
ผู้วางระเบียบ Akademio de Esperanto
รหัสภาษา
ISO 639-1 eo
ISO 639-2 epo
ISO 639-3 epo

ภาษาเอสเปรันโต (Esperanto) เป็นภาษาประดิษฐ์ที่ใช้กันมากที่สุดในโลก[1] คิดค้นโดย แอล.แอล. ซาเมนฮอฟ นามปากกาของจักษุแพทย์ชาวรัสเซีย (ในช่วงที่รัสเซียปกครองโปแลนด์ โดยมีพ่อแม่เป็นชาวยิว) โดยต้องการให้ภาษาเอสเปรันโตเป็นภาษาที่เรียนง่าย และเป็นภาษาที่สองสำหรับนานาประเทศ ชื่อเอสเปรันโตมาจากชื่อแฝงเรียก ดร. เอสเปรันโต ในช่วงที่เขียนหนังสือเรื่องภาษานานาชาติ

ถึงแม้ว่า ภาษาเอสเปรันโตยังไม่มีประเทศใดนำไปเป็นภาษาทางการ ในปัจจุบัน (พ.ศ. 2549) มีผู้ใช้งานประมาณ 1 แสนถึง 2 ล้านคน ซึ่งมีให้เห็นในคู่มือท่องเที่ยว คู่มือการเรียนการสอน ทางโทรทัศน์ วรรณกรรม การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และในบางโรงเรียนมีการเรียนวิชาเลือกเป็นภาษาเอสเปรันโต

วันที่ 15 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันฉลองของภาษาเอสเปรันโต ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของซาเมนโฮฟ ซึ่งในวันนี้ผู้ใช้ภาษาเอสเปรันโตจะรวมตัวกันในฤดูหนาว และเลี้ยงฉลองกัน โดยบางคนจะซื้อหนังสือภาษาเอสเปรันโตเล่มใหม่ในวันนี้

ภาษาเอสเปรันโตเป็นภาษาเดียวที่มีธงประจำภาษา โดยทั่วไปแล้วภาษาอื่นๆ จะไม่ใช้ธงชาติมาเป็นธงประจำภาษา เนื่องจากชาติหรือประเทศหนึ่งอาจมีได้หลายภาษา และภาษาหนึ่งอาจพูดในหลายชาติหรือประเทศ ธงประจำภาษาเอสเปรันโต พื้นธงเป็นสีเขียว มีรูปดาวสีเขียวบนพื้นที่สีเหลี่ยมสีขาวอยู่มุมบนซ้าย นอกจากธงแล้วยังมีเพลงประจำภาษาเอสเปรันโตอีกด้วย ชื่อเพลงว่า La Espero แปลว่า ความหวัง ซึ่งมีชื่อเหมือนกับเพลงชาติของอิสราเอล

ประวัติ[แก้]

เอสเปรันโตคิดค้นขึ้นช่วงปลาย คริสต์ทศวรรษ 1870 และต้น คริสต์ทศวรรษ 1880 โดย แอล.แอล. ซาเมนฮอฟ ในช่วงเวลาพัฒนา 10 ปีนั้น ซาเมนฮอฟได้ใช้เวลาในการแปลวรรณกรรมต่างๆ มาเป็นภาษาเอสเปรันโต รวมทั้งการเขียนและพัฒนาหลักไวยกรณ์ต่างๆของภาษา โดยหนังสือไวยกรณ์เล่มแรกในภาษาเอสเปรันโต ชื่อ อูนูอาลิโบร (Unua Libro ความหมายในภาษาเอสเปรันโตว่า หนังสือเล่มแรก) ตีพิมพ์ที่ วอร์ซอว์ ในเดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2430 ซึ่งหลังจากนั้นจำนวนผู้ใช้ภาษาเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วภายใน 20 ปีต่อมา โดยเริ่มต้นจากจักวรรดิรัสเซีย และ ยุโรปตะวันออก และได้เข้าสู่ ยุโรปตะวันตก อเมริกา ประเทศจีน และ ประเทศญี่ปุ่น ต่อมาในปี พ.ศ. 2448 การประชุมเอสเปรันโตโลก ได้จัดตั้งขึ้น โดยจัดครั้งแรกที่เมือง บูลอน ซู แมร์ (Boulogne-sur-Mer) ในประเทศฝรั่งเศส และหลังจากนั้นมีการจัดประชุมกันทุกปี (ยกเว้นช่วงสงครามโลก) โดยเปลี่ยนสถานที่จัดไปทั่วโลก

