จักรพรรดิซ่งไท่จู่

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จักรพรรดิซ่งไท่จู่
เจ้ากวงยิ่น
Song Taizu.jpg
พระนามเต็ม แซ่: Zhào (趙)
พระอิสริยยศ จักรพรรดิแห่งราชวงศ์ซ่งเหนือ
ราชวงศ์ ราชวงศ์ซ่ง (宋)
ครองราชย์ 4 February 960 - 14 November 976
วัดประจำรัชกาล Tàizǔ (太祖)
ข้อมูลส่วนพระองค์
ประสูติ 21 มีนาคม ค.ศ. 927(927-03-21)
สวรรคต 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 976 (49 ปี)
พระราชบิดา Zhao Hongyan (趙弘殷)
พระราชมารดา Lady Du (杜氏)
พระอัครมเหสี Empress He (孝惠皇后)
Empress Wang (孝明皇后)
Empress Song (孝章皇后)
    
สมเด็จพระจักรพรรดิซ่งไท่จู่

สมเด็จพระจักรพรรดิซ่งไท่จู่ เป็นปฐมจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ซ่ง พระนามเดิม เจ้ากวงยิ่น เสด็จพระราชสมภพในวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 1470 และเสด็จสวรรคตในวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 1519 โดยรวมสิริราชสมบัติ 16 ปี คือตั้งแต่ปี พ.ศ. 1503 ถึง พ.ศ. 1519

เนื้อหา

[แก้] ต้นตระกูลและชีวิตในวัยเยาว์

ครอบครัวของพระเจ้าซ่งไท่จู่สามารถสืบกลับไปได้ถึงปลายราชวงศ์ถัง โดยต้นตระกูล คือ เจ้าติง (1368-1417) ซึ่งเป็นข้าราชการในเหอเบ่ย โดยบุตรชายทั้งสองของเจ้าติง (เจ้าหูยิ่น และ เจ้าจิง) ต่างก็ได้เป็นข้าราชการเช่นกัน ลูกของเจ้าจิงเองก็เป็นข้าราชการเช่นกัน แต่ต่างจากบิดาตรงที่เป็นข้าราชการทหาร เนื่องจากในสมัยนั้น (สมัยห้าราชวงศ์ สิบแผ่นดิน) การเป็นข้าราชการทหารจะเป็นหนทางสู่ความสำเร็จได้ง่ายกว่า ทำให้บุตรชายของจ้าวหูยิง เจ้ากวงยิ่นมีโอกาสได้ฝึกศิลปะป้องกันตัวและได้ศึกษาตำราพิชัยสงครามมากมาย ภายหลังจากที่เจ้าหูยิ่น บิดาของเจ้ากวงยิ่น เริ่มสูญเสียบทบาทในรัฐบาล จ้าวคว้างยิงในวัย 21 ปีตัดสินใจที่จะละทิ้งบ้านเกิดไปเพื่อแสวงหาความสำเร็จ โดยได้เร่ร่อนไปในเมืองต่างๆ ถึงสองปี ทำให้เจ้ากวงยิ่นมีมุมมองที่หลากหลายอย่างมาก ตำนานได้กล่าวว่า ในวันหนึ่งขณะที่เจ้ากวงยิ่นกำลังเร่ร่อนอยู่ในเมืองแห่งหนึ่ง โดยแสร้งทำเป็นขอทาน ได้พบกับนักพรตเต๋า ผู้ซึ่งได้เห็นแววของจ้าวคว้างยิง ได้แนะนำใหเจ้ากวงยิ่นเดินทางไปขึ้นเหนือที่กำลังมีภัยสงครามอย่างต่อเนื่อง

