ไทอะเยลโลว์ริบบอนราวด์ดิโอลโอ๊กทรี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
"ไทอะเยลโลว์ริบบอนราวด์ดิโอลโอ๊กทรี"
ซิงเกิล โดย Dawn featuring Tony Orlando
B-side"I Can't Believe How Much I Love You"
ออกจำหน่าย1973
รูปแบบ7", 12"
บันทึกเสียง1973
แนวเพลงป็อป
ค่ายเพลงBell
ผู้ประพันธ์Irwin Levine, L. Russell Brown
โปรดิวเซอร์Hank Medress, Dave Appell
รางวัลGold (RIAA)
ลำดับซิงเกิลของ Dawn featuring Tony Orlando
"You're a Lady"
(1972)
"Tie a Yellow Ribbon Round the Ole Oak Tree"
(1973)
"Say, Has Anybody Seen My Sweet Gypsy Rose"
(1973)

"ไทอะเยลโลว์ริบบอนราวด์ดิโอลโอ๊กทรี" (อังกฤษ: Tie a Yellow Ribbon Round the Ole Oak Tree, "(ขอให้)ผูกริบบิ้นสีเหลืองไว้ที่รอบต้นโอ๊กเก่า") เป็นเพลงของดอว์น ร่วมร้องโดยโทนี ออร์แลนโด เขียนโดยเออร์วิน เลวีน และแอล. รัสเซลล์ บราวน์ และโปรดิวซ์โดยแฮงก์ เมเดรสและเดฟ แอปเพลล์ "ไทอะเยลโลว์ริบบอนราวด์ดิโอลโอ๊กทรี" เป็นเพลงดังไปทั่วโลกในปี 1973 ติดอันดับ 1 ทั้งสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร ยาวนาน 4 สัปดาห์ในเดือนเมษายน ค.ศ. 1973 และอันดับ 1 ในชาร์ตออสเตรเลียนาน 7 สัปดาห์ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม 1973 และเป็นซิงเกิ้ลที่ที่ขายดีที่สุดประจำปี 1973 ทั้งในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร

เพลงนี้ยังประสบความสำเร็จบนคลื่นวิทยุเพลงคันทรี ในเวอร์ชันของจอห์นนี คาร์เวอร์ และแบร์รี แมนิโลว์ ในเวอร์ชันของคาร์เวอร์ มีชื่อเรียกง่าย ๆ ว่า "เยลโลว์ริบบอน" ติดท็อป 10 ในชาร์ตบิลบอร์ด ฮอตคันทรีซิงเกิ้ลส์ ในเดือนมิถุนายน 1973 เพลงนี้ได้รับความนิยมอีกครั้งในปี 1981 จากเหตุการณ์ Iranian hostage crisis[1]

เพลงนี้ติดอันดับ 37 ในการจัดอันดับของนิตยสารบิลบอร์ดในหัวข้อ เพลงยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล[2]

ที่มาของเพลง[แก้]

แนวความคิดเริ่มต้นในการผูกริบบอนสีเหลืองเป็นสัญลักษณ์นั้นเกิดขึ้นในศตวรรษที่ 19 ที่หญิงสาวที่ผูกริบบอนสีเหลืองที่ผมเพื่อบ่งบอกถึงการอุทิศให้สามีหรือคนรักในกองทหารม้าของสหรัฐอเมริกา (แต่งในเครื่องยศ) และเพลง "She Wore a Yellow Ribbon" ก็เป็นแรงบันดาลใจให้ภาพยนตร์ในชื่อเดียวกันของจอห์น เวย์น

สัญลักษณ์ริบบอนสีเหลืองเป็นที่รู้จักกันถ้วนหน้าของพลเรือนในคริสต์ทศวรรษ 1970 เป็นการรำลึกถึงการจากไปของคนรัก ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือไปอยู่ในคุก ที่พวกเขาจะเป็นที่ต้อนรับในการกลับบ้านเสมอ ในสิงคโปร์ Singapore Prison Service ได้ใช้ชื่อโครงการว่า เยลโลว์ริบบอน โดยได้แรงบันดาลใจจากเพลงนี้เช่นกัน

ในเดือนตุลาคม 1970 นักหนังสือพิมพ์ พีต ฮามิลล์เขียนบทความลงในนิวยอร์กโพสต์ เรื่อง "Going Home" เกี่ยวกับเด็กนักเรียนมหาวิทยาลัยที่ไปเที่ยวโดยรถบัสไปยังชายหาดในฟอร์ดลอเดอร์เดล และเป็นเพื่อนกับอดีตนักโทษที่มองดูผ้าเช็ดหน้าสีเหลืองบนต้นโอ๊กข้างถนนในบรันส์วิก รัฐจอร์เจีย ซึ่งฮามิลล์ก็อ้างว่าเคยได้ยินเรื่องราวปากต่อปากเช่นนี้มาก่อน

เดือนมิถุนายน 1972 หลังจากนั้น 6 เดือน บทความ "Going Home" ถูกตีพิมพ์อีกครั้ง และเอบีซี-ทีวี ก็ได้ออกอากาศรายการที่แสดงโดยเจมส์ เอิร์ล โจนส์ รับบทเป็นนักโทษที่กลับมา หลังจากนั้นเดือนครึ่ง เออร์วิน เลวีนและ แอล. รัสเซลล์ บราวน์จดลิขสิทธิ์เพลง "ไทอะเยลโลว์ริบบอนราวด์ดิโอลโอ๊กทรี" ผู้เขียนพูดว่าได้ยินเรื่องราวของทหารม้า ขณะที่พีต ฮามิลล์ต้องการฟ้องร้องการละเมิดมา สิ่งหนึ่งที่ทำให้ฮามิลล์ตัดสินใจทำเช่นนี้เพราะ เดือนพฤษภาคม 1993 เพลงนี้ขายได้ 3 ล้านชุดภายในเวลา 3 สัปดาห์ ขณะที่สถานีวิทยุต่างถล่มเล่นเพลงนี้ถึง 3 ล้านครั้ง ในเวลา 17 ปีต่อกัน แต่ฮามิลล์ก็ยกฟ้องไป

ในปี 1979-1980 ขณะที่ทูตอเมริกันถูกจับตัวโดยนักเรียนชาวอิหร่านในสถานทูตอเมริกาที่เมืองเตหะราน โครงการริบบอนสีเหลืองถูกใช้เพื่อสนับสนุนการถูกจับตัว

และในช่วงกลางทศวรรษที่ 1980 เพลงนี้ยังรู้จักกันอย่างกว้างขวางในฟิลิปปินส์ เนื่องจากเป็นสัญลักษณ์ของการที่นางคอราซอน อากีโน นำแนวร่วมปฏิวัติพลังประชาชนโค่นล้มอำนาจเผด็จการของ นายเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส

อ้างอิง[แก้]