ในปัจจุบันภาษาเอสเปรันโตไม่ได้เป็นภาษาทางการของประเทศใด แต่ได้มีการเรียนการสอนในหลายประเทศ อย่างไรก็ตามในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 บริเวณฉนวนโมเรสเนต (Neutral Moresnet, 2359-2462) ได้ถือว่าเป็นรัฐแรกที่ใช้ภาษาเอสเปรันโตเป็นภาษาทางการ ในปี พ.ศ. 2511 สาธารณรัฐโรสไอส์แลนด์ ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งอิตาลี ประมาณ 11 กม. ได้ประกาศตั้งตัวเป็นประเทศเอกราช และได้ใช้ภาษาเอสเปรันโตเป็นภาษาทางการเช่นกัน อย่างไรก็ตาม โรสไอแลนด์ ไม่ถือว่าเป็นประเทศจากชาติอื่น ในปี พ.ศ. 2454 ระหว่างช่วงการปฏิวัติซินไฮ้ ในประเทศจีน ได้มีนโยบายในการเปลี่ยนภาษาทางการจากภาษาจีน เป็นภาษาเอสเปรันโต ด้วยเหตุผลที่ว่าให้ประเทศเป็นสากล แต่ได้ถูกยกเลิกไป ในปี พ.ศ. 2467 ในสหรัฐอเมริกา เริ่มมีการใช้ภาษาเอสเปรันโตสำหรับวิทยุสื่อสาร โดยคาดหวังว่าจะใช้เป็นภาษาหลักในการสื่อสาร แต่สุดท้ายไม่ได้รับการนิยมและได้ยกเลิกไป

การศึกษา ภาษาเอสเปรันโต[แก้]

ในปัจจุบันมีอยู่บางโรงเรียนที่มีการสอนภาษาเอสเปรันโต มีมากใน จีน ฮังการี บัลแกเรีย และ ออสเตรเลีย นอกจากนี้คนส่วนมากเรียนรู้ภาษา โดยการเรียนรู้ด้วยตัวเอง และมีการสอนโดยอาสาสมัครต่างๆ ผ่านทางอินเทอร์เน็ต เช่นเว็บไซต์ lernu!

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2555, ได้มีการตีพิมพ์และการจำหน่ายตำราเรียนภาษาเอสเปรันโตที่ชื่อว่า "เอสเปรันโตโดยวิธีตรง" (Esperanto per rekta metodo)    ต้นฉบับของเรื่องนี้ถูกแปลจากภาษาเอสเปรันโตเป็นภาษาอื่น ๆ มากมาย ซึ่งภาษาไทยเป็นภาษาที่ 31    ผู้แต่งชื่อ สตาโน มาเช็ค (Stano Marček)    หนังสือเรื่องนี้เป็นตำราเรียนภาษาเอสเปรันโตที่ใช้ภาษาไทยเรื่องแรกที่เคยพิมพ์ในโรงพิมพ์ใด ๆ หนังสือนี้สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีที่นี่: http://www.chonburiwatana.com/rekta_metodo/

นักวิจัยหลายท่านได้ศึกษาว่าการเรียนรู้ภาษาเอสเปรันโต ช่วยให้ผู้ที่ใช้ภาษาในภาษากลุ่มอินโดยูโรเปียน (เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาเยอรมัน) เรียนภาษาอื่นๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น อาจเนื่องมาจาก รูปแบบของภาษา ไวยากรณ์ และคำศัพท์ต่างๆ [2] การวิจัยพบว่า เปรียบเทียบกลุ่มนักเรียน 2 กลุ่ม โดย กลุ่มแรก เรียนภาษาเอสเปรันโต 1 ปี และภาษาฝรั่งเศส 3 ปี กับกลุ่มที่สอง เรียนภาษาฝรั่งเศส 4 ปี ผลออกมาว่า กลุ่มแรกสามารถใช้ภาษาฝรั่งเศสได้ดีกว่ากลุ่มที่สอง ที่เรียนภาษาฝรั่งเศสมากกว่าหนึ่งปี

ตัวอักษร[แก้]

ภาษาเอสเปรันโตใช้ตัวอักษรละติน ประกอบด้วยตัวอักษร 28 ตัว ซึ่งมีรูปทั้งตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็ก โดย 22 ตัวเหมือนตัวอักษรในภาษาอังกฤษ โดยไม่มีรูป Q, W, X และ Y และบนตัวอักษรบางตัวมีเครื่องหมายพิเศษ ตัวอักษรทั้งหมดมีดังนี้

