ค้างคาวแวมไพร์ธรรมดา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ค้างคาวแวมไพร์ธรรมดา
สถานะการอนุรักษ์
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Mammalia
อันดับ: Chiroptera
วงศ์: Phyllostomidae
วงศ์ย่อย: Desmodontinae
สกุล: Desmodus
Wied-Neuwied, 1826
สปีชีส์: D. rotundus
ชื่อทวินาม
Desmodus rotundus
Geoffroy, 1810
แผนที่แสดงการกระจายพันธุ์

ค้างคาวแวมไพร์ธรรมดา หรือ ค้างคาวดูดเลือดธรรมดา (อังกฤษ: Common vampire bat, Vampire bat) เป็นค้างคาวขนาดเล็กชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Desmodus rotundus จัดเป็นค้างคาวเพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่อยู่ในสกุล Desmodus[2]

เป็นค้างคาวแวมไพร์หรือค้างคาวดูดเลือด 1 ใน 3 ชนิดที่มีในโลก และถือเป็นเพียงชนิดเดียวที่ดูดเลือดของสัตว์อื่นที่มีขนาดใหญ่กว่ากินเป็นอาหารเท่านั้น กระจายพันธุ์ในป่าดิบตั้งแต่อเมริกากลาง จนถึงทั่วไปในหลายพื้นที่ของทวีปอเมริกาใต้ [3]

ลักษณะทั่วไปของค้าวคาวแวมไพร์ธรรมดา คือ จะมีปากสั้นรูปกรวย ไม่มีปีกจมูกทำให้เผยเห็นโพรงจมูกเป็นรูปตัวยู และมีอวัยวะพิเศษ เรียกว่า "Thermoreceptors" ติดอยู่ที่ปลายจมูก สำหรับใช้ช่วยตรวจหาบริเวณที่มีเลือดไหลได้ดีใต้ผิวหนังของเหยื่อ อีกทั้งยังมีสายตาที่มองเห็นเป็นภาพอินฟาเรด จากอุณหภูมิความร้อนของตัวเหยื่อ และทำให้เห็นดีมากในเวลากลางคืน ซึ่งเป็นเวลาออกหากิน[4]

ตัวเมียมีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้[5] มีนิ้วและข้อต่อที่แข็งแรง และคล่องแคล่วว่องไวมากเมื่อเทียบกับค้างคาวชนิดอื่น ๆ โดยเฉพาะเมื่ออยู่กับพื้นที่ สามารถกระโดดหรือคลานไปมาเคลื่อนไหวได้เร็วมากผิดกับค้างคาวชนิดอื่น ๆ[6]

ค้างคาวแวมไพร์ธรรมดา จะดูดเลือดจากสัตว์เลือดอุ่นที่มีขนาดใหญ่กว่า ซึ่งอาจใหญ่กว่าตัวค้างคาวได้ถึง 10,000 เท่าได้ โดยมากจะเป็นสัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยงที่เป็นปศุสัตว์ เช่น หมู, หมูป่า, วัวและควาย เป็นต้น รวมถึงอาจดูดเลือดมนุษย์ได้ด้วย เมื่อจะดูดเลือด ค้างคาวแวมไพร์ธรรมดาจะดูดเฉพาะเหยื่อที่นอนหลับ ด้วยฟันที่แหลมคมคู่หน้าที่แหลมเหมือนมีดโกน ประกอบกับเป็นเวลาที่เหยื่อนอนหลับอยู่ด้วย จึงมักไม่ทันระวังหรือรู้ตัว โดยค้างคาวจะร่อนลงและเดินด้วยเล็บเล็ก ๆ ที่ติดอยู่กับปีกทั้ง 4 ข้าง ไปดูดเลือด ซึ่งเลือดของเหยื่อจะไม่แข็งตัว เนื่องจากในน้ำลายของค้างคาว มีสารเคมีพิเศษที่ทำให้เลือดไม่แข็งตัว และขณะที่ดูดเลือด ค้างคาวจะถ่ายปัสสาวะไปด้วย เนื่องจากจะดูดเลือดในปริมาณที่มาก ทำให้ไม่สามารถบินได้ ซึ่งปริมาณเลือดที่ดูดไปนั้น หากคำนวณว่าดูดเลือดหมูทุกคืน ภายในเวลา 5 เดือน จะมีปริมาณเท่ากับน้ำหนัก 5 แกลลอน[4] อีกทั้งเลือดที่ไหลออกมานั้นจะไหลผ่านลิ้นของค้างคาวที่มีร่องพิเศษช่วยให้เลือดไหลผ่านหลอดเลือดฝอยได้โดยง่าย ซึ่งคุณสมบัติที่ทำให้เลือดไม่แข็งตัวของค้างคาวแวมไพร์ธรรมดานั้น เป็นที่สนใจของนักวิทยาศาสตร์ ที่จะศึกษาเกี่ยวกับเรื่องพันธุกรรมเพื่อที่จะค้นหายีนที่จะป้องกันภาวะหัวใจวาย[3]

ในเวลากลางวัน ค้างคาวแวมไพร์ธรรมดาจะหลับพักผ่อนบนเพดานถ้ำ โดยอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูง ทั้งพ่อและแม่ค้างคาวจะช่วยกันเลี้ยงดูลูกน้อยที่ยังบินไม่ได้ เป็นระยะเวลานานถึง 9 เดือน อีกทั้งยังมีพฤติกรรมนำเลือดที่หามาได้ กลับมาฝากสมาชิกตัวอื่นในฝูงด้วย สำหรับสมาชิกตัวใดที่หากินได้พอ[4]

แต่ค้างคาวแวมไพร์ธรรมดา ก็ถือเป็นสัตว์อันตราย โดยเป็นพาหะนำโรคพิษสุนัขบ้าแพร่สู่มนุษย์ได้ ที่ประเทศเปรูในปี ค.ศ. 2010 มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 4 ราย เป็นเด็ก จากโรคนี้โดยมีพาหะจากค้างคาว[7]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]