[แก้] ชีวิตใต้บัญชาของโจวชิจง

ภายหลังจากที่เจ้ากวงยิ่นเดินทางขึ้นเหนือได้ไม่นาน เจ้ากวงยิ่นก็ได้รับราชการกับแคว้นซู ซึ่งมีผู้ปกครองคือ โจวไท่จู่ และโจวชิจง โดยเจ้ากวงยิ่นได้ก้าวหน้าอย่างช้าๆ โดยเริ่มจากผู้บัญชาการกองกำลังรักษาวัง ต่อมากาวรงได้สังเกตเห็นถึงความสามารถของเจ้ากวงยิ่นก็ได้เลื่อนขั้นให้เป็นผู้บัญชาการกองกำลังทหารม้า โดยการรบครั้งแรกของเจ้ากวงยิ่นเริ่มที่การรบที่เกาผิง (Gaoping) โดยรบกับพันธมิตรของฮั่นและเหลียว ในช่วงแรกของการรบ ปีกขวาของกองกำลังซ่งประสบกับความพ่ายแพ้ เมื่อเจ้ากวงยิ่นและจางหยงเต๋อ (Zhang Yongde) นำกองกำลังรักษาพระราชวัง 4000 นายเข้าตอบโต้ ส่งผลให้ได้รับชัยชนะได้ในที่สุด ชัยชนะในครั้งนี้ส่งผลให้เจ้ากวงยิ่นไต่เต้าขึ้นอย่างรวดเร็ว และเริ่มสะสมพรรคพวกมากขึ้น โดยในที่สุดเจ้ากวงยิ่นได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดของแคว้นโจว เมื่อจักรพรรดิของแคว้นโจว จักรพรรดิชิจง สวรรคตโดยมีรัชทายาทเป็นเพียงทารกเท่านั้น เจ้ากวงยิ่นได้รับการสนับสนุนจากทั้งข้าราชการและทหารให้ทำการยึดอำนาจในที่สุด

[แก้] ความสำเร็จ

ในปี พ.ศ. 1503 เจ้ากวงยิ่นสามารถรวมประเทศจีนได้สำเร็จเป็นครั้งแรกหลังจากที่ประเทศจีนได้แตกแยกออกเป็นฝักเป็นฝ่ายต่างๆ หลังจากการล่มสลายของราชวงศ์ถังในปี พ.ศ. 1450 โดยเหลือเพียงดินแดนรอบนอกเท่านั้นที่ยังไม่ตกอยู่ในอำนาจของจีน และได้ประกาศราชวงศ์ซ่งขึ้นและขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิ์แห่งประเทศจีนในนาม พระเจ้าซ่งไท่จู่ ก็ได้วางแผนที่จะรวมประเทศจีนและขยายอาณาจักรในทันที ซึ่งเป็นพระราชประสงค์ของโจวชูชิจงด้วย โดยเดิมทีซ่งไท่จูวางแผนที่จะใช้แผนของโจวชูซิจงที่จะปราบดินแดนในตอนเหนือก่อน แล้วจึงค่อยพิชิตดินแดนในตอนใต้ แต่ซ่งไท่จู่ได้เปลี่ยนใจใช้แผนพิชิตดินแดนตอนใต้ก่อนแล้วค่อยปราบดินแดนตอนเหนือหลังจากที่ได้รับคำแนะนำจากเจ้าพูว่าจะเป็นการง่ายกว่าที่จะพิชิตดินแดนทางตอนเหนือ เมื่อดินแดนตอนใต้เป็นปึกแผ่นแล้ว ก้าวแรกของซ่งไท่จู่ในการรวมชาติจีน เริ่มจากการพิชิตแคว้นเล็กๆต่างๆหลายแคว้นด้วยกัน เช่น แคว้นฉู แคว้นฮั่นใต้ และแคว้นถังใต้ หลังจากที่ได้พิชิตแคว้นเล็กๆจนหมดแล้ว เจ้ากวงยิ่นก็ได้หันไปหาแคว้นฮั่นเหนือที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากเหลียวหรือชาวคิถาน (Khitans)

ในปี พ.ศ. 1511 ไท่จู่ได้นำการรบด้วยพระองค์เองในการรุกรานแคว้นฮั่นเหนือ โดยการรบในช่วงแรกประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก สามารถเข้าล้อมเมืองหลวงของแคว้นฮั่นเหนือได้ แต่ภายหลังไท่จู่ก็จำเป็นต้องล่าถอยกลับมาหลังจากที่เหลียวได้ส่งกองกำลังเข้าสนับสนุน

นอกจากความสำเร็จทางการทหารแล้ว ซ่งไท่จู่ยังได้กำหนดกฎในการสืบรัชทายาท และยังได้ปฏิรูประบบการคัดเลือกข้าราชการด้วยการริเริ่มการสอบคัดเลือก หรือการสอบจอหงวนขึ้นเพื่อเป็นการคัดเลือกบุคคลที่ความสามารถมากกว่าที่ชาติตระกูล ซ่งไท่จู่ยังได้สร้างสำนักบัณฑิตเพื่อให้คำแนะนำ โดยให้อิสรภาพในการคิดและวิจารณ์อย่างมาก โดยการสร้างสำนักบัณฑิตนี้ทำให้วิทยาศาสตร์ก้าวหน้าไปมาก และยังทำให้เศรษฐกิจเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก และการเจริญรุ่งเรืองของศิลปะและวัฒนธรรม

