อาตาริ จากัวร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อาตาริ จากัวร์
Atari Jaguar
Jaguar Logo.gif
Atarijaguar.jpg
ผู้ผลิต อาตาริ
ชนิด เครื่องเล่นวิดีโอเกม
ยุค ยุดที่ห้า
วางจำหน่าย US 18 พฤศจิกายน, 1993
ยอดจำหน่าย 250,000 เครื่อง
สื่อ ตลับเกม, ซีดีรอม
ซีพียู โมโตโรล่า 68000
เกมที่ขายดีที่สุด Alien vs. Predator
รุ่นก่อนหน้า อาตาริ 7800
รุ่นถัดไป อาตาริ จากัวร์ ทู

อาตาริ จากัวร์ (อังกฤษ: Atari Jaguar) เป็นเครื่องเล่นวิดีโอเกมที่ผลิตโดยบริษัทอาตาริ เปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายน 1993 อาตาริ จากัวร์ ถูกวางตัวให้เป็นคู่แข่งของเซก้า เมก้าไดรฟ์ และ ซูเปอร์แฟมิคอม และยังเป็นเครื่องเล่นเกมรุ่นแรกที่มีความสามรถในการประมวลผลแบบ 64 บิต แต่เครื่องเล่นเกมนี้ประสบความล้มเหลวในการทำตลาด และทำให้อาตาริถอนตัวจากธุรกิจฮาร์ดแวร์ในเวลาต่อมา

ประวัติ[แก้]

เครื่องอาทาริจากัวร์เป็นเครื่องเกมส์คอนโซลเครื่องสุดท้ายของบริษัทอาทาริ โดยมีจุดมุ่งหมายจะให้เป็นเครื่องเกมส์ที่เหนือกว่าเครื่องซุปเปอร์แฟมิคอมของนินเทนโดและเครื่องเมกะไดรฟ์ของเซก้า โดยทางอาทาริมอบเงินทุนให้บริษัท"แฟลร์ เทคโนโลยี" เป็นผู้พัฒนา ต่อมาภายหลังเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น "แฟลร์ II"

บริษัทแฟลร์II ได้ออกแบบเครื่องเกมส์ไว้ 2 แบบด้วยกัน เครื่องแรกเป็นเครื่องเกมส์ 32 บิท ใช้ชื่อว่า"แพนเทอร์" ส่วนอีกเครื่องเป็นเครื่องเกมส์ 64 บิท ใช้ชื่อว่า "จากัวร์" และผลปรากฏว่าการพัฒนาจากัวร์เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ อาทาริจึงยกเลิกการพัฒนาแพนเทอร์ และหันมาทุ่มให้กับการพัฒนาจากัวร์

จากัวร์ออกวางตลาดในปีค.ศ. 1993 ในราคา 250 ดอลลาร์สหรัฐ[1] โดยใช้สโลแกนว่า "คำนวณดูสิ"(Do the Math) เพื่อเป็นการโปรโมทว่าเครื่อง 64 บิทของตน เหนือกว่าเครื่องเกมส์อื่นที่เป็น 16 บิท ในช่วงแรกเครื่องจากัวร์ขายได้ค่อนข้างดี สามารถขายได้มากกว่าเครื่อง 3DO แต่ก็ได้รับการติติงในเรื่องเกมส์ที่คุณภาพต่ำซึ่งบริษัทอาทาริมีชื่อเสียงที่ไม่ค่อยดีในเรื่องที่เครื่องเกมส์ที่อาทาริผลิตส่วนมากมักจะมีแต่เกมส์คุณภาพต่ำ แต่เครื่องจากัวร์ก็ยังมีเกมส์ที่มีคุณภาพอย่างเกมส์ "เทมเพส 2000", "อเลี่ยน เวอซัส พรีเดเตอร์" และ "ดูม"

เครื่องจากัวร์ประสบปัญหาในเรื่องมีเกมส์ให้เล่นน้อย[2] เนื่องจากเครื่องเกมส์ที่ออกมามีปัญหาบั๊ก และขาดแคลนเครื่องมือในการพัฒนาเกมส์ การพัฒนาเกมส์ในจากัวร์จึงค่อนข้างยาก รวมทั้งนักเล่นเกมส์ต่างก็บ่นว่าคอนโทรลเลอร์ของจากัวร์นั้นซับซ้อนเกินไป เนื่องจากมีปุ่มถึง 15 ปุ่ม[3]

ในปี 1995 เครื่องเพลย์สเตชันของโซนี่และแซทเทิร์นของเซก้าก็ออกวางตลาด ทำให้สถาณภาพของจากัวร์ง่อนแง่นเข้าไปอีก ทางอาทาริพยายามเอาตัวรอดโดยให้สำภาษณ์ว่าเครื่องจากัวร์นั้นมีประสิทธิภาพสูงกว่าเครื่องแซทเทิร์นและต่ำกว่าเครื่องเพลย์สเตชันเพียงนิดเดียว ซ้ำยังทำนายว่าเครื่องเพลย์สเตชันจะวางจำหน่ายในราคา 500 ดอลลาร์สหรัฐ และถ้าเกิดเพลย์สเตชันจะขายในราคาที่ต่ำกว่านี้ ทางอาทริจะฟ้องร้องฐานกีดกันทางการค้า ซึ่งปรากฏว่าเครื่องเพลย์สเตชันวางขายในราคา 299 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ทางอาทาริก็ไม่เคยดำเนินการฟ้องศาลดังที่ให้สัมถาษณ์ไว้[4] ทางอาทาริกล่าวอ้างว่าเครื่องจากัวร์ของตนเหนือกว่าเครื่องเพลย์สเตชันเพราะเครื่องจากัวร์นั้นเป็นเครื่องเกมส์ 64 บิท แต่คำกล่าวอ้างนั้นเป็นคำกล่าวอ้างเกินความจริง เพราะเครื่องจากัวร์นั้นไม่ได้ใช้ CPUแบบ 64 บิทอย่างแท้จริง แต่ใช้ CPU 32 บิท 2 ตัวทำงานร่วมกัน

การเข้าสู่ตลาดของเครื่องเพลย์สเตชันส่งผลเสียอย่างมหันต์ต่อเครื่องจากัวร์ บริษัทอาทาริมีรายได้ลดลลงถึงครึ่งหนึ่งภายใน 1 ปี[5] ในที่สุดบริษัทอาทาริก็ยุติการผลิตจากัวร์หลังจากที่ต้องรวมกิจการกับบริษัท JT Storage

คำวิจารณ์[แก้]

เครื่องอาทาริถูกจัดอันดับให้เป็นเครื่องเกมส์คอนโซลที่แย่ที่สุดในปี 2004 จากนิตยสารEGM

อ้างอิง[แก้]