ตอบปัญหาภาษาอังกฤษกับเชลล์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ตอบปัญหาภาษาอังกฤษกับเชลล์
Shell English Quiz
ประเภท ควิซโชว์
พัฒนาโดย บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด
เสนอโดย
  • พิชัย วาศนาส่ง
  • วัชรี แนวบุญเนียร
  • เสมอทิพย์ กาญจนจารี
  • สตีเฟน ลอร์ริมัน
  • สุผจญ กลิ่นสุวรรณ
ประเทศแหล่งกำเนิด ไทย
ภาษาต้นฉบับ อังกฤษ/ไทย
จำนวนฤดูกาล 44
การผลิต
ความยาวตอน 45 นาที
การแพร่ภาพ
เครือข่าย/ช่อง
  • ไทยทีวีช่อง 4
    (2508-2517)
  • ไทยทีวีสีช่อง 9
    (2517-2543)
  • สทท.11
    (2544-2549)
  • อีทีวี
    (2549-2551)
  • เนชั่นแชนเนล
    (2551-2552)
การออกอากาศแรก พ.ศ. 2508 – พ.ศ. 2552
แหล่งข้อมูลอื่น
เว็บไซต์

ตอบปัญหาภาษาอังกฤษกับเชลล์ (อังกฤษ: Shell English Quiz) หรือที่นิยมเรียกว่า เชลล์ควิซ เป็นรายการโทรทัศน์ที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด ผลิตขึ้นตามโครงการสนับสนุนการศึกษา เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษ รวมถึงทดสอบทักษะความรู้ในสาขาวิชาต่างๆ สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ตลอดทั้งเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ชมทางโทรทัศน์ เพิ่มพูนความรู้ทางภาษาอังกฤษ และความรู้ทั่วไป ร่วมด้วยเช่นกัน โดยจัดรูปแบบเป็นการแข่งขันตอบคำถาม ซึ่งมีชาวต่างประเทศเป็นผู้ถามด้วยภาษาอังกฤษ และมีการคัดเลือกคณะนักเรียนมัธยมปลาย ซึ่งเป็นผู้แทนโรงเรียนต่างๆ จากทั้งกรุงเทพมหานครและทั่วประเทศ เข้าเป็นผู้ตอบในห้องส่ง อันเป็นการฝึกทักษะทั้งการฟังและพูดภาษาอังกฤษ เพื่อสร้างความคุ้นเคยต่อสำเนียงการออกเสียงของชาวต่างชาติ[1]

เชลล์ควิซ เริ่มออกอากาศตั้งแต่ปี พ.ศ. 2508 ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีช่อง 4 ของบริษัท ไทยโทรทัศน์ จำกัด และโดยต่อเนื่องไปยัง สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 9 อ.ส.ม.ท. กระทั่งเมื่อ พ.ศ. 2544 จึงย้ายไปเสนอฉายทาง สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ โดยในปี พ.ศ. 2549 ก็ย้ายการออกอากาศอีกครั้งไปที่ สถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ[1] และตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 ย้ายไปออกอากาศทาง เนชั่นแชนเนล[2] จนกระทั่งยุติการออกอากาศเมื่อปี พ.ศ. 2552 รวมระยะเวลาแพร่ภาพทั้งสิ้น 44 ปี ซึ่งนับว่ายาวนานที่สุดในประเทศไทย

นอกจากนี้ เชลล์แห่งประเทศไทย ยังร่วมกับ บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) โดยส่งเนื้อหาคำถามและคำตอบ ในรายการสัปดาห์ก่อนหน้า ให้นำลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์เนชั่นจูเนียร์ (ต่อมาเปลี่ยนเป็น นิตยสารเอ็นเจ) เพื่อให้นักเรียนและผู้สนใจทั่วไป นำไปใช้ประโยชน์ทางการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป[1]

ประวัติ[แก้]

