พยัคฆ์ร้าย 007 รหัสลับทลายโลก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

พยัคฆ์ร้าย 007 รหัสลับทลายโลก หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า GoldenEye เป็นภาพยนตร์เรื่องที่ 17 ในภาพยนตร์ชุดเจมส์ บอนด์ ซีรีส์ ที่ค่ายภาพยนตร์ อีโอเอ็นโปรดัคชั่น (EON Production) จัดทำขึ้น เป็นครั้งแรกของ เพียร์ซ บรอสแนน ที่แสดงให้กับค่ายอีโอเอ็นในบท เจมส์ บอนด์ เป็นครั้งแรกของ จูดี้ เด็นช์ ที่แสดงให้กับค่ายอีโอเอ็นในบท เอ็ม ซึ่งเป็นผู้หญิงคนแรกที่รับบทเจ้านายของเจมส์ บอนด์ และเป็นครั้งแรกของ ซาแมนธา บอนด์ ที่แสดงให้กับค่ายอีโอเอ็นในบท มันนี่เพ็นนี ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายใน พ.ศ. 2538 โดยดัดแปลงจากบทประพันธ์ของจอห์น การ์ดเนอร์ กำกับโดย มาร์ติน แคมป์เบลล์

ใช้ทุนการสร้างรวมทั้งสิ้น 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบเท่าเงิน 84,881,890 ดอลลาร์สหรัฐในพ.ศ. 2551

กวาดรายได้รวมทั้งสิ้น 353.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบเท่าเงิน 499,954,330 ดอลลาร์สหรัฐในพ.ศ. 2551

เป็นภาพยนตร์ เจมส์ บอนด์ ที่ขายดีเป็นอันดับที่ 14 จากภาพยนตร์ เจมส์ บอนด์ อย่างเป็นทางการ 22 เรื่อง

โปสเตอร์ต้นฉบับของ "พยัคฆ์ร้าย 007 รหัสลับทลายโลก"

เนื้อเรื่องย่อ[แก้]

การเปิดตัวอย่างยอดเยี่ยมและเหนือชั้นของ สายลับ007 คนใหม่ 'เพียร์ซ บรอสแนน' ในภาพยนตร์สายลับสุดระทึก ที่มาพร้อมฉากเปิดตัวยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เคย! เมื่อเจ้าหน้าที่ MI6 (ฌอน บีน) กลับกลายเป็นอาชญากร และวางแผนทำลายโลกด้วยอาวุธทรงอานุภาพจากอวกาศ บอนด์ต้องขอความช่วยเหลือจากอดีตพันธมิตรใน คิวบา มอนติคาร์โล สวิสเซอร์แลนด์ หรือแม้แต่รัสเซีย พร้อมผจญกับ สาวงามสุดอันตราย (ฟามเก้ แจนส์เซ่น) ที่พร้อมทำทุกอย่าง เพื่อให้ได้ "ดื่มด่ำ" กับพ่อสายลับเจ้าเสน่ห์ของเรา

ตัวละครสำคัญ[แก้]

ตัวละคร แสดงโดย
เจมส์ บอนด์ (James Bond) เพียร์ซ บรอสแนน (Pierce Brosnan)
มันนี่เพ็นนี (Miss Moneypenny) ซาแมนธา บอนด์ (Samantha Bond)
เอ็ม (M) เจ้านายของบอนด์ จูดี้ เด็นช์ (Judi Dench)
คิว (Q) นักประดิษฐ์ของบอนด์ เดสมอนด์ เลเวลีน (Desmond Llewelyn)
อเล็ค เทรเวลยาน (Alec Trevelyan) ศัตรู ฌอน บีน (Sean Bean)
ซีเนีย โอนาท็อปป์ (Xenia Onatopp) ผู้หญิงของบอนด์ เฟมเก แจนเซน (Famke Janssen)
นาตาลย่า ซิโมโนว่า (Natalya Simonova) ผู้หญิงของบอนด์ อิซาเบลล่า สกอร์รัปโค (Izabella Scorupco)

เกร็ด[แก้]

  • เป็นภาคที่สร้างห่างจากภาคที่แล้วคือ Licence to Kill นานถึง 6 ปี เนื่องจาก Licence to Kill เป็นเจมส์ บอนด์ ตอนที่ทำรายได้ต่ำที่สุด แต่กับภาคนี้นับว่าทำรายได้อย่างถล่มทลายอันเนื่องจากแฟน ๆ ที่รอชมเจมส์ บอนด์ ในภาคใหม่นี้อย่างยาวนานทั้งแฟนดั้งเดิมและแฟนรุ่นใหม่ อาจเรียกได้ว่าเป็นการปลุกกระแสเจมส์ บอนด์ ซึ่งมีภาพเป็นสายลับในทศวรรษที่ 60 กลับขึ้นมาใหม่อีกครั้งในปลายทศวรรษที่ 90 ต่อเนื่องกับศตวรรษที่ 21
  • ภาคนี้ได้ทำเป็นเกมสำหรับNintendo 64ด้วยและทำได้ดีไม่แพ้หนัง
  • ฉากยิงปืนเปิดเรื่อง มีเสียงเพลงประกอบแตกต่างจากตอนอื่น ๆ