อย่างไรก็ตามผลงานของซ่งไท่จู่ที่เป็นที่รู้จักดีที่สุด อาจจะเป็นการลดอำนาจของกองทัพลง เพื่อป้องกันไม่ให้มีใครสามารถเข้ายึดอำนาจเหมือนอย่างที่ซ่งไท่จู่เคยทำมาก่อน

[แก้] การสืบราชบังลังก์

ซ่งไท่จู่ครองราชย์อยู่นาน 16 ปีและสวรรคตในปี พ.ศ. 1519 ในวัย 49 พรรษา โดยซ่งไท่จู่เลือกให้เจ้ากวงอี้พระราชอนุชาขึ้นครองราชย์แทนที่จะเป็นหนึ่งในโอรสทั้งสี่องค์ โดยในพงศาวดารจีนได้เขียนไว้ว่า ไท่จู่ได้ตัดสินใจเช่นนั้นเนื่องจากไทเฮาได้เตือนว่าหากให้โอรสขึ้นครองราชย์แทน อาจจะมีความเสี่ยงที่จะโดนใครยึดอำนาจเหมือนที่ไท่จู่เคยทำในการยึดอำนาจจากลูกชายวัยทารกของจักรพรรดิ์ชิจง

ตำนานของการสวรรคตของไท่จู่ยังมีอีกตำนานหนึ่ง คือ ในคืนหนึ่งขณะที่ซ่งไท่จู่กำลังดูท้องฟ้าอยู่นั้น ก็ได้เกิดอากาศแปรปรวนขึ้น ซึ่งซ่งไท่จู่ก็ได้รีบปรึกษากับโหรหลวงทันที โดยโหรได้ทำนายว่าให้เตรียมการสำหรับสิ่งที่เลวร้ายที่สุด หลังจากนั้นไท่จู่ได้เรียกให้ไท่จง พระราชอนุชาของพระองค์ เข้าเฝ้าและให้ข้าราชบริพารและขันทีออกจากห้องให้หมด หลังจากนั้นเหล่าข้าราชบริพารก็ได้เห็นเงาของไท่จู่ถือขวานผ่านหน้าต่าง และจามขวานนั้นใส่หิมะหลายที โดยไท่จงคอยหลบอยู่หลายที โดยคนได้ยินซ่งไท่จูตรัสว่า "ดีมากจริงๆ" (Haozuo! Haozuo!) หลังจากนั้นเงาก็ได้หายไป โดยเหล่าข้าราชบริพารคิดว่าองค์จักรพรรดิ์และน้องชายคงหลับไปเพราะฤทธิ์สุราแล้ว แต่ในเช้าวันรุ่งขั้นก็ได้มีประกาศว่า องค์ไท่จู่สวรรคตแล้ว

วัดขององค์ไท่จู่มีชื่อที่แปลได้ว่า บรรพบุรุษที่ยิ่งใหญ่

[แก้] ศิลปะป้องกันตัว

นอกจากนี้จักรพรรดิ์ไท่จู่ยังได้คิดค้นท่าการต่อสู้แบบเส้าหลินที่เรียกว่า หัตถ์แห่งองค์ไท่จู่ (จีน: 太祖長拳; พินอิน: Tàizǔ Chángquán) โดยท่าต่อสู้นี้ได้กลายเป็นท่าหลักของวูซูในปัจจุบัน และได้รับการฝึกฝนอย่างแพร่หลายทั่วโลก

สมัยก่อนหน้า จักรพรรดิซ่งไท่จู่ สมัยถัดไป
จักรพรรดิโจวกงตี้
(ราชวงศ์โฮ่วโจว)
2leftarrow.png จักรพรรดิจีน
(พ.ศ. 1503 - พ.ศ. 1519)
2rightarrow.png จักรพรรดิซ่งไท่จง


เครื่องมือส่วนตัว

สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
มีส่วนร่วม
พิมพ์/ส่งออก
เครื่องมือ
ภาษาอื่น