ลีกออฟเลเจนด์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก League of Legends)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
League of Legends
League of Legends Logo.png
ผู้พัฒนาไรออตเกมส์
ผู้จัดจำหน่าย
กำกับทอม "ซีลีส" แคดเวลล์
อำนวยการผลิตสตีเวน สโนว์
เทรวิส จอร์จ
ออกแบบคริสตินา นอร์แมน
รอบ การ์เรตต์
สตีฟ ฟีก
ศิลปินเอดมุนโด ซานเชซ
ทรอย อดัม
พอล ควอน
แต่งเพลงคริสเตียน ลินเก
เครื่องเล่นไมโครซอฟท์ วินโดวส์, แมคโอเอส
วางจำหน่ายNA : 27 ตุลาคม 2009 [1]
EUW : 13 กรกฎาคม 2010
EUNE : 13 กรกฎาคม 2010
SEA : 17 กรกฎาคม 2010
TW : 17 กรกฎาคม 2010
KR : 12 ธันวาคม 2011
BR : 13 กันยายน 2012
TR : 27 กันยายน 2012
RU : 17 เมษายน 2013 [2]
LAN : 5 มิถุนายน 2013
LAS : 5 มิถุนายน 2013
OCE : 28 มิถุนายน 2013
JP : 15 มีนาคม 2016
แนวโมบา
รูปแบบผู้เล่นหลายคน

ลีกออฟเลเจนด์ (อังกฤษ: League of Legends,เกาหลี: 리그 오브 레전드,ญี่ปุ่น: リーグ・オブ・レジェンド ,ย่อ: LoL) เป็นเกมแนว โมบา (MOBA) พัฒนาโดย ไรออตเกมส์ เล่นได้บนระบบปฏิบัติการ ไมโครซอฟท์ วินโดวส์[3] และ แมคโอเอส

ตั้งแต่เปิดตัว ลีกออฟเลเจนด์ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2012ลีกออฟเลเจนด์ เป็นเกมส์คอมพิวเตอร์ซึ่งถูกเล่นมากที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือและยุโรปเมื่อนับชั่วโมงในการเล่น[4] จากสถิติเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2557 มีคนเล่นเกมส์ ลีกออฟเลเจนด์ ถึง 67 ล้านคนต่อหนึ่งเดือน 27 ล้านคนต่อวัน และมากกว่า 7.5 ล้านคนต่อหนึ่งชั่วโมงในชั่วโมงใช้สูงสุด[5]

รูปแบบการเล่น[แก้]

ลีกออฟเลเจนด์ เป็นเกมโมบา 3 มิติที่ออกแบบให้เล่นในมุมมองบุคคลที่ 3 ตัวละครหลักของลีกออฟเลเจนด์นั้น คือ แชมเปี้ยน (Champion)[6] ที่จะถูกบังคับ โดย ผู้เล่น หรือปัญญาประดิษฐ์ และจะแบ่งเป็น 2 ทีม ทีมละ 5 คน รูปแบบการเล่นที่เป็นที่นิยมที่สุดคือ แบบ คลาสสิค (Classic) ซึ่งแต่ละทีมนั้นเริ่มต้นโดยมี สิ่งก่อสร้างอันหนึ่งที่เรียกว่า เน็คซัส (Nexus) อยู่ตรงกลาง ขณะที่โดยปกป้องโดย ป้อมปราการ เป้าหมายของแต่ละเกมส์คือร่วมมือกันกับเพื่อนร่วมทีมสร้างช่องโหว่ที่ฐานของทีมตรงข้าม และทำลายเน็คซัสของพวกเขา ในขณะเดียวกันแต่ละเน็คซัสนั้นจะสร้างลูกสมุนที่เรียกว่า มินเนี่ยนส์ (Minions) ที่จะเดินทางบนเลน (Lanes) ไปสู่ฐานของศัตรู ช่องว่างระหว่างเลนส์นั้นจะมีพื้นที่ป่า (Jungle) ซึ่งสัตว์ประหลาดไร้ฝ่ายอาศัยอยู่ ทั้งสองทีมสามารถที่จะฆ่าสัตว์ประหลาดเหล่านี้เพื่อเอาเงินและประสบการณ์ได้

