ผจญภัยแดนคำสาปราชินีหิมะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ผจญภัยแดนคำสาปราชินีหิมะ
Frozen
Theatrical release poster
ป้ายประชาสัมพันธ์ภาพยนตร์
กำกับ คริส บัก
เจนนิเฟอร์ ลี
อำนวยการสร้าง ปีเตอร์ เดล เวโค
เขียนบท • คริส บัก
• เจนนิเฟอร์ ลี
เชน มอริส
อ้างอิง ราชินีหิมะ ของ ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน
นำแสดง คริสเตน เบลล์
ไอดินา แมนเซล
โจนาธาน กรอฟ
จอร์ช แกด
ซานติโน่ ฟอนทาน่า
ดนตรีประกอบ คริสโตฟ เบค
ตัดต่อ เจฟ ดราไฮม์
ค่าย วอลต์ดิสนีย์แอนิเมชันสตูดิโอส์
จำหน่าย/เผยแพร่ วอลท์ ดิสนีย์ พิคเจอร์ส
ฉาย Flag of the United States.svg 27 พฤศจิกายน 2556
Flag of Thailand.svg 5 ธันวาคม 2556
ความยาว 108 นาที[1]
ประเทศ สหรัฐอเมริกา
ภาษา อังกฤษ
งบประมาณ $150 ล้าน[2]
รายได้ $1,219,294,488[3]

ผจญภัยแดนคำสาปราชินีหิมะ (อังกฤษ: Frozen) เป็น ภาพยนตร์เพลง คอมพิวเตอร์แอนิเมชัน แนวตลก เพ้อฝัน แฟนตาซี สัญชาติอเมริกัน สร้างโดย วอลท์ดิสนีย์แอนิเมชันสตูดิโอส์ ในปี พ.ศ. 2556 และเป็นภาพยนตร์แอนิเมชันซึ่งฉายในโรงภาพยนตร์เป็นลำดับที่ 53 ของวอลท์ดิสนีย์ ซึ่งได้รับแรงบรรดาลใจในการสร้างเนื้อเรื่องจากเทพนิยายเดนมาร์กเรื่อง ราชินีหิมะ (The Snow Queen) ของฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน

เนื้อเรื่อง[แก้]

ในอาณาจักรแห่งเอเรนเดลล์ พระราชาและพระราชินีมีพระธิดาสองคน เจ้าหญิงเอลซ่า พระธิดาองค์โต และเจ้าหญิงแอนนา พระธิดาองค์เล็ก จากเจ้าหญิงทั้งสองคน เอลซ่าเกิดมาพร้อมความวิเศษในการเสกน้ำเแข็งออกมาได้ดังใจสั่ง คืนหนึ่ง อันนาปลุกเอลซ่าให้มาเล่นด้วยกัน ขณะที่เอลซ่าและอันนากำลังเล่นกำลังเล่นสนุกสนานกับพลังวิเศษนี้ พลังหิมะของเอลซ่าถูกเสกเข้าที่หัวของอันนาด้วยความไม่ตั้งใจ อันนาหมดสติ และเส้นผมส่วนหนึ่งของเธอเปลี่ยนเป็นสีขาว พระราชาและพระราชินีรีบพาเจ้าหญิงทั้งสองไปยังหุบเขาอันเป็นที่อยู่ของเผ่าโทรลล์ผู้วิเศษเพื่อขอความช่วยเหลือ ในขณะที่อันนายังหมดสติอยู่นั้น ปู่แพ็บบี้ โทรลล์เฒ่าผู้นำเผ่า กล่าวว่าโชคดีที่เธอถูกพลังแค่ที่หัว แต่หากเป็นหัวใจแล้วจะต้องแย่แน่ๆ แพบบี้ได้ลบความทรงจำของอันนาเกี่ยวกับพลังของเอลซ่าออก เหลือทิ้งไว้แต่ความสนุกสนานของทั้งสองพี่น้อง และเตือนเอลซ่าว่าพลังของเธอจะเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ เธอต้องหัดที่จะควบคุมพลังนี้ให้ได้