A B C Ĉ D E F G Ĝ H Ĥ I J Ĵ K L M N O P R S Ŝ T U Ŭ V Z
a b c ĉ d e f g ĝ h ĥ i j ĵ k l m n o p r s ŝ t u ŭ v z

อย่างไรก็ตาม รหัสแอสกีไม่มีสัญลักษณ์ที่ใช้แทนตัวอักษรเหล่านี้ Ĉ, Ĝ, Ĥ, Ĵ, Ŝ, Ŭ จึงมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเขียนให้เป็น CH, GH, HH, JH, SH, U หรือ CX, GX, HX, JX, SX, UX ตามลำดับ เมื่อต้องการพิมพ์หรือบันทึกข้อมูลลงคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันนี้ปัญหาดังกล่าวไม่มีแล้วเนื่องจากใช้รหัสยูนิโคดแทน

ไวยากรณ์ 16 ข้อ[3][แก้]

ไวยากรณ์เบื้องต้นของภาษาเอสเปรันโต ประกอบด้วย รากศัพท์ ที่มีความหมายในตัวของมันเอง แล้วนำอักษรบางตัวไปต่อท้ายเพื่อเปลี่ยนหน้าที่ของคำในประโยค ดังที่จะกล่าวต่อไปนี้

คำนำหน้าคำนาม[แก้]

  • คำนำหน้าคำนาม (article) มีเพียง la ที่ใช้กล่าวถึงสิ่งทั่วไปหรือไม่เจาะจง ซึ่งมีความหมายคล้ายกับ the ในภาษาอังกฤษ
    • La leono estas danĝera besto.
      • สิงโต (ทั่วไป) เป็นสัตว์ที่อันตราย

คำนาม[แก้]

  • คำนาม (noun) ลงท้ายด้วย -o ส่วนคำนามที่เป็นพหูพจน์ให้เติม -j ต่อท้าย และหากคำนามนั้นทำหน้าที่เป็นกรรมของประโยค หรือนำหน้าคำบุพบท เช่น de ซึ่งแปลว่า ของ (ขึ้นอยู่กับความหมาย) ให้เติม -n ต่อท้ายเข้าไปอีก
    • La hundo persekutis la katojn de la knaboj al la domo per bojado.
      • สุนัขวิ่งไล่ (รูปอดีต) แมว (หลายตัว) ของเด็ก (หลายคน) เข้าไปในบ้านโดยการเห่า

คำคุณศัพท์[แก้]

  • คำคุณศัพท์ (adjective) ลงท้ายด้วย -a รวมไปถึงจำนวนที่บ่งบอกลำดับที่ หรือคำนามอื่นที่ทำหน้าที่ขยายคำนามนั้น และเติม -j กับ -n ให้เหมือนคำนามที่ขยายด้วย คำคุณศัพท์จะวางไว้หน้าคำนามเสมอ
    • La bruna hundo persekutas la nigrajn katojn.
      • สุนัขสีน้ำตาลกำลังวิ่งไล่แมวสีดำ (หลายตัว)
  • คำคุณศัพท์ขั้นกว่า (comparative) ให้ใช้ pli นำหน้าคำคุณศัพท์แล้วตามด้วยคำสันธาน ol เหมือนการใช้ more...than ในภาษาอังกฤษ
    • La bruna hundo estas pli granda ol la nigraj katoj.
      • สุนัขสีน้ำตาลตัวใหญ่กว่าแมวสีดำ (หลายตัว)
  • คำคุณศัพท์ขั้นสุด (superlative) ให้ใช้ plej นำหน้าคำคุณศัพท์นั้น
    • Sed la homo estas la plej granda el ĉiuj.
      • แต่มนุษย์ตัวใหญ่ที่สุดกว่าใครทั้งหมด

