จักรพรรดิซ่งไท่จู่
| บทความนี้ไม่มีการอ้างอิงจากเอกสารอ้างอิงหรือแหล่งข้อมูล โปรดช่วยพัฒนาบทความนี้โดยเพิ่มแหล่งข้อมูลน่าเชื่อถือ เนื้อหาที่ไม่มีการอ้างอิงอาจถูกคัดค้านหรือนำออก |
-
สำหรับความหมายอื่น ดูที่ จักรพรรดิไท่จู่
| จักรพรรดิซ่งไท่จู่ เจ้า ควงอิ้น |
|
|---|---|
| พระนามเต็ม | แซ่: Zhào (趙) |
| พระอิสริยยศ | จักรพรรดิแห่งราชวงศ์ซ่งเหนือ |
| ราชวงศ์ | ราชวงศ์ซ่ง (宋) |
| ครองราชย์ | 4 February 960 - 14 November 976 |
| วัดประจำรัชกาล | Tàizǔ (太祖) |
| ข้อมูลส่วนพระองค์ | |
| ประสูติ | 21 มีนาคม ค.ศ. 927 |
| สวรรคต | 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 976 (49 ปี) |
| พระราชบิดา | Zhao Hongyan (趙弘殷) |
| พระราชมารดา | Lady Du (杜氏) |
| พระอัครมเหสี | Empress He (孝惠皇后) Empress Wang (孝明皇后) Empress Song (孝章皇后) |
สมเด็จพระจักรพรรดิซ่งไท่จู่ เป็นปฐมจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ซ่ง พระนามเดิม เจ้า ควงอิ้น เสด็จพระราชสมภพในวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 1470 และเสด็จสวรรคตในวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 1519 โดยรวมสิริราชสมบัติ 16 ปี คือตั้งแต่ปี พ.ศ. 1503 ถึง พ.ศ. 1519
เนื้อหา |
ต้นตระกูลและชีวิตในวัยเยาว์ [แก้]
ครอบครัวของพระเจ้าซ่งไท่จู่สามารถสืบกลับไปได้ถึงปลายราชวงศ์ถัง โดยต้นตระกูล คือ เจ้าติง (1368-1417) ซึ่งเป็นข้าราชการในเหอเบ่ย โดยบุตรชายทั้งสองของเจ้าติง (เจ้าหูยิ่น และ เจ้าจิง) ต่างก็ได้เป็นข้าราชการเช่นกัน ลูกของเจ้าจิงเองก็เป็นข้าราชการเช่นกัน แต่ต่างจากบิดาตรงที่เป็นข้าราชการทหาร เนื่องจากในสมัยนั้น (สมัยห้าราชวงศ์ สิบแผ่นดิน) การเป็นข้าราชการทหารจะเป็นหนทางสู่ความสำเร็จได้ง่ายกว่า ทำให้บุตรชายของจ้าวหูยิง เจ้า ควงอิ้นมีโอกาสได้ฝึกศิลปะป้องกันตัวและได้ศึกษาตำราพิชัยสงครามมากมาย ภายหลังจากที่เจ้าหูยิ่น บิดาของเจ้า ควงอิ้น เริ่มสูญเสียบทบาทในรัฐบาล จ้าวคว้างยิงในวัย 21 ปีตัดสินใจที่จะละทิ้งบ้านเกิดไปเพื่อแสวงหาความสำเร็จ โดยได้เร่ร่อนไปในเมืองต่างๆ ถึงสองปี ทำให้เจ้า ควงอิ้นมีมุมมองที่หลากหลายอย่างมาก ตำนานได้กล่าวว่า ในวันหนึ่งขณะที่เจ้า ควงอิ้นกำลังเร่ร่อนอยู่ในเมืองแห่งหนึ่ง โดยแสร้งทำเป็นขอทาน ได้พบกับนักพรตเต๋า ผู้ซึ่งได้เห็นแววของจ้าวคว้างยิง ได้แนะนำใหเจ้า ควงอิ้นเดินทางไปขึ้นเหนือที่กำลังมีภัยสงครามอย่างต่อเนื่อง
ชีวิตใต้บัญชาของโจวชิจง [แก้]
