อาตาริ จากัวร์
| ผู้ผลิต | อาตาริ |
|---|---|
| ชนิด | เครื่องเล่นวิดีโอเกม |
| ยุค | ยุดที่ห้า |
| วางจำหน่าย | US 18 พฤศจิกายน, 1993 |
| ยอดจำหน่าย | 250,000 เครื่อง |
| สื่อ | ตลับเกม, ซีดีรอม |
| ซีพียู | โมโตโรล่า 68000 |
| เกมที่ขายดีที่สุด | Alien vs. Predator |
| รุ่นก่อนหน้า | อาตาริ 7800 |
| รุ่นถัดไป | อาตาริ จากัวร์ ทู |
อาตาริ จากัวร์ (อังกฤษ: Atari Jaguar) เป็นเครื่องเล่นวิดีโอเกมที่ผลิตโดยบริษัทอาตาริ เปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายน 1993 อาตาริ จากัวร์ ถูกวางตัวให้เป็นคู่แข่งของเซก้า เมก้าไดรฟ์ และ ซูเปอร์แฟมิคอม และยังเป็นเครื่องเล่นเกมรุ่นแรกที่มีความสามรถในการประมวลผลแบบ 64 บิต แต่เครื่องเล่นเกมนี้ประสบความล้มเหลวในการทำตลาด และทำให้อาตาริถอนตัวจากธุรกิจฮาร์ดแวร์ในเวลาต่อมา
ประวัติ [แก้]
เครื่องอาทาริจากัวร์เป็นเครื่องเกมส์คอนโซลเครื่องสุดท้ายของบริษัทอาทาริ โดยมีจุดมุ่งหมายจะให้เป็นเครื่องเกมส์ที่เหนือกว่าเครื่องซุปเปอร์แฟมิคอมของนินเทนโดและเครื่องเมกะไดรฟ์ของเซก้า โดยทางอาทาริมอบเงินทุนให้บริษัท"แฟลร์ เทคโนโลยี" เป็นผู้พัฒนา ต่อมาภายหลังเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น "แฟลร์ II"
บริษัทแฟลร์II ได้ออกแบบเครื่องเกมส์ไว้ 2 แบบด้วยกัน เครื่องแรกเป็นเครื่องเกมส์ 32 บิท ใช้ชื่อว่า"แพนเทอร์" ส่วนอีกเครื่องเป็นเครื่องเกมส์ 64 บิท ใช้ชื่อว่า "จากัวร์" และผลปรากฏว่าการพัฒนาจากัวร์เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ อาทาริจึงยกเลิกการพัฒนาแพนเทอร์ และหันมาทุ่มให้กับการพัฒนาจากัวร์
จากัวร์ออกวางตลาดในปีค.ศ. 1993 ในราคา 250 ดอลลาร์สหรัฐ[1] โดยใช้สโลแกนว่า "คำนวณดูสิ"(Do the Math) เพื่อเป็นการโปรโมทว่าเครื่อง 64 บิทของตน เหนือกว่าเครื่องเกมส์อื่นที่เป็น 16 บิท ในช่วงแรกเครื่องจากัวร์ขายได้ค่อนข้างดี สามารถขายได้มากกว่าเครื่อง 3DO แต่ก็ได้รับการติติงในเรื่องเกมส์ที่คุณภาพต่ำซึ่งบริษัทอาทาริมีชื่อเสียงที่ไม่ค่อยดีในเรื่องที่เครื่องเกมส์ที่อาทาริผลิตส่วนมากมักจะมีแต่เกมส์คุณภาพต่ำ แต่เครื่องจากัวร์ก็ยังมีเกมส์ที่มีคุณภาพอย่างเกมส์ "เทมเพส 2000", "อเลี่ยน เวอซัส พรีเดเตอร์" และ "ดูม"
เครื่องจากัวร์ประสบปัญหาในเรื่องมีเกมส์ให้เล่นน้อย[2] เนื่องจากเครื่องเกมส์ที่ออกมามีปัญหาบั๊ก และขาดแคลนเครื่องมือในการพัฒนาเกมส์ การพัฒนาเกมส์ในจากัวร์จึงค่อนข้างยาก รวมทั้งนักเล่นเกมส์ต่างก็บ่นว่าคอนโทรลเลอร์ของจากัวร์นั้นซับซ้อนเกินไป เนื่องจากมีปุ่มถึง 15 ปุ่ม[3]
ในปี 1995 เครื่องเพลย์สเตชันของโซนี่และแซทเทิร์นของเซก้าก็ออกวางตลาด ทำให้สถาณภาพของจากัวร์ง่อนแง่นเข้าไปอีก ทางอาทาริพยายามเอาตัวรอดโดยให้สำภาษณ์ว่าเครื่องจากัวร์นั้นมีประสิทธิภาพสูงกว่าเครื่องแซทเทิร์นและต่ำกว่าเครื่องเพลย์สเตชันเพียงนิดเดียว ซ้ำยังทำนายว่าเครื่องเพลย์สเตชันจะวางจำหน่ายในราคา 500 ดอลลาร์สหรัฐ และถ้าเกิดเพลย์สเตชันจะขายในราคาที่ต่ำกว่านี้ ทางอาทริจะฟ้องร้องฐานกีดกันทางการค้า ซึ่งปรากฏว่าเครื่องเพลย์สเตชันวางขายในราคา 299 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ทางอาทาริก็ไม่เคยดำเนินการฟ้องศาลดังที่ให้สัมถาษณ์ไว้[4] ทางอาทาริกล่าวอ้างว่าเครื่องจากัวร์ของตนเหนือกว่าเครื่องเพลย์สเตชันเพราะเครื่องจากัวร์นั้นเป็นเครื่องเกมส์ 64 บิท แต่คำกล่าวอ้างนั้นเป็นคำกล่าวอ้างเกินความจริง เพราะเครื่องจากัวร์นั้นไม่ได้ใช้ CPUแบบ 64 บิทอย่างแท้จริง แต่ใช้ CPU 32 บิท 2 ตัวทำงานร่วมกัน
การเข้าสู่ตลาดของเครื่องเพลย์สเตชันส่งผลเสียอย่างมหันต์ต่อเครื่องจากัวร์ บริษัทอาทาริมีรายได้ลดลลงถึงครึ่งหนึ่งภายใน 1 ปี[5] ในที่สุดบริษัทอาทาริก็ยุติการผลิตจากัวร์หลังจากที่ต้องรวมกิจการกับบริษัท JT Storage
คำวิจารณ์ [แก้]
เครื่องอาทาริถูกจัดอันดับให้เป็นเครื่องเกมส์คอนโซลที่แย่ที่สุดในปี 2004 จากนิตยสารEGM
อ้างอิง [แก้]
- ↑ http://www.pcguide.com/ref/cd/mediaCapacity-c.html
- ↑ http://www.wired.com/gaming/gamingreviews/multimedia/2007/05/gallery_game_history?slide=28&slideView=7
- ↑ http://xbox360.ign.com/articles/690/690449p1.html
- ↑ http://archive.gamespy.com/articles/june03/dumbestmoments/index22.shtml
- ↑ http://sec.edgar-online.com/atari-corp/10-k405-annual-report-regulation-s-k-item-405/1996/04/12/Section8.aspx
|
||||||||||||||||||||||||||