จำนวน[แก้]

nul unu du tri kvar kvin ses sep ok naŭ dek cent mil
0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 100 1000
  • จำนวน (numeral) โดยพื้นฐานให้นำค่าของ 1-9 เขียนต่อด้วยค่าประจำหลัก เหมือนภาษาไทย
    • Mil naŭcent naŭdek kvin
      • (หนึ่ง) พันเก้าร้อยเก้าสิบห้า
  • จำนวนที่บ่งบอกลำดับที่ (ordinal) ให้เติม -a หลังจำนวนแล้วนับเป็นคำคุณศัพท์
    • La kvina trono
      • บัลลังก์ที่ห้า
  • จำนวนที่บ่งบอกความหลากหลาย (multiple) ให้เติม -obl แล้วนำไปทำเป็นคำนามหรือคำคุณศัพท์
    • Duobla eraro
      • ความผิดพลาดซ้ำสอง
  • จำนวนที่บ่งบอกเศษส่วน (fraction) ให้เติม -on แล้วนำไปทำเป็นคำนามหรือคำคุณศัพท์
    • Tri kvaronoj
      • เศษสามส่วนสี่ (เศษหนึ่งส่วนสี่ จำนวนสามหน่วย)
  • จำนวนที่บ่งบอกถึงการรวบรวม (collective) ให้เติม -op แล้วนำไปทำเป็นคำนามหรือคำคุณศัพท์
    • Duopo
      • (หนึ่ง) คู่
  • จำนวนที่บ่งบอกถึงการแบ่งเป็นส่วน (divisional) ให้ใช้คำบุพบท po นำหน้า มีความหมายว่า แต่ละ หรือ ที่อัตรา
    • Mi donis al ili po tri pomojn.
      • ฉันให้แอปเปิลสามผลแก่พวกเขา (แต่ละคน)
    • Mi rapidis po cent kilometrojn en horo.
      • ฉันกำลังเร่งความเร็ว (รูปอดีต) ที่อัตรา ร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง

คำสรรพนาม[แก้]

mi vi ci li ŝi ri ĝi si ni ili oni
ฉัน คุณ,
พวกคุณ
คุณ
(คนเดียว)
เขา หล่อน เขา
(ไม่ทราบเพศ)
มัน บุคคลหนึ่ง
(ที่เคยกล่าวถึง)
พวกเรา พวกเขา,
พวกมัน
บุคคลหนึ่ง
(ที่ไม่เจาะจง)
  • คำสรรพนาม (pronoun) ใช้แทนบุคคล สัตว์ สิ่งของ ซึ่งเป็นบุรุษที่ 1, 2, 3 ในประโยค และสามารถเติม -n เมื่อทำหน้าที่เป็นกรรมของประโยค
    • Mi amas vin.
      • ฉันรักคุณ
    • Mi razas min kaj vi razas vin.
      • ฉันโกนหนวดตัวฉันเอง และคุณก็โกนหนวดตัวคุณเอง
    • Oni diras, ke li amas ŝin.
      • (มี) ใครคนหนึ่งบอกว่า เขารักหล่อน
  • คำสรรพนามที่แสดงความเป็นเจ้าของ (possessive) ให้เติม -a หลังคำสรรพนามแล้วนับเป็นคำคุณศัพท์
    • Mia hundo amas vian katon.
      • สุนัขของฉันชอบแมวของคุณ

คำกริยา[แก้]

  • คำกริยา (verb) จะไม่แปรผันรูปตามประธาน แต่จะแปรผันตามกาลและน้ำเสียงของประโยค คำกริยาที่แปรผันตามกาล ให้เติม -as สำหรับปัจจุบันกาล (present) -is สำหรับอดีตกาล (past) และ -os สำหรับอนาคตกาล (future)
    • Mi amas vin.
      • ฉันรักคุณ (ปัจจุบันกาล ซึ่งรักกันอยู่)
    • Mi amis vin.
      • ฉันรักคุณ (อดีตกาล ซึ่งปัจจุบันไม่รักแล้ว)
    • Mi amos vin.
      • ฉันจะรักคุณ (อนาคตกาล ซึ่งปัจจุบันยังไม่รัก)
  • คำกริยาที่แปรผันตามน้ำเสียง ให้เติม -us เพื่อแสดงถึงการให้เงื่อนไข (conditional) -u เพื่อแสดงถึงการออกคำสั่ง (command) -i เพื่อแสดงถึงคำกริยาที่ทำหน้าที่เป็นคำนาม (infinitive)
    • Se vi gajnus la loterion, mi amus vin.
      • ถ้าคุณถูกรางวัลล็อตเตอรี ฉันก็จะรักคุณ
    • Mi deziras, ke vi amu min; do amu min!
      • ฉันต้องการให้คุณรักฉัน ดังนั้นรักฉันสิ!
    • Koni lin estas ami lin.
      • รู้จักเขา นั่นคือ รักเขา