ภายหลังจากที่เจ้า ควงอิ้นเดินทางขึ้นเหนือได้ไม่นาน เจ้า ควงอิ้นก็ได้รับราชการกับแคว้นซู ซึ่งมีผู้ปกครองคือ โจวไท่จู่ และโจวชิจง โดยเจ้า ควงอิ้นได้ก้าวหน้าอย่างช้าๆ โดยเริ่มจากผู้บัญชาการกองกำลังรักษาวัง ต่อมากาวรงได้สังเกตเห็นถึงความสามารถของเจ้า ควงอิ้นก็ได้เลื่อนขั้นให้เป็นผู้บัญชาการกองกำลังทหารม้า โดยการรบครั้งแรกของเจ้า ควงอิ้นเริ่มที่การรบที่เกาผิง (Gaoping) โดยรบกับพันธมิตรของฮั่นและเหลียว ในช่วงแรกของการรบ ปีกขวาของกองกำลังซ่งประสบกับความพ่ายแพ้ เมื่อเจ้า ควงอิ้นและจางหยงเต๋อ (Zhang Yongde) นำกองกำลังรักษาพระราชวัง 4000 นายเข้าตอบโต้ ส่งผลให้ได้รับชัยชนะได้ในที่สุด ชัยชนะในครั้งนี้ส่งผลให้เจ้า ควงอิ้นไต่เต้าขึ้นอย่างรวดเร็ว และเริ่มสะสมพรรคพวกมากขึ้น โดยในที่สุดเจ้า ควงอิ้นได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดของแคว้นโจว เมื่อจักรพรรดิของแคว้นโจว จักรพรรดิชิจง สวรรคตโดยมีรัชทายาทเป็นเพียงทารกเท่านั้น เจ้า ควงอิ้นได้รับการสนับสนุนจากทั้งข้าราชการและทหารให้ทำการยึดอำนาจในที่สุด
ความสำเร็จ [แก้]
ในปี พ.ศ. 1503 เจ้า ควงอิ้นสามารถรวมประเทศจีนได้สำเร็จเป็นครั้งแรกหลังจากที่ประเทศจีนได้แตกแยกออกเป็นฝักเป็นฝ่ายต่างๆ หลังจากการล่มสลายของราชวงศ์ถังในปี พ.ศ. 1450 โดยเหลือเพียงดินแดนรอบนอกเท่านั้นที่ยังไม่ตกอยู่ในอำนาจของจีน และได้ประกาศราชวงศ์ซ่งขึ้นและขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิ์แห่งประเทศจีนในนาม พระเจ้าซ่งไท่จู่ ก็ได้วางแผนที่จะรวมประเทศจีนและขยายอาณาจักรในทันที ซึ่งเป็นพระราชประสงค์ของโจวชูชิจงด้วย โดยเดิมทีซ่งไท่จูวางแผนที่จะใช้แผนของโจวชูซิจงที่จะปราบดินแดนในตอนเหนือก่อน แล้วจึงค่อยพิชิตดินแดนในตอนใต้ แต่ซ่งไท่จู่ได้เปลี่ยนใจใช้แผนพิชิตดินแดนตอนใต้ก่อนแล้วค่อยปราบดินแดนตอนเหนือหลังจากที่ได้รับคำแนะนำจากเจ้าพูว่าจะเป็นการง่ายกว่าที่จะพิชิตดินแดนทางตอนเหนือ เมื่อดินแดนตอนใต้เป็นปึกแผ่นแล้ว ก้าวแรกของซ่งไท่จู่ในการรวมชาติจีน เริ่มจากการพิชิตแคว้นเล็กๆต่างๆหลายแคว้นด้วยกัน เช่น แคว้นฉู แคว้นฮั่นใต้ และแคว้นถังใต้ หลังจากที่ได้พิชิตแคว้นเล็กๆจนหมดแล้ว เจ้า ควงอิ้นก็ได้หันไปหาแคว้นฮั่นเหนือที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากเหลียวหรือชาวคิถาน (Khitans)
ในปี พ.ศ. 1511 ไท่จู่ได้นำการรบด้วยพระองค์เองในการรุกรานแคว้นฮั่นเหนือ โดยการรบในช่วงแรกประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก สามารถเข้าล้อมเมืองหลวงของแคว้นฮั่นเหนือได้ แต่ภายหลังไท่จู่ก็จำเป็นต้องล่าถอยกลับมาหลังจากที่เหลียวได้ส่งกองกำลังเข้าสนับสนุน