ในทุกโหมด ผู้เล่นจะควบคุมตัวละคร หรือที่เรียกว่า "แชมเปียนส์" โดยการเลือกหรือการสุ่มในทุก ๆ เกม โดยแต่ละตัวละครจะมีความสามารถที่ต่างกันไป[7] ซึ่งในทุก ๆ เกม แชมเปียนส์จะเริ่มต้นด้วยเลเวลที่ต่ำที่สุด (เลเวล 1 สำหรับซัมมอนเนอส์ริฟต์ และ ทวิสต์ทรีไลน์, เลเวล 3 สำหรับคริสตัลสการ์ และ ฮาวลิงอาบิสส์) และหลังจากนั้นจะเก็บค่าประสบการณ์จนเต็มที่เลเวล 18 โดยเมื่อเลเวลเพิ่ม 1 เลเวลในเกม จะทำให้ผู้เล่นสามารถปลดล็อกความสามารถของแชมเปียนส์ได้ โดยผู้เล่นจะเริ่มต้นเกมด้วยทองที่ต่ำ และสามารถเก็บทองได้จากหลายทาง เช่น การฆ่าตัวละครที่ไม่ใช่ผู้เล่น หรือที่เรียกว่า มินเนียนส์ และ มอนสเตอร์, การฆ่าศัตรูหรือช่วยเหลือในการฆ่า, การทำลายสิ่งก่อสร้าง, ทองจะเพิ่มอัตโนมัติตามเวลา และไอเทมเพิ่มทอง หรือ ความสามารถของแชมเปียนส์นั้น ๆ ซึ่งทองสามารถนำไปซื้อไอเทม หรือ สิ่งของภายในเกม เพื่อทำให้ตัวละครมีความสามารถที่เพิ่มขึ้น โดยการเก็บค่าประสบการณ์, การได้รับทอง, การซื้อไอเทม ของตัวละคร จะส่งผลต่อทีมในเกมนั้นด้วย

ในระบบเกม ผู้เล่นสามารถที่จะได้รับรางวัลตามเกมที่ได้เล่นไป ซึ่งค่าประสบการณ์ของผู้เล่นจะขึ้นอยู่กับเวลาและเกมที่ได้เล่นไป รวมถึงผลงานของผู้เล่นในเกมด้วย ซึ่งบัญชีของผู้เล่นจะเริ่มต้นที่เลเวล 1 ซึ่งในบางแผนที่และในบางโหมดนั้น ผู้เล่นใหม่อาจจะไม่สามารถเล่นได้ อย่างไรก็ดี ในเกมนั้นจะมี 2 ความสามารถพิเศษที่จะเพิ่มให้ติดตัวไว้ใช้ในเกม หรือที่เรียกว่า สเปลส์ (Spells) และผู้เล่นสามารถปลดล็อกรูนและมาสเตอรีส์ได้เมื่อเลเวลเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อความสามารถในการเล่นในเกมเมื่อมีการต่อสู้

ในทุกโหมดจะใช้ระบบจับคู่อัตโนมัติโดยคิดตามสูตรอีโล (Elo) โดยจะจับคู่กับผู้เล่นที่มีคะแนนอีโลใกล้เคียงกัน[8] ในเรื่องพฤติกรรมของผู้เล่นระหว่างเกม ผู้เล่นบางคนอาจแสดงพฤติกรรมไม่ดี หรือใช้ถ้อยคำหยาบคายในเกม ซึ่งจะมีบทลงโทษที่แตกต่างไปตามการกระทำของผู้เล่น โดยจะใช้ระบบแจ้งผู้เล่นอัตโนมัติ ซึ่งจะมีตั้งแต่การตักเตือน, การงดใช้แชท, หรืออาจจะเป็นการแบนจากเกม ซึ่งมีทั้งการแบนชั่วคราวและถาวร โดยระบบนี้เข้ามาแทนระบบเก่า โดยเรียกว่า ทรีบูนัล (Tribunal) ซึ่งระบบจะส่งคำพูดในเกมไปให้เกมมาสเตอร์เพื่อตัดสินการกระทำและถ้อยคำที่ใช้ในเกม ซึ่งการแบนถาวรนั้นจะมีการตัดสินใจอย่างถี่ถ้วน[9]

แผนที่[แก้]

"ลีกออฟเลเจนด์" มีแผนที่ 4 แบบ หรือ "ฟีลด์ออฟจัสติซ" โดยจะมีป้อมปราการ, จุดประสงค์และวิธีการเล่นของเกมที่แตกต่างกัน ซึ่งรวมไปถึงสเปลส์และไอเทมด้วย

ซัมมอนเนอส์ริฟต์[แก้]