ในระยะแรกของรายการแต่ละสัปดาห์ ผู้ผลิตรายการจะเชิญคณะผู้แทนนักเรียน โรงเรียนละสามคน จำนวน 48 แห่งทั่วประเทศ เข้าร่วมแข่งขัน ซึ่งแบ่งเป็นสามรอบ ซึ่งจะมีการจับสลากประกบคู่แข่งขันแบบแพ้คัดออก และรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งจะคงเหลือผู้แทนนักเรียนจาก 3 โรงเรียนแข่งขันกัน โดยมีผู้ดำเนินรายการทำหน้าที่ตั้งคำถาม ร่วมกับการเชิญผู้บริหารชาวต่างชาติ ซึ่งทำงานกับเชลล์แห่งประเทศไทย ผลัดเวียนมาเป็นผู้อ่านคำถามในห้องส่ง ซึ่งเรียกในรายการว่า "Quiz Master" จากนั้น คณะนักเรียนที่เข้าร่วมแข่งขัน จะร่วมกันเขียนคำตอบลงในกระดาษ แล้วส่งให้คณะพิธีกรตรวจให้คะแนน ซึ่งคะแนนของแต่ละโรงเรียน จะบันทึกไว้บนกระดานดำ เมื่อจบปัญหาในแต่ละข้อ ซึ่งใช้เวลาค่อนข้างมาก ทำให้ในรายการแต่ละครั้ง สามารถแข่งขันได้เพียง 8-10 ข้อเท่านั้น[1]

เป็นผลให้ในระยะต่อมา ซึ่งเริ่มเมื่อปีที่ 16 ของรายการ คือตั้งแต่ พ.ศ. 2524 เชลล์แห่งประเทศไทย เริ่มนำแผงวงจรไฟฟ้าเข้ามาใช้กับรายการ ในส่วนการแสดงสัญญาณขอตอบคำถาม และการบันทึกคะแนน จึงช่วยให้รายการดำเนินไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งเพิ่มการแข่งขันได้อีกหนึ่งคู่ รวมเป็น 4 โรงเรียนต่อครั้ง และพิธีกรสามารถเพิ่มคำถามไปถึง 40 ข้อ ซึ่งเป็นที่สนใจของเยาวชน และผู้ชมโทรทัศน์อย่างดี ชมรมส่งเสริมโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์อินไซด์ทีวี จึงมอบรางวัลโทรทัศน์ทองคำ ประเภทรายการตอบปัญหาชุดดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2530 ให้แก่ทางรายการด้วย จากนั้นระหว่างปี พ.ศ. 2538-2549 สถาบันภาษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้าร่วมดำเนินรายการ ทั้งสนับสนุนข้อมูลและร่วมตั้งคำถามด้วย[1]

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 มีการเปลี่ยนแปลงกติกาครั้งใหญ่ โดยลดจำนวนผู้แทนนักเรียน ของแต่ละโรงเรียนเหลือเพียงสองคน แต่เพิ่มจำนวนโรงเรียนที่แข่งขันเป็น 64 แห่ง และเพิ่มเป็นการแข่งขันระหว่าง 4 โรงเรียน สำหรับการถามและเฉลยคำตอบ เปลี่ยนไปอยู่กับพิธีกรเพียงคนเดียว เพื่อลดความเป็นทางการลง แต่ยังคงมีกรรมการให้คะแนนอีกสามท่าน อยู่ที่ส่วนล่างของเวที โดยลักษณะของคำถามจำแนกออกเป็น 4 รูปแบบคือ "ถามและตอบ" (Questions and Answers) เป็นการตอบคำถามว่าด้วยความรู้ทั่วไป, "ดูและฟัง" (Watching and Listening) เป็นการทดสอบความเข้าใจเนื้อหาในวีดิทัศน์, "วาดภาพตามคำบอก" (Pictorial Dictation) และ "เกมเดาคำศัพท์" (Word Clue Game) ซึ่งผู้เข้าแข่งขัน จะให้คำแนะนำหรือบอกใบ้ เพื่อให้เพื่อนคาดเดา