เมื่อกลับสู่พระราชวัง เพื่อซ่อนเรื่องนี้เป็นความลับ พระราชาทรงสั่งให้มีการปิดประตูวัง ไม่ให้บุคคลทั้งภายนอกและภายในเข้าออก สองพี่น้องต้องถูกเลี้ยงดูแยกจากกัน การควบคุมพลังของเอลซ่านับวันมีแต่จะแย่ลงเรื่อยๆ พระราชาต้องมอบถุงมือพิเศษให้เอลซ่า เพื่อให้เธอควบคุมพลังของเธอได้ง่ายขึ้น ในขณะที่อันนาแม้จะได้ใช้ชีวิตอย่างปกติธรรมดา แต่ก็ต้องอยู่กับโดดเดี่ยวตลอดหลายปี จากการที่เอลซ่าไม่ยอมพูดคุยกับเธอ แม้เธอจะยังจดจำความสนุกสนานที่เคยมีด้วยกันตอนเด็กๆได้ จนกระทั่งจุดพลิกผันมาถึงชีวิตของทั้งสองเมื่อพระราชาและพระราชินีทรงสิ้นพระชนม์อย่างกระทันหันขณะเดินทางออกทะเล

สามปีหลังจากกการสิ้นพระชนม์ของพระราชาและพระราชินี เอลซ่าก็มีมีอายุครบกำหนดที่จะเข้าพิธีราชาภิเษก ในวันพิธีนั้น ประตูวังจึงได้เปิดออกหลังจากปิดมานานหลายปี อันนาซึ่งใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวมานานจึงออกจากวังเพื่อไปสำรวจบ้านเมือง ก่อนจะได้เจอกับเจ้าชายฮานส์ บุตรชายคนที่สิบสามของพระราชาแห่งหมู่เกาะทะเลใต้ และด้วยใบหน้าที่หล่อเหลาของเขา ทำให้อันนาตกหลุมรักฮานส์อย่างรวดเร็ว ส่วนเอลซ่าเธอเกรงว่าเธอจะปล่อยพลังของเธอออกมาในงานราชาภิเษก และเธอพยายามควบคุมมันไว้จนได้

ที่งานเลี้ยงหลังพิธี อันนาและเอลซ่าได้พูดคุยต่อหน้ากันเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ทุกอย่างดูเหมือนจะดีขึ้น ทว่าเพียงครู่ต่อมาเมื่ออันนาได้พาฮานส์มาพบเอลซ่า เพื่อขออนุญาตจากเอลซ่าให้ทั้งสองแต่งงานกัน เอลซ่าไม่อนุญาต และให้เหตุผลว่าอันนาจะแต่งงานกับชายหนุ่มที่เพิ่งเจอกันแค่วันเดียวไม่ได้ และสองพี่น้องเริ่มทะเลาะกัน อันนาดึงถุงมือของเอลซ่าออก ด้วยความกดดัน เอลซ่าไม่สามารถควบคุมพลังวิเศษของเธอได้ และเสกน้ำแข็งออกมาต่อหน้าผู้คนทั้งอาณาจักร ดยุคแห่งวีเซิลตัน ซึ่งเป็นหนึ่งในแขกต่างเมืองที่มาร่วมงาน ตะโกนใส่เอลซ่าว่าเธอคือปีศาจ เธอจึงหวาดกลัวและวิ่งหนีออกไปจากเมือง และซ่อนตัวบนภูเขาอันห่างไกลจากอาณาจักร ณ ที่นั้น เธอรู้สึกปลดปล่อยจากความกดดันที่เธอพบมาเนิ่นนาน และได้ใช้พลังของเธอสร้างพระราชวังน้ำแข็งอันสวยงามขึ้นมา โดยที่ตลอดเวลานี้เธอไม่รู้เลยว่าพลังความกลัวของเธอทำให้ทั้งอาณาจักรตกอยู่ในสภาพฤดูหนาวชั่วนิรันดร์ที่โหดร้าย