ซัมมอนเนอส์ริฟต์ (อังกฤษ: Summoner's Rift) เป็นแผนที่ยอดนิยมที่สุดในเกม โดยในแผนที่นี้ ทั้ง 2 ทีมที่มีทีมละ 5 คน จะต้องแข่งขันกันทำลายสิ่งก่อสร้างของฝ่ายตรงข้ามที่เรียกว่า "เน็กซัส" (Nexus) ซึ่งจะถูกป้องกันโดยสิ่งก่อสร้าง, ป้อมปราการ รวมไปถึงผู้เล่นของฝ่ายตรงข้าม[10] โดยจะมีเน็กซัสตั้งอยู่ในฐานของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งจะตั้งอยู่ในมุมซ้ายล่างและมุมขวาบนของแผนที่ ซึ่งสิ่งก่อสร้างนั้นจะผลิตตัวละครที่มีความอ่อนแอกว่าผู้เล่น หรือที่เรียกว่า มินเนียนส์ โดยมันจะเดินไปจนถึงฐานของฝ่ายตรงข้ามใน 3 ทิศทาง : บน, ล่าง และ กลาง ซึ่งผู้เล่นจะต้องพามินเนียนส์ไปยังฐานของฝ่ายตรงข้าม โดยจะต้องทำลายสิ่งก่อสร้าง, ทำลายเน็กซัส เพื่อที่จะชนะเกม

ระหว่างในเลนของทั้งสองฝั่ง จะมีพื้นที่ที่เป็นป่าและแม่น้ำ ซึ่งในป่าจะแบ่งเป็น 4 ควอดรันต์ และจะมีตัวละครที่ไม่ใช่ผู้เล่น และมีพลังที่มากกว่ามินเนียนส์ ซึ่งเรียกว่า มอนสเตอส์ โดยแม่น้ำจะแบ่งแผนที่ระหว่างฝั่งบนซ้ายและฝั่งล่างขวาเป็นส่วนเท่า ๆ กัน โดยในแม่น้ำนั้นจะมีมอนสเตอส์ป่า 3 แบบ คือ สคัตเทิลแครบ (Scuttle Crab), มังกร (Dragon) และ ริฟต์เฮราลด์ (Rift Herald) หรือ บารอนนาชอร์ (Baron Nashor)

โดยซัมมอนเนอส์ริฟต์นั้น เมื่อผู้เล่นฝ่ายที่ทำตามวัตถุประสงค์ของเกมดังนี้ จะทำให้มีโอกาสที่จะชนะในเกมนั้นมากขึ้น:[11]