การออกเสียง[แก้]

ซาเมนโฮฟ ได้แนะนำว่า การออกเสียงภาษาเอสเปรันโต ใช้หลักการณ์ใกล้เคียงกับภาษาอิตาลี โดยอักษรเอสเปรันโตมีลักษณะใกล้เคียงกับสัทอักษรสากล (IPA) ซึ่งการออกเสียงจะใกล้เคียงเช่นเดียวกัน

พยัญชนะ สระ และ สระผสม
ตัวอักษร เทียบได้กับ IPA   ตัวอักษร เทียบได้กับ IPA
b /b/ a อา /a/
c つ (tsu) ในภาษาญี่ปุ่น (ตฺซ) /t͡s/ e เอ /e/
ĉ ch ในภาษาอังกฤษ (ตฺช) /t͡ʃ/ i อี /i/
d /d/ o โอ /o/
f /f/ u อู /u/
g /g/
ĝ j ในภาษาอังกฤษ (จฺย) /d͡ʒ/ aj อาย /ai̯/, /ɑi̯/
h /h/ อาว /au̯/, /ɑu̯/
ĥ ch ในภาษาเยอรมัน (คฺฮ) /x/ ej เอย์ /ei̯/, / ɛi̯/
j /j/ เอว /eu̯/, /ɛu̯/
ĵ s ในคำว่า pleasure (ชฺย) /ʒ/ oj โอย /oi̯/, / ɔi̯/
k /k/ uj อูย /ui̯/, /ʊi̯/
l /l/
m /m/ ŭ ใช้ร่วมกับ a และ e เท่านั้น //
n /n/
p /p/
r r ในภาษาอังกฤษ (สะบัดลิ้น) /ɾ/
s /s/
ŝ sh ในภาษาอังกฤษ (ซฺช) /ʃ/
t /t/
v v ในภาษาอังกฤษ (ฟฺว) /v/
z z ในภาษาอังกฤษ (ซฺซ) /z/

ตัวอย่างประโยค[แก้]

ตัวอย่างประโยคสนทนาในภาษาเอสเปรันโต

ความหมาย ภาษาเอสเปรันโต คำอ่าน (IPA และ คำอ่านไทย)
สวัสดี Saluton [sa.ˈlu.ton] ซาลุโทน
คุณชื่ออะไร Kiel vi nomiĝas?

Kio estas via nomo?

[ˈki.el vi no.ˈmi.d͡ʒas]

[ˈki.o ˈes.tas ˈvi.a ˈno.mo]

ฉันชื่อ ... Mi nomiĝas

Mia nomo estas ...

[mi no.ˈmi.d͡ʒas ...]

[ˈmi.a ˈno.mo ˈes.tas ...]

ราคาเท่าไร Kiom? [ˈki.om] คิโอม
คุณพูดภาษาเอสเปรันโตหรือไม่ Ĉu vi parolas Esperanton? [ˈt͡ʃu vi pa.ˈro.las es.pe.ˈran.ton]
ฉันไม่เข้าใจคุณ Mi ne komprenas vin [mi ˈne kom.ˈpre.nas vin]
ฉันชอบอันนี้ Mi ŝatas tiun ĉi

Ĉi tiu plaĉas al mi

[mi ˈʃat.as ˈti.un ˈt͡ʃi]

[t͡ʃi ˈti.u ˈpla.t͡ʃas al ˈmi]

ขอบคุณ Dankon [ˈdaŋ.kon] ดังโคน
กรุณา Bonvolu [bon.ˈvo.lu]
ตกลง Bone [ˈbo.ne] โบเน
ฉันรักคุณ Mi amas vin [mi ˈamas vin] มี อามาส วีน
ลาก่อน Ĝis (la) revido

Ĝis (la) !

[ˈd͡ʒis (la) re.ˈvid.o]

[ˈd͡ʒis (la)]

ภาษาเอสเปรันโตในภาพยนตร์[แก้]

รายชื่อภาพยนตร์บางส่วนที่มีภาษาเอสเปรันโต

อ้างอิง[แก้]

  1. Byram, Michael (2001). Routledge Encyclopedia of Language Teaching and Learning. Routledge. pp. 464. ISBN 0-415-33286-9.
  2. Williams, N. (1965) 'A language teaching experiment', Canadian Modern Language Review 22.1: 26-28
  3. The Sixteen Rules of Esperanto Grammar

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

วิกิพีเดีย
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ในภาษาเอสเปรันโต