ทางด้านของอันนา ซึ่งรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุทำให้พี่ของตนหนีไป จึงรีบออกตามหาเอลซ่าด้วยตนเอง และมอบหมายให้เจ้าชายฮานส์เป็นผู้ดูแลอาณาจักรชั่วคราวแทน ในระหว่างทาง อันนาได้พบกับคริสตอฟฟ์ และสเฟน กวางเรนเดียร์คู่ใจของเขา เพื่อให้เขาช่วยนำทางในการตามหาเอลซ่า ทว่าเพียงไม่นานหลังจากทั้งกลุ่มออกเดินทางด้วยกัน ก็ถูกฝูงหมาป่าออกมาไล่ล่า ระหว่างที่ทุกคนหนีเอาตัวรอด คริสตอฟฟ์ต้องเสียเลื่อนหิมะราคาแพงของเขา ด้วยความรู้สึกผิด อันนาจึงขอออกเดินทางต่อด้วยตัวเอง และจะชดใช้ค่าเสียหายให้เขาเมื่อเธอตามหาเอลซ่าพบ คริสตอฟฟ์ แม้จะไม่อยากจะช่วยอันนาในการเดินทางต่อ แต่สเฟนก็โน้มน้าวให้คริสตอฟฟ์เปลี่ยนใจและช่วยอันนาตามหาพี่สาวของเธอต่อ ทั้งกลุ่มเดินทางมาพบกับโอลาฟ ตุ๊กตาหิมะที่เอลซ่าสร้างขึ้นระหว่างที่เธอกำลังหัดใช้พลังของเธอในการสร้างพระราชวังน้ำแข็ง โดยที่เอลซ่าเองไม่รู้ว่าโอลาฟนั้นได้มีชีวิตขึ้นมา โอลาฟอาสานำกลุ่มไปพบกับเอลซ่า

เมื่อทั้งพวกเขามาเจอกับเอลซ่าที่พระราชวังน้ำแข็ง อันนาพยายามเกลี้ยกล่อมให้เอลซ่ากลับไปช่วยอาณาจักรให้คืนสู่ฤดูร้อน แต่เอลซ่ากลับยิ่งกลัวที่พลังของเธอรุนแรงขนาดนี้ ทั้งยังเผลอระเบิดพลังความหวาดกลัวของเธอเข้าใส่เข้าหัวใจของอันนา และปฏิเสธที่จะกลับไปยังเอเรนเดลล์ เอลซ่าเสกมนุษย์หิมะขนาดยักษ์ขึ้นมาเพื่อนำพวกเขาออกไปจากวัง ผมของอันนาเริ่มกลายเป็นสีขาว ทำให้อันนาเริ่มกังวล คริสตอฟฟ์อาสาพาอันนาไปหาพวกโทรลล์ ที่ซึ่งเขานับถือเป็นครอบครัว และเพราะเขาเองก็เคยเห็นพ่อแม่ของอันนามาขอความช่วยเหลือเมื่อครั้งที่เขายังเป็นเด็ก ที่นั่น เหล่าโทรลล์ออกมาต้อนรับคริสตอฟฟ์ และคิดว่าอันนาเป็นแฟนสาวของคริสตอฟฟ์จึงเตรียมจัดพิธีแต่งงานแบบโทรลล์ให้พวกเขาแบบไม่ตั้งตัว ก่อนที่แอนนาจะอ่อนแรงลงด้วยความหนาว และผู้เฒ่าแพบบี้จะเข้ามาดูอาการ โดยบอกว่าน้ำแข็งที่ฝังอยู่ในหัวใจ จะละลายได้จากเพียงการกระทำแห่งรักแท้เท่านั้น พวกเขาจึงรีบออกเดินทางกลับไปยังเอเรนเดลล์ เพื่อให้อันนาได้พบกับฮานส์ที่คิดว่าคือรักแท้ของอันนา