  • ป้อมปราการ (Turrets) – ในเลนนั้นจะได้รับการปกป้องจากป้อมปราการที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันสูง โดยป้อมปราการจะโจมตีมินเนียนส์ฝ่ายตรงข้ามและรวมไปถึงผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามด้วย โดยป้อมปราการนั้นจะจัดลำดับความสำคัญในการโจมตีศัตรูในบริเวณนั้น และจะโจมตีผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามทันทีเมื่อเขาได้โจมตีผู้เล่นฝ่ายที่ป้อมปราการได้ปกป้องไว้ อย่างไรก็ตาม เมื่อมินเนียนส์ได้เข้าไปในระยะการโจมตีของป้อมปราการ ผู้เล่นจะสามารถโจมตีป้อมปราการโดยที่มันจะไม่โจมตีกลับได้ เมื่อป้อมปราการถูกทำลาย ก็จะได้พื้นที่มากขึ้น รวมไปถึงทองและค่าประสบการณ์ด้วย โดยป้อมปราการนั้นเมื่อถูกทำลายไปแล้ว จะเป็นการทำลายอย่างถาวร ซึ่งจะไม่เกิดขึ้นใหม่ โดยจะมีป้อมปราการในบางพื้นที่ที่จะฟื้นฟูพลังชีวิตของป้อมปราการเมื่อถูกโจมตีโดยฝ่ายตรงข้ามและพลังชีวิตยังเหลืออยู่
  • อินฮิบิเตอร์ (Inhibitor) – ในทุก ๆ เลนจะมี 1 อินฮิบิเตอร์ โดยอินฮิบิเตอร์จะถูกโจมตีก็ต่อเมื่อทีมได้ทำลายป้อมปราการที่ปกป้องเล่นนั้นแล้ว การทำลายอินฮิบิเตอร์จะส่งผลให้เน็กซัสส่งซูเปอร์มินเนียนส์ (Super Minions) ออกมา ซึ่งจะมีพลังที่มากกว่ามินเนียนส์ทั่วไป และจะส่งผลให้มินเนียนส์รอบข้างมีพลังมากขึ้นด้วย เมื่อทำลายอินฮิบิเตอร์ก็จะทำให้ผู้เล่นที่ทำลายได้ทอง โดยอินฮิบิเตอร์จะเกิดใหม่อีกครั้งเมื่อ 5 นาที หลังจากการทำลาย อินฮิบิเตอร์จะฟื้นฟูพลังชีวิตตลอดเวลาหากโจมตีแต่ยังไม่สามารถทำลายได้
  • ริฟต์เฮราลด์ (Rift Herald) – ริฟต์เฮราลด์เป็นมอนสเตอส์ที่มีพลังมาก โดยจะอยู่ด้านบนของแม่น้ำ โดยเมื่อฆ่าริฟต์เฮราลด์แล้วจะทำให้ผู้เล่นที่ได้รับพลัง ส่งผลเรากลับฐานเร็วขึ้นและสามารถเรียกริฟต์เฮราลด์มาช่วยดันป้อมได้ด้วยมันจะทำความเสียหายกับป้อมเท่ากับเลือดของมัน ซึ่งมอนสเตอส์นี้จะเกิดเมื่อ 5 นาทีของเกม และเมื่อเวลา 19 นาที 45 วินาทีของเกม มันจะถูกแทนที่ด้วย บารอนนาชอร์ (Baron Nashor)
  • บารอนนาชอร์ (Baron Nashor) – บารอนนาชอร์เป็นมอนสเตอส์ที่มีพลังมาก โดยจะอยู่ด้านบนของแม่น้ำ ซึ่งมันจะเกิดขึ้นมาเมื่อเริ่มต้นเกมไปได้ 20 นาที โดยจะแทนที่ริฟต์เฮราลด์ เมื่อมีการฆ่าบารอนนาชอร์ จะทำให้ผู้เล่นทุกคนในทีมที่มีชีวิตอยู่ได้รับพลัง และจะส่งผลต่อมินเนียนส์ในเลนให้มีพลังมากขึ้น รวมไปถึงยังได้รับค่าประสบการณ์และทองมากขึ้นด้วย โดยมอนสเตอส์นี้จะเกิดขึ้นใหม่เมื่อ 7 นาทีหลังจากถูกฆ่า
  • มังกร (The Dragon) – มังกรเป็นมอนสเตอส์ที่มีพลังมาก โดยจะอยู่ด้านล่างของแม่น้ำ เมื่อมีการฆ่ามังกร จะทำให้ผู้เล่นทุกคนในทีมได้รับพลัง โดยจะมีพลังมากขึ้นเมื่อฆ่ามังกร 5 ครั้ง โดยมังกรจะเกิดขึ้นใหม่เมื่อ 6 นาทีหลังจากถูกฆ่า
  • บลูเซนทิเนล (Blue Sentinel) และ เรดบรัมเบิลแบค (Red Brambleback) – บลูเซนทิเนล จะอยู่ในควอดรันต์ที่ 1 และ 3 ของป่า และ เรดบรัมเบิลแบค จะอยู่ในควอดรันต์ที่ 2 และ 4 ของป่า ซึ่งเมื่อฆ่ามอนสเตอส์แล้วจะทำให้ได้รับพลัง โดยจะเป็นพลังชั่วคราวที่ทำให้อัตราการฟื้นฟูชีวิต และ อัตราการฟื้นฟูมานา เพิ่มมากขึ้น โดยมอนสเตอส์นี้จะเกิดขึ้นใหม่เมื่อ 5 นาทีหลังจากถูกฆ่า
  • สคัตเทิลแครบ (Scuttle Crab) – สคัตเทิลแครบ จะอยู่ใน 2 ฝั่งของแม่น้ำ เมื่อฆ่ามอนสเตอส์ชนิดนี้จะทำให้มีระยะการมองเห็นขนาดใหญ่ในแม่น้ำ และ เพิ่มความเร็วเมื่อทีมฝั่งเดียวกันเดินผ่าน โดยมอนสเตอส์นี้จะเกิดขึ้นใหม่เมื่อ 3 นาทีหลังจากถูกฆ่า ซึ่งจะมีพลังชีวิตมากขึ้นตามเลเวล
  • มอนสเตอส์อื่น ๆ ในป่า – มอนสเตอส์อื่น ๆ จะกระจายตัวอยู่ในป่าตามตำแหน่ง ซึ่งเมื่อผู้เล่นฆ่าจะทำให้ได้ทอง และเมื่อผู้เล่นใช้สเปลล์ที่ชื่อว่าสไมต์ (Smite) จะทำให้ได้รับพลังจากมอนสเตอส์ตัวนั้น

ทวิสต์ทรีไลน์[แก้]