รูปแบบรายการ[แก้]

ลักษณะแรก[แก้]

  • จะถ่ายทอดในสตูดิโอโดยส่วนใหญ่ โดยในช่วงแรก จะเชิญโรงเรียน บางแห่ง จำนวน 48 แห่ง มาแข่งขัน โดยจะมีการตั้งคำถามเพื่อตอบนักเรียน ซึ่งจะมีอาจารย์ชาวต่างประเทศมาเสริมในรายการ เพื่อเฉลยคำถามเป็นภาษาอังกฤษ โดยทางรายการจะเชิญชาวต่างประเทศที่ทำงานให้กับเชลล์ มาร่วมดำเนินรายการอีกด้วย โดยการตอบคำถามจะต้องใช้แผ่นกระดาษและอุปกรณ์การเขียน เขียนคำตอบ เพื่อให้พิธีกรและกลุ่มคณาจารย์เฉลยคำถาม โดยการให้คะแนนจะมีการเสนอผลตัวเลขลงบนกระดานดำหลังจบคำถามแต่ละข้อ โดยจะมีการเสนอคำถามครั้งละ 8-10 ข้อ

ลักษณะที่ 2[แก้]

  • คราวนี้จะใช้เป็นการเสนอผลการให้คะแนนเป็นระบบวงจรไฟฟ้าแทนกระดานดำ และการตอบคำถามจะมีการกดปุ่มวงจรไฟฟ้า เพื่อตอบคำถาม และยังมีการแข่งขันแบบ 2 คู่ 4 โรงเรียน แต่การเรื่มการแข่งขันนั้น ทางรายการจะมีการฉายวีดิทัศน์ทางเครื่องรับโทรทัศน์อนาล็อก เพื่อให้คำถามแก่ผู้เข้าแข่งขัน จำนวน 1-2 ครั้ง (บางกรณีอาจมีการฉายภาพถ่ายภาพวาดต่างๆเพื่อใช้ในการตอบปัญหา) และเมื่อทางคณาจารย์และชาวต่างประเทศถามคำถามด้วยปากเปล่า เครื่องรับโทรทัศน์ดังกล่าว ก็คงจะไม่มีการแสดงท่าทีใดๆ คงจะฉายสปอตรายการที่มีการฉายวิวัฒนาการการใช้ตราสินค้าของเชลล์เท่านั้น สำหรับโพเดี่ยมฝ่ายผู้ตอบจะมี 2 แท่น และโพเดี่ยมพิธีกรและชาวต่างประเทศ และมีอัฒจันทร์สำหรับผู้รับชมการตอบปัญหา
  • แต่ตอนหลัง การฉายภาพทางโทรทัศน์ในสตูดิโอ ก็คงจะไม่มีให้เห็น

ลักษณะปัจจุบัน[แก้]

เป็นการสัญจรไปที่โรงเรียนต่างๆในประเทศ โดยจะมีการแข่งขันคัดเลือกโรงเรียนต่างๆ เพื่อไปแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ และถือว่าเป็นครั้งแรกที่รายการได้ออกอากาศรายการในลักษณะบันทึกเทป และไม่ได้ออกอากาศที่สตูดิโอและถ่ายทอดสด แม้แต่อย่างใด[2]

พิธีกรประจำรายการ[แก้]

  • ผู้ตั้งคำถามและตรวจคำตอบ
  • ผู้อ่านคำถาม
    • ผู้บริหารชาวต่างชาติ จากบริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด (2508-2537)
    • สตีเฟน ลอร์ริมัน (Stephen Lorriman) - อาจารย์ประจำภาคงานสอนภาษาอังกฤษ สถาบันภาษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ร่วมตรวจคำตอบ)[1]
  • ผู้ดำเนินรายการ
    • สุผจญ กลิ่นสุวรรณ (2550[2]-2552)

ทำเนียบโรงเรียนที่ชนะเลิศ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]