ขณะเดียวกัน ด้วยความกังวล ฮานส์ได้ออกไปตามหาอันนา โดยมีทหารสองนายของดยุคแห่งวีเซิลตันซึ่งไดรับการกำชับให้สังหารเอลซ่า อาสาร่วมเดินทางไปกับฮานส์ด้วย เมื่อไปถึงพระราชวังน้ำแข็ง ขณะที่ฮานส์ต่อสูกับมนุษย์หิมะยักษ์ที่เอลซ่าสร้าง ทหารของดยุคได้มุ่งหน้าเข้าภายไปในวังเพื่อเตรียมสังหารเอลซ่า เอลซ่าพยายามใช้พลังของเธอต่อสู้กลับพวดเขาและเกือบฆ่าทหารทั้งสอง แต่ฮานส์เข้ามาถึงในเหตุการณ์และขอร้องเอลซ่าให้หยุด ขณะที่ เอลซ่าตั้งสติได้ ทหารของดยุคได้ยกหน้าไม้ขึ้นเตรียมฆ่าเธอ ฮานส์เข้าไปปัดหน้าไม้ขึ้นยิงใส่โคมน้ำแข็งเหนือเอลซ่า เอลซ่าวิ่งหลบแต่ล้มและหมดสติไป ก่อนจะฟื้นในห้องขังที่เอเรนเดลล์ ฮานส์ขอร้องให้เอลซ่าหยุดหิมะนี้ แต่เธอบอกว่าเธอไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร เพียงไม่นาน คริสตอฟฟ์พาอันนากลับมาถึงเอเรนเดลล์ อันนาเล่าเรื่องการกระทำแห่งรักแท้ให้ฮานส์ แต่ก่อนที่ฮานส์จะจุมพิตอันนา ฮานส์ก็ได้เปิดเผยตัวตนออกมาว่าเรื่องที่เขารักอันนาเป็นเรื่องที่เขาสร้างขึ้น การที่เขามีพี่ชายถึงสิบสองคน ทำให้เขาไม่มีทางจะมีอำนาจได้เลย เขาจึงคิดจะแต่งงานกับอันนา ก็เพื่อเตรียมจะยึดตำแหน่งราชาแห่งเอเรนเดลล์ได้หากเขาวางแผนฆ่าเอลซ่าอย่างลับๆได้สำเร็จ

ฮานส์ขังอันนาทิ้งไว้ในห้องให้เธอทนกับความหนาวเย็นจนกว่าจะตาย และหลอกให้เหล่าขุนนางเชื่อว่าเขาได้ให้ปฏิญาณแต่งงานกับอันนาก่อนเธอตาย ทำให้เขาเป็นผู้มีอำนาจอย่างสมบูรณ์ และประกาศให้เอลซ่าเป็นกบฏและสั่งประหารชีวิต แต่เอลซ่านั้นใช้พลังของเธอช่วยหนีออกไปจากที่คุมขังได้เสียก่อน ทว่าความหวาดกลัวของเธอทำให้เกิดพายุหิมะอย่างรุนแรงรอบเอเรนเดลล์ คริสตอฟฟ์และสเฟนมุ่งหน้าฝ่าพายุหิมะเพื่อพยายามกลับเข้าไปในวัง ในขณะที่โอลาฟเข้ามาช่วยอันนาเอาไว้ได้และพาเธอหนีออกจากวังเพื่อไปหาคริสตอฟฟ์ ฮานส์ตามหาเอลซ่าในพายุหิมะจนเจอ และหลอกเธอว่าอันนาตายแล้ว เธอล้มลง ด้วยความเสียใจพายุหิมะหยุดนิ่ง อันนาซึ่งกำลังเดินไปหาคริสตอฟฟ์ เห็นฮานส์ที่กำลังคว้าดาบขึ้นมาเพื่อเตรียมสังหารเอลซ่าอยู่ใกล้ๆ จึงได้วิ่งเอาตัวของเธอเข้าไปขวาง ก่อนที่ร่างของเธอจะกลายเป็นน้ำแข็งในเสี้ยววินาทีสุดท้าย ดาบของฮานส์ระเบิดออกและกระแทกเขาจนหมดสติ เอลซ่าหันมาเห็นร่างของอันนาและกอดเธอไว้อย่างเสียใจ ทว่าการกระทำของเอลซ่านั้นเป็นการกระทำแห่งรักแท้ ร่างน้ำแข็งของเธอค่อยๆละลายและกลับมามีชีวิตอีกครั้ง เอลซ่าจึงเข้าใจแล้วว่า ความรักนี่เองที่ทำให้เธอควบคุมพลังของเธอได้ ก่อนที่เธอจะใช้พลังของเธอค่อยๆละลายหิมะที่ปกคลุมไปทั่วทั้งอาณาจักร