ทวิสต์ทรีไลน์ (อังกฤษ: Twisted Treeline) มีความคล้ายคลึงกับซัมมอนเนอส์ริฟต์ โดยจะแบ่งผู้เล่นเป็น 2 ทีม ทีมละ 3 คน โดยมีเป้าหมายคือทำลายเน็กซัสของฝ่ายตรงข้าม ที่ได้รับการปกป้องจากป้อมปราการ[12] โดยเน็กซัสจะตั้งอยู่ที่ฐานในด้านซ้ายและขวาของแผนที่ ซึ่งเน็กซัสจะผลิตมินเนียนส์ออกมา โดยมันจะเดินไปตามทางซึ่งมี 2 เลน คือบน และ ล่าง โดยจะเดินจากซ้ายไปขวาหรือขวาไปซ้ายของแผนที่ ผู้เล่นจะต้องพามินเนียนส์ไปยังฐานของฝ่ายตรงข้าม เมื่อทำลายป้อมปราการและทำลายเน็กซัส ก็จะทำให้ชนะเกม ส่วนพื้นที่ระหว่างเลนนั้นเรียกว่าป่า (Jungle) โดยป่าจะมีพื้นที่อยู่ตรงกลางแผนที่ ระหว่างเลนบนและเลนล่าง

โดยทวิสต์ทรีไลน์นั้น เมื่อผู้เล่นฝ่ายที่ทำตามวัตถุประสงค์ของเกมดังนี้ จะทำให้มีโอกาสที่จะชนะในเกมนั้นมากขึ้น:[12]

  • ป้อมปราการ (Turrets) – ในเลนนั้นจะได้รับการปกป้องจากป้อมปราการที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันสูง โดยป้อมปราการจะโจมตีมินเนียนส์ฝ่ายตรงข้ามและรวมไปถึงผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามด้วย โดยป้อมปราการนั้นจะจัดลำดับความสำคัญในการโจมตีศัตรูในบริเวณนั้น และจะโจมตีผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามทันทีเมื่อเขาได้โจมตีผู้เล่นฝ่ายที่ป้อมปราการได้ปกป้องไว้ อย่างไรก็ตาม เมื่อมินเนียนส์ได้เข้าไปในระยะการโจมตีของป้อมปราการ ผู้เล่นจะสามารถโจมตีป้อมปราการโดยที่มันจะไม่โจมตีกลับได้ เมื่อป้อมปราการถูกทำลาย ก็จะได้พื้นที่มากขึ้น รวมไปถึงทองและค่าประสบการณ์ด้วย โดยป้อมปราการนั้นเมื่อถูกทำลายไปแล้ว จะเป็นการทำลายอย่างถาวร ซึ่งจะไม่เกิดขึ้นใหม่ โดยจะมีป้อมปราการในบางพื้นที่ที่จะฟื้นฟูพลังชีวิตของป้อมปราการเมื่อถูกโจมตีโดยฝ่ายตรงข้ามและพลังชีวิตยังเหลืออยู่
  • อินฮิบิเตอร์ (Inhibitor) – ในทุก ๆ เลนจะมี 1 อินฮิบิเตอร์ โดยอินฮิบิเตอร์จะถูกโจมตีก็ต่อเมื่อทีมได้ทำลายป้อมปราการที่ปกป้องเล่นนั้นแล้ว การทำลายอินฮิบิเตอร์จะส่งผลให้เน็กซัสส่งซูเปอร์มินเนียนส์ (Super Minions) ออกมา ซึ่งจะมีพลังที่มากกว่ามินเนียนส์ทั่วไป และจะส่งผลให้มินเนียนส์รอบข้างมีพลังมากขึ้นด้วย เมื่อทำลายอินฮิบิเตอร์ก็จะทำให้ผู้เล่นที่ทำลายได้ทอง โดยอินฮิบิเตอร์จะเกิดใหม่อีกครั้งเมื่อ 5 นาที หลังจากการทำลาย อินฮิบิเตอร์จะฟื้นฟูพลังชีวิตตลอดเวลาหากโจมตีแต่ยังไม่สามารถทำลายได้
  • อัลตาส์ (Altars) – ในป่านั้นจะมี 2 อัลตาส์ ตั้งอยู่ในด้านซ้ายและขวาของแผนที่ ซึ่งเมื่อผู้เล่นยืนบนนั้น จะทำให้ได้พื้นที่นั้นและทำให้ฝ่ายตรงข้ามเสียพื้นที่
  • ไวล์มอว์ (Vile Maw) – ไวล์มอว์เป็นมอนสเตอส์ที่มีพลังมาก อยู่ที่ด้านบนของแผนที่ ซึ่งเมื่อฆ่าไวล์มอว์แล้วจะทำให้ได้ทองเป็นจำนวนมากและได้รับพลังให้กับทีมในระยะเวลาหนึ่ง โดยจะเกิดขึ้นใหม่ 5 นาทีหลังจากถูกฆ่า
  • สปีดไชน์ (Speed Shrine) – จุดกึ่งกลางของแผนที่จะเป็นที่ตั้งของสปีดไชน์ โดยจะเป็นพื้นที่เพิ่มความเร็วเคลื่อนที่ของผู้เล่นเมื่อเดินผ่านแบบชั่วคราว และให้พลังชีวิตกับแชมเปียนส์เล็กน้อย