นอกจากความสำเร็จทางการทหารแล้ว ซ่งไท่จู่ยังได้กำหนดกฎในการสืบรัชทายาท และยังได้ปฏิรูประบบการคัดเลือกข้าราชการด้วยการริเริ่มการสอบคัดเลือก หรือการสอบจอหงวนขึ้นเพื่อเป็นการคัดเลือกบุคคลที่ความสามารถมากกว่าที่ชาติตระกูล ซ่งไท่จู่ยังได้สร้างสำนักบัณฑิตเพื่อให้คำแนะนำ โดยให้อิสรภาพในการคิดและวิจารณ์อย่างมาก โดยการสร้างสำนักบัณฑิตนี้ทำให้วิทยาศาสตร์ก้าวหน้าไปมาก และยังทำให้เศรษฐกิจเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก และการเจริญรุ่งเรืองของศิลปะและวัฒนธรรม
อย่างไรก็ตามผลงานของซ่งไท่จู่ที่เป็นที่รู้จักดีที่สุด อาจจะเป็นการลดอำนาจของกองทัพลง เพื่อป้องกันไม่ให้มีใครสามารถเข้ายึดอำนาจเหมือนอย่างที่ซ่งไท่จู่เคยทำมาก่อน
การสืบราชบังลังก์ [แก้]
ซ่งไท่จู่ครองราชย์อยู่นาน 16 ปีและสวรรคตในปี พ.ศ. 1519 ในวัย 49 พรรษา โดยซ่งไท่จู่เลือกให้เจ้ากวงอี้พระราชอนุชาขึ้นครองราชย์แทนที่จะเป็นหนึ่งในโอรสทั้งสี่องค์ โดยในพงศาวดารจีนได้เขียนไว้ว่า ไท่จู่ได้ตัดสินใจเช่นนั้นเนื่องจากไทเฮาได้เตือนว่าหากให้โอรสขึ้นครองราชย์แทน อาจจะมีความเสี่ยงที่จะโดนใครยึดอำนาจเหมือนที่ไท่จู่เคยทำในการยึดอำนาจจากลูกชายวัยทารกของจักรพรรดิ์ชิจง
ตำนานของการสวรรคตของไท่จู่ยังมีอีกตำนานหนึ่ง คือ ในคืนหนึ่งขณะที่ซ่งไท่จู่กำลังดูท้องฟ้าอยู่นั้น ก็ได้เกิดอากาศแปรปรวนขึ้น ซึ่งซ่งไท่จู่ก็ได้รีบปรึกษากับโหรหลวงทันที โดยโหรได้ทำนายว่าให้เตรียมการสำหรับสิ่งที่เลวร้ายที่สุด หลังจากนั้นไท่จู่ได้เรียกให้ไท่จง พระราชอนุชาของพระองค์ เข้าเฝ้าและให้ข้าราชบริพารและขันทีออกจากห้องให้หมด หลังจากนั้นเหล่าข้าราชบริพารก็ได้เห็นเงาของไท่จู่ถือขวานผ่านหน้าต่าง และจามขวานนั้นใส่หิมะหลายที โดยไท่จงคอยหลบอยู่หลายที โดยคนได้ยินซ่งไท่จูตรัสว่า "ดีมากจริงๆ" (Haozuo! Haozuo!) หลังจากนั้นเงาก็ได้หายไป โดยเหล่าข้าราชบริพารคิดว่าองค์จักรพรรดิ์และน้องชายคงหลับไปเพราะฤทธิ์สุราแล้ว แต่ในเช้าวันรุ่งขั้นก็ได้มีประกาศว่า องค์ไท่จู่สวรรคตแล้ว
วัดขององค์ไท่จู่มีชื่อที่แปลได้ว่า บรรพบุรุษที่ยิ่งใหญ่
ศิลปะป้องกันตัว [แก้]
นอกจากนี้จักรพรรดิ์ไท่จู่ยังได้คิดค้นท่าการต่อสู้แบบเส้าหลินที่เรียกว่า หัตถ์แห่งองค์ไท่จู่ (จีน: 太祖長拳; พินอิน: Tàizǔ Chángquán) โดยท่าต่อสู้นี้ได้กลายเป็นท่าหลักของวูซูในปัจจุบัน และได้รับการฝึกฝนอย่างแพร่หลายทั่วโลก
| สมัยก่อนหน้า | จักรพรรดิซ่งไท่จู่ | สมัยถัดไป | ||
|---|---|---|---|---|
| จักรพรรดิโจวกงตี้ (ราชวงศ์โฮ่วโจว) |
จักรพรรดิจีน (พ.ศ. 1503 - พ.ศ. 1519) |
จักรพรรดิซ่งไท่จง |
|
|||||||||||