ฮานส์ถูกส่งตัวกลับไปยังอาณาจักรของเขาเพื่อรับโทษ เอลซ่าประกาศตัดขาดทางการค้ากับเมืองวีเซิลตันท่ามกลางคำคัดค้านที่ไร้ผลของดยุค อันนาซื้อรถเลื่อนคันใหม่ให้คริสตอฟฟ์ชดใช้คันที่เสียไป ก่อนที่คริสตอฟฟ์จะจูบเธอด้วยความดีใจ เอลซ่าใช้พลังของเธอเปลี่ยนพื้นที่ในวังเป็นให้เป็นลานนำแข็งให้ชาวเมืองได้เพลิดเพลินกันอย่างมีความสุข และบอกอันนาว่าพวกเธอจะไม่มีวันปิดประตูวังอีกต่อไป

ตัวละคร[แก้]

  • เอลซ่า (Elsa) ราชินีผู้มีพลังน้ำแข็งมาตั้งแต่กำเนิด ยิ่งเอลซ่าโตขึ้นพลังวิเศษของเธอก็ยิ่งรุนแรงขึ้นทุกวัน จนทำให้เธอต้องเก็บตัวอยู่แต่ในห้องไม่ยอมออกมาพบปะกับผู้คน จนกระทั่งเธอได้ขึ้นครองราชย์ต่อจากพ่อของเธอ ทำให้เอลซ่าต้องออกมาเผชิญกับผู้คนภายนอก แล้วเธอก็เริ่มหวาดกลัวกับพลังวิเศษที่ไม่สามารถควบคุมได้ เธอจึงต้องหนีออกจากอาณาจักร และพลังของเธอทำให้ทั้งอาณาจักรตกอยู่ในฤดูหิมะโดยไม่ได้ตั้งใจ
  • อันนา (Anna) เจ้าหญิงน้อยผู้เป็นน้องสาวของเอลซ่า เธอเป็นเด็กที่ร่าเริง ช่างเพ้อฝันว่าสักวันจะได้พบกับรักแท้ เมื่อที่เอลซ่าได้หนีออกจากอาณาจักร เธอก็ต้องออกเดินทางไปตามหาเอลซ่าเพื่อกล่อมให้กลับอาณาจักร แต่เธอกลับโดนคำสาปน้ำแข็งของเอลซ่าโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้อันนาต้องคำสาป และต้องหาทางแก้
  • คริสตอฟฟ์ (Kristoff) หนุ่มภูเขาทำงานรับส่งก้อนน้ำแข็ง มีสเฟนกวางเรนเดียร์คู่ใจที่เลี้ยงมาตั้งแต่เล็ก และร่วมผจญภัยไปกับอันนาเพื่อลบล้างคำสาปของเอลซซ่า
  • โอลาฟ (Olaf) ตุ๊กตาหิมะที่เอลซ่ากับอันนาเคยปั่นด้วยกันตั้งแต่ยังเด็ก หลังจากที่เอลซ่าได้หนีออกจากอาณาจักรแล้วสาปให้ทั้งเมืองตกอยู่ในฤดูหิมะ พลังวิเศษของเธอก็ทำให้โอลาฟมีชีวิตขึ้นมา โอลาฟก็ได้พบกับอันนา คริสตอฟฟ์ และสเฟนระหว่างทางจึงร่วมเดินทางผจญภัยด้วย
  • เจ้าชายฮานส์ (Hans) เชื้อพระวงศ์รูปงามจากอาณาจักรข้างเคียงที่เดินทางมายังเอเรนเดลล์เพื่อพิธีขึ้นครองราชย์ของเอลซ่า ด้วยความที่ฮานส์มีพี่ชายมากกถึง 12 คน ทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกมองข้าม ซึ่งเป็นสิ่งที่อันนารู้สึกเช่นเดียวกัน ฮานส์เป็นคนฉลาด ช่างสังเกต และให้เกียรติผู้หญิง ฮานส์สัญญาว่าจะไม่ทิ้งอันนาไป ซึ่งเขาอาจจะเป็นเพียงคนเดียวที่เธอรอคอยมาตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่เหมือนเอลซ่า แต่สุดก็หักหลังอันนาโดยทิ้งไว้ในห้องให้เธอทรมานจนกว่าจะตาย
  • สเวน (Sven) กวางเรนเดียร์ที่มาพร้อมกับหัวใจแบบสุนัข สเฟนคือเพื่อนที่ซื่อสัตย์ของคริสตอฟ ผู้คอยทำหน้าที่ลากเลื่อนและเตือนสติคริฟตอฟ สเฟนจะคอยดูแลเสมอว่าเจ้านายชาวภูเขาของเขาจะเป็นชายหนุ่มที่ยืนหยัดต่อสถานการณ์ได้อย่างที่เขารู้จักและรัก โดยไม่ต้องคอยพูดออกมาแม้แต่คำเดียว แต่เสียงพ่นลมของสเฟนก็มักจะสื่อความหมายที่ต้องการบอกได้อย่างดี