ฮาวลิงอาบิสส์[แก้]

ฮาวลิงอาบิสส์ (อังกฤษ: Howling Abyss) มีความคล้ายคลึงกับซัมมอนเนอส์ริฟต์ ซึ่งจะแบ่งผู้เล่นเป็น 2 ทีม ทีมละ 5 คน มีจุดมุ่งหมายคือการทำลายเน็กซัสฝ่ายตรงข้าม ซึ่งได้รับการปกป้องจากป้อมปราการ[10] มีเน็กซัสตั้งอยู่ในฐานบนด้านซ้ายและขวาของแผนที่ โดยเน็กซัสจะผลิตมินเนียนส์ออกมา มันจะเดินไปตามเลนกลาง ซึ่งเป็นเลนเดียวของแผนที่นี้ โดยผู้เล่นจะต้องพามินเนียนส์ไปยังฐานของฝ่ายตรงข้าม เพื่อทำลายสิ่งก่อสร้างและจะชนะเกม สิ่งที่ไม่เหมือนกับซัมมอนเนอส์ริฟต์ และ ทวิสต์ทรีไลน์ คือฮาวลิงอาบิสส์นั้น ไม่มีพื้นที่ของป่า เพราะมีเพียงเลนเดียว และอีกสิ่งที่ไม่เหมือนกับแผนที่ข้างต้นนั้นคือผู้เล่นจะไม่สามารถกลับไปยังฐานของตัวเองเพื่อฟื้นฟูพลังชีวิตและมานา รวมไปถึงไม่สามารถซื้อของเพิ่มได้ จนกว่าผู้เล่นจะถูกฆ่าเท่านั้น

โดยฮาวลิงอาบิสส์นั้น เมื่อผู้เล่นฝ่ายที่ทำตามวัตถุประสงค์ที่มีไม่มากดังนี้ จะทำให้มีโอกาสที่จะชนะในเกมนั้นมากขึ้น:[12]

  • ป้อมปราการ (Turrets) – ในเลนนั้นจะได้รับการปกป้องจากป้อมปราการที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันสูง โดยป้อมปราการจะโจมตีมินเนียนส์ฝ่ายตรงข้ามและรวมไปถึงผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามด้วย โดยป้อมปราการนั้นจะจัดลำดับความสำคัญในการโจมตีศัตรูในบริเวณนั้น และจะโจมตีผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามทันทีเมื่อเขาได้โจมตีผู้เล่นฝ่ายที่ป้อมปราการได้ปกป้องไว้ อย่างไรก็ตาม เมื่อมินเนียนส์ได้เข้าไปในระยะการโจมตีของป้อมปราการ ผู้เล่นจะสามารถโจมตีป้อมปราการโดยที่มันจะไม่โจมตีกลับได้ เมื่อป้อมปราการถูกทำลาย ก็จะได้พื้นที่มากขึ้น รวมไปถึงทองและค่าประสบการณ์ด้วย โดยป้อมปราการนั้นเมื่อถูกทำลายไปแล้ว จะเป็นการทำลายอย่างถาวร ซึ่งจะไม่เกิดขึ้นใหม่ โดยจะมีป้อมปราการในบางพื้นที่ที่จะฟื้นฟูพลังชีวิตของป้อมปราการเมื่อถูกโจมตีโดยฝ่ายตรงข้ามและพลังชีวิตยังเหลืออยู่
  • อินฮิบิเตอร์ (Inhibitor) – ในทุก ๆ เลนจะมี 1 อินฮิบิเตอร์ ซึ่งจะมีป้อมปราการ 2 ป้อมปกป้องไว้.[13] โดยอินฮิบิเตอร์จะถูกโจมตีก็ต่อเมื่อทีมได้ทำลายป้อมปราการที่ปกป้องเล่นนั้นแล้ว การทำลายอินฮิบิเตอร์จะส่งผลให้เน็กซัสส่งซูเปอร์มินเนียนส์ (Super Minions) ออกมา ซึ่งจะมีพลังที่มากกว่ามินเนียนส์ทั่วไป และจะส่งผลให้มินเนียนส์รอบข้างมีพลังมากขึ้นด้วย เมื่อทำลายอินฮิบิเตอร์ก็จะทำให้ผู้เล่นที่ทำลายได้ทอง โดยอินฮิบิเตอร์จะเกิดใหม่อีกครั้งเมื่อ 5 นาที หลังจากการทำลาย อินฮิบิเตอร์จะฟื้นฟูพลังชีวิตตลอดเวลาหากโจมตีแต่ยังไม่สามารถทำลายได้
  • เฮลธ์ไชส์ (Health Shrines) – จะตั้งอยู่ในพื้นที่ด้านข้างของเลน ซึ่งเมื่อมีเฮลธ์ไชน์ให้ผู้เล่นได้เก็บ จะทำให้ผู้เล่นได้ฟื้นฟูพลังชีวิตและมานาเล็กน้อย

