ไคลี มิโนก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา


ไคลี มิโนก, เดม
Kylie Minogue Cannes.jpg
ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อจริงไคลี แอนน มิโนก, เดม
ชื่อเล่นไคลี
ชื่ออื่นGoddess of Pop
เกิด28 พฤษภาคม ค.ศ. 1968 (52 ปี)
ที่เกิดเมลเบิร์น, ออสเตรเลีย
แนวเพลงแด๊นส์-ป็อป,ยูโรป็อป,ดิสโก้,ฟังกี้,คลับเฮาส์,อิเล็กทรอนิกส์,บัลลาต,โซปราโน,กอสเปล
อาชีพนักร้อง,นักแต่งเพลง,นักแสดง,นักออกแบบแฟชั่น
ช่วงปี1987 - ปัจจุบัน (นักร้อง)
1979 - ปัจจุบัน (นักแสดง)
ค่ายเพลงMushroom, PWL, Deconstruction, Parlophone, Geffen, Capitol, Roc Nation, Wanner Music
ส่วนเกี่ยวข้องราชกิจจานุเบกษาลอนดอน

วันที่ตีพิมพ์:29 ธันวาคม 2550 เสริม:58557หน้า:11

ประกาศสถาปนาอันดรศักดิ์เซอร์และเดม(A) ซึ่งสมควรได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์แห่งจักรวรรดิบริติช OBE ในสมเด็จพระราชินีนาถอลิษเบธที่2 แห่งเครือจักรภพอังกฤษ สหราชอาณาจักร(E)

(A)https://www.thegazette.co.uk/London/issue/58557/supplement/11/data.htm

(E)https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%A1
เว็บไซต์Kylie.com
ส่วนสูง152 cm.

ไคลี มิโนก, OBE (อังกฤษ: Kylie Minogue) เป็นนักร้อง-นักแต่งเพลงและนักแสดงหญิงสัญชาติออสเตรเลีย-อังกฤษ มีเพลงที่ได้รับความนิยมจำนวนมากในหลายทศวรรษตั้งแต่ในช่วงยุค 80 อย่าง I should Be So Lucky, The Locomotion ยุค90 เช่น Put Yourself In My Place, Step Back In Time ในยุค 2000 อย่าง On A Night Like This, Spinning Around และยุคใหม่ 2010 ที่มีผลงานออกมาอยู่อย่างต่อเนื่องทั้ง อัลบั้ม และ EP เช่น All The Lovers, Get Outta My Way, Time Bomb รวมถึงออกผลงานเพลงร่วมกันกับศิลปินที่มีชื่อเสียงหลายแนวเพลง ล่าสุดร่วมกับ Rapper ชาวอังกฤษ Taio Cruzและ Travie McCoy กับเพลง HIGHER โดยไคลีมีเพลงที่ประสบความสำเร็จสูงสุดเป็นเพลงสัญลักษณ์ประจำตัวของเธอคือ Can't Get You Out Of My Head

ประวัติ[แก้]

ไคลี มิโนก เกิดเมื่อปี 28 พฤษภาคม ค.ศ. 1968 ที่โรงพยาบาลเบ็ธเลเฮม เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย

ไคลีเริ่มเข้าวงการตั้งแต่อายุ 11 ขวบ โดยมีงานแสดงละครโทรทัศน์ในออสเตรเลียเรื่อง Skyways ต่อมาเธอก็รับบทอีกหลายบท รวมทั้งบทชาร์ลีนในเรื่อง Neighbours ในบทชาร์ลีนนี้เองที่ช่วยให้เธอได้บันทึกเสียงเพลง Locomotion งานเก่าของลิทเทิล อีว่า กับสังกัด Mushroom ในออสเตรเลีย และเพลงนี้ก็ฮิตติดชาร์ทอันดับที่ 1 ในออสเตรเลีย

PWL บริษัทของของสต็อค, เอตเค่น และวอเทอร์แมน ทีมโปรดิวเซอร์ชื่อดังในยุคนั้น ที่ปั้นซูเปอร์สตาร์มานักต่อนัก ไม่ว่าจะเป็น Bananarama, Dead Or Alive, Mel And Kim, ริค แอสต์ลีย์, ฯลฯ ได้ร่วมงานกับเธอ

เพลง I Should Be So Lucky ที่ออกจำหน่ายในเดือนสิงหาคม 1987 ครองแชมป์อันดับที่ 1 ในอังกฤษได้ถึง 5 สัปดาห์ และยังเป็นซิงเกิลที่ขายดีที่สุดในอังกฤษ ประจำทศวรรษนั้นอีกด้วย

เธอบันทึกเสียง Locomotion อีกครั้ง คราวนี้สามารถติด Top 10 ทั้งในอเมริกา, ออสเตรเลีย, อังกฤษ และ ยุโรปได้ด้วย PWL ทั้งแต่งเพลง, โปรดิวซ์ จนในที่สุดเธอก็ลาออกจากการเป็นนักแสดงทีวีซีรีส์ เรื่องดัง Neighbours และทุ่มเทเวลาเต็มที่ให้กับงานร้องเพลง

รอยร้าวระหว่าง PWL และ ไคลี่ เริ่มขึ้นราวปี 1990 ไคลี่ เริ่มค้นหาความเป็นตัวเองกับงานชิ้นแรกที่เธอขอทำมิวสิกวิดีโอเองทั้งหมด โดยไม่มี PWL ยื่นมือมาเกี่ยวข้อง ซิงเกิลที่ว่าคือ Better The Devil You Know พออัลบั้ม Let's Go To It ในปี 1991 ไคลี่ เรียกร้องที่จะแต่งเพลงเองบ้าง ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ ไคลี่ ผละจากอก PWL มาอยู่ค่าย ดีคอนสทรัคชั่น ในปี 1993 กับอัลบั้ม Kylie Minogue มี Brothers In Rhythm เป็นแบ็คอัพอย่างดี นอกจากนี้เธอยังได้ร่วมงานกับศิลปินร็อคจาก ออสเตรเลีย นิค เคฟ ในอัลบั้มของเขา Murder Ballads กับซิงเกิล Where The Wild Flowers Grow

ปี 1998 เธอออกอัลบั้มชุดที่ 7 Impossible Princess เธอแต่งเพลงทั้งหมดในอัลบั้มนี้เอง มีแขกรับเชิญอย่าง เจมส์ ดีน แบรดฟีลด์ วง Manic Street Preachers และ Brothers In Rhythm ยังเป็นผู้ร่วมงานหลักของเธออยู่ดี แต่อัลบั้มชุดนี้กลับไม่ประสบความสำเร็จมากที่สุด ตั้งแต่เธอเข้าวงการมา

แต่ไม่นานนัก ไคลี่ก็