นักพากย์[แก้]

ชื่อ พากย์
อังกฤษ ไทย
อันนา (Anna) คริสเตน เบลล์ (Kristen Bell) หนึ่งธิดา โสภณ[4]
เอลซ่า (Elsa) ไอดินา แมนเซล (Idina Menzel) วิชญาณี เปียกลิ่น[4]
คริสตอฟฟ์ (Kristoff) โจนาธาน กรอฟฟ์ (Jonathan Groff) อภินันท์ ธีระนันทกุล พากย์
พิชญากร แช่มช้อย ร้อง [5]
โอลาฟ (Olaf) จอร์ช แกด (Josh Gad) คมสันชัย สุขพิพัฒน์มงคล พากย์
กรกันต์ สุทธิโกเศศ (อาร์ม) ร้อง [5]
เจ้าชายฮานส์ (Hans) ซานติโน่ ฟอนทาน่า (Santino Fontana) สุวีระ บุญรอด[4]
ดยุคแห่งวีเซิลตัน (Duke of Weselton) Alan Tudyk ศุภสรณ์ มุมแดง[5]
ผู้เฒ่าแพ็บบี้ (Grand Pabbie the Troll King) Ciarán Hinds กฤษณะ ศฤงคารนนท์[5]
โอคเค่น (Oaken) Chris Williams รัตนชัย เหลืองวงศ์งาม[5]
พระราชา (The King of Arendelle) Maurice LaMarche กริน อักษรดี[5]

เพลงประกอบภาพยนตร์[แก้]

ลำดับ ชื่อเพลง ร้อง/บรรเลง ยาว
1. "Frozen Heart"   Cast of Frozen 1:45
2. "Do You Want to Build a Snowman?"   อังกฤษ: คริสเตน เบลล์, Agatha Lee Monn และ Katie Lopez
ไทย: หนึ่งธิดา โสภณ
3:27
3. "For the First Time in Forever"   อังกฤษ: เบลล์, ไอดินา แมนเซล
ไทย: หนึ่งธิดา โสภณ, วิชญาณี เปียกลิ่น
3:45
4. "Love is an Open Door"   อังกฤษ: คริสเตน เบลล์, ซานติโน่ ฟอนทาน่า
ไทย: หนึ่งธิดา โสภณ, สุวีระ บุญรอด
2:07
5. "Let It Go"   อังกฤษ: แมนเซล
ไทย: วิชญาณี เปียกลิ่น
3:44
6. "Reindeer(s) are Better Than People"   อังกฤษ: โจนาธาน กรอฟฟ์
ไทย: พิชญากร แช่มช้อย
0:50
7. "In Summer"   อังกฤษ: จอร์ช แกด
ไทย: กรกันต์ สุทธิโกเศศ
1:54
8. "For the First Time in Forever (Reprise)"   อังกฤษ: เบลล์, แมนเซล
ไทย: หนึ่งธิดา โสภณ, วิชญาณี เปียกลิ่น
2:30
9. "Fixer Upper" (featuring Maia Wilson) Cast of Frozen 3:02
10. "Let It Go"   เดมี โลวาโต 3:47
11. "Vuelie" (featuring Cantus) คริสโตฟ เบค 1:36
12. "Elsa and Anna"   คริสโตฟ เบค 2:43
13. "The Trolls"   คริสโตฟ เบค 1:48
14. "Coronation Day"   คริสโตฟ เบค 1:14
15. "Heimr Arnadlr"   คริสโตฟ เบค 1:25
16. "Winter's Waltz"   คริสโตฟ เบค 1:00
17. "Sorcery"   คริสโตฟ เบค 3:17
18. "Royal Pursuit"   คริสโตฟ เบค 1:02
19. "Onward and Upward"   คริสโตฟ เบค 1:54
20. "Wolves"   คริสโตฟ เบค 1:44
21. "The North Mountain"   คริสโตฟ เบค 1:34
22. "We Were So Close"   คริสโตฟ เบค 1:53
23. "Marshmallow Attack!"   คริสโตฟ เบค 1:43
24. "Conceal, Don't Feel"   คริสโตฟ เบค 1:07
25. "Only an Act of True Love"   คริสโตฟ เบค 1:07
26. "Summit Siege"   คริสโตฟ เบค 2:32
27. "Return to Arendelle"   คริสโตฟ เบค 1:38
28. "Treason"   คริสโตฟ เบค 1:36
29. "Some People Are Worth Melting For"   คริสโตฟ เบค 2:06
30. "Whiteout"   คริสโตฟ เบค 4:17
31. "The Great Thaw (Vuelie Reprise)
" (featuring Frode Fjellheim)
คริสโตฟ เบค 2:29
32. "Epilogue"   คริสโตฟ เบค 3:04

การผลิต[แก้]

การฉาย[แก้]

สำหรับในประเทศไทย เข้าฉายในโรงภาพยนตร์เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2556
ในโรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ นำกลับมาฉายซ้ำ[6]ในเดือนมกราคม 2557 ในบางสาขาพร้อมกับเรื่อง Gravity

อ้างอิง[แก้]

  1. "Frozen (2013)". British Board of Film Classification. สืบค้นเมื่อ 2013-12-11. 
  2. Smith, Grady (2013-11-17). "Box office preview: 'Frozen' ready to storm the chart, but it won't beat 'Catching Fire'". Entertainment Weekly. สืบค้นเมื่อ November 29, 2013. 
  3. "Frozen (2013)". Box Office Mojo. สืบค้นเมื่อ 2014-01-06. 
  4. 4.0 4.1 4.2 "แก้ม พากย์เสียงไทยใน Frozen ผจญภัยแดนคำสาปราชินีหิมะ". Siam Zone. 2013-12-05. สืบค้นเมื่อ 2014-03-30. 
  5. 5.0 5.1 5.2 5.3 5.4 5.5 "iTunes - Movies - Frozen". 2014-02-26. สืบค้นเมื่อ 2014-04-20. 
  6. https://twitter.com/MajorGroup/status/424039317070036993 . @MajorGroup . สืบค้นเมื่อ 2014-02-01

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]