คริสตัลสการ์[แก้]

คริสตัลสการ์ (อังกฤษ: Crystal Scar) หรือ โดมิเนียน (อังกฤษ: Dominion) เป็นโหมดที่มีความแตกต่างกับโหมดอื่น โดยมีจุดมุ่งหมายคือการเก็บแต้มและรักษาแต้มนั้นไว้ให้นานที่สุดจนกว่าจะหมดเวลา[14] แผนที่นั้นจะมีจุดวงกลมที่มีแต้ม ตั้งอยู่ทางด้าน 12 นาฬิกา, 1 นาฬิกา 30 นาที, 4 นาฬิกา 30 นาที, 7 นาฬิกา 30 นาที และ 10 นาฬิกา 30 นาที ตามเข็มสั้นของนาฬิกา โดยทีมจะต้องควบคุมฐานหรือที่เรียกว่าน้ำพุ (fountain) ตั้งอยู่ฝั่งมุมล่างซ้ายและมุมขวาบนของแผนที่ เมื่อทีมสามารถทำแต้มได้มากกว่าทีมฝ่ายตรงข้ามจนหมดเวลา จะทำให้ชนะเกม ซึ่งแต้มจะนับถอยหลังจาก 200 จนถึง 0 และจะทำให้ทีมที่มีแต้มมากกว่าชนะเกม

มินเนียนส์จะเกิดจากตำแหน่งด้านข้างและเดินไปตามเข็มนาฬิกาและทวนเข็มนาฬิกา ซึ่งสามารถเก็บแต้มได้จากการโจมตีมินเนียนส์ฝ่ายตรงข้าม และแชมเปียนส์ฝ่ายตรงข้าม และจะทำให้สามารถเข้าไปถึงพื้นที่ป้อมปราการได้

โดยคริสตัลสการ์นั้น เมื่อผู้เล่นฝ่ายที่ทำตามวัตถุประสงค์ที่มี 3 อย่างดังนี้ จะทำให้มีโอกาสที่จะชนะในเกมนั้นมากขึ้น:

  • สตอร์มชิลด์ (Storm Shield) – ตั้งอยู่ที่จุดกึ่งกลางของแผนที่ โดยจะเกิดเป็นระยะ ๆ ซึ่งเมื่อผู้เล่นไปยืนบนนั้นจะทำให้ได้เปรียบในการต่อสู่ในช่วงเวลาหนึ่ง
  • สปีดไชส์ (Speed Shrines) – ตั้งอยู่ทั่วจุดกึ่งกลางของแผนที่ เมื่อผู้เล่นเดินผ่าน จะทำให้ได้รับความเร็วการเคลื่อนที่เพิ่มขึ้นชั่วคราว
  • เฮลธ์ไชส์ (Health Shrines) – ตั้งอยู่ที่จุดกึ่งกลางของแผนที่ ซึ่งเมื่อมีเฮลธ์ไชน์ให้ผู้เล่นได้เก็บ จะทำให้ผู้เล่นได้ฟื้นฟูพลังชีวิตเล็กน้อย

การแข่งขันอีสปอร์ต[แก้]

เอเชียนเกมส์[แก้]

ลีกออฟเลเจนด์ เป็นส่วนหนึ่งของการสาธิตกีฬาอิเล็กทรอนิกส์ในเอเชียนเกมส์ 2018 ที่จัดขึ้นในประเทศอินโดนีเชีย โดยมีแปดประเทศสามารถเข้าร่วมได้หลังจากผ่านการคัดเลือกระดับภูมิภาค ส่วนอินโดนีเซียได้สิทธิ์เข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายโดยอัตโนมัติเนื่องจากเป็นเจ้าภาพ[15]

Event เหรียญทอง เหรียญเงิน เหรียญทองแดง
2018 จีน
Yan Junze
Liu Shiyu
Su Hanwei
Jian Zihao
Tian Ye
Shi Senming
เกาหลีใต้
Kim Ki-in
Go Dong-bin
Han Wang-ho
Lee Sang-hyeok
Park Jae-hyuk
Jo Yong-in
จีนไทเป
Hsieh Yu-ting
Wang You-chun
Huang Yi-tang
Lu Yu-hung
Hu Shuo-chieh
Chen Kuan-ting

เวิลด์แชมเปียนชิป[แก้]

ลีกออฟเลเจนด์เวิลด์แชมเปี้ยนชิพ เป็นการแข่งขันระดับโลกของลีกออฟเลเจนด์ที่รวบรวมสุดยอดของแต่ละลีกมาต่อสู้กันเพื่อหาทีมที่แข่งแกร่งที่สุดในแต่ละปี และในปี 2018 มีผู้ชมมากกว่า 200 ล้านคนในเวลาเดียวกัน [16]

ปี ที่จัดในรอบชิงชนะเลิศ รอบชิงชนะเลิศ รอบรองชนะเลิศ เงินรางวัลรวม
ชนะเลิศ คะแนน รองชนะเลิศ ดอลลาร์สหรัฐ บาท
2011 สวีเดน เยินเชอปิง สหภาพยุโรป Fnatic 2 1 ฝรั่งเศส against All authority สหรัฐTeam SoloMid 99,500 3,338,460
2012 สหรัฐ ลอสแอนเจลิส สาธารณรัฐจีน (2455-2492) Taipei Assassins 3 1 เกาหลีใต้ Azubu Frost สหภาพยุโรป Counter Logic Gaming Europe รัสเซีย Moscow Five 2,000,000 61,232,400
2013 สหรัฐ ลอสแอนเจลิส เกาหลีใต้ SK Telecom T1 3 0 ประเทศจีน Royal Club สหภาพยุโรป Fnatic เกาหลีใต้ NaJin Black Sword 2,050,000 63,936,400
2014 เกาหลีใต้ กรุงโซล เกาหลีใต้ Samsung Galaxy White 3 1 ประเทศจีน Star Horn Royal Club ประเทศจีน OMG เกาหลีใต้ Samsung Galaxy Blue 2,130,000 68,950,400
2015 เยอรมนี เบอร์ลิน เกาหลีใต้ SK Telecom T1 3 1 เกาหลีใต้ KOO Tigers สหภาพยุโรป Fnatic สหภาพยุโรป Origen 2,130,000 75,724,700
2016 สหรัฐ ลอสแอนเจลิส เกาหลีใต้ SK Telecom T1 3 2 เกาหลีใต้ Samsung Galaxy เกาหลีใต้ ROX Tigers สหภาพยุโรป H2k-Gaming 5,070,000 177,620,000
2017 ประเทศจีน ปักกิ่ง เกาหลีใต้ Samsung Galaxy 3 0 เกาหลีใต้ SK Telecom T1 ประเทศจีน Team WE ประเทศจีน Royal Never Give Up 4,946,970 152,071,000
2018 เกาหลีใต้ อินช็อน ประเทศจีน Invictus Gaming 3 0 สหภาพยุโรป Fnatic สหภาพยุโรป G2 Esports สหรัฐ Cloud9 6,450,000 211,609,000
2019 ฝรั่งเศส ปารีส
2020 ประเทศจีน
2021 สหรัฐแคนาดา

แหล่งข้อมูลอื่นๆ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "League of Legends pre-season to begin October 27th 2009!" (in อังกฤษ). forums.na.leagueoflegends.com. สืบค้นเมื่อ 2009-09-29.
  2. "Russian server now live!" (in อังกฤษ). forums.na.leagueoflegends.com. สืบค้นเมื่อ 2013-04-16.
  3. "League of Legends Home". Leagoeoflegends.com. สืบค้นเมื่อ 4 January 2015.
  4. Gaudiosi, John (July 11, 2012). "Riot Games' League Of Legends Officially Becomes Most Played PC Game In The World". Forbes. สืบค้นเมื่อ March 18, 2013.
  5. Sheer, Ian (January 27, 2014). "Player Tally for 'League of Legends' Surges". Wsj.com. สืบค้นเมื่อ January 31, 2014.
  6. "Champions : League of Legends"Riot Games. Retrieved February 25, 2014.
  7. "Champions : League of Legends". Riot Games. สืบค้นเมื่อ February 25, 2014.
  8. "New Player Guide". Leagueoflegends.com. สืบค้นเมื่อ January 4, 2015.
  9. "Upgrading the Tribunal". leagueoflegends.com.
  10. 10.0 10.1 "Summoner's Rift". leagueoflegends.com.
  11. "League of Legends Objectives guide: Priority and Timers". boosteria.org.
  12. 12.0 12.1 12.2 "The Twisted Treeline". leagueoflegends.com.
  13. "Howling Abyss". gameinfo.na.leagueoflegends.com/. สืบค้นเมื่อ 22 October 2015.
  14. "The Crystal Scar". leagueoflegends.com.
  15. "AESF Game Result" (PDF). Asian Electronic Sports Federation. 11 July 2018. สืบค้นเมื่อ 11 July 2018.
  16. "Worlds 2018 — 200 million viewers at once". สืบค้นเมื่อ November 04, 2018. Check date values in: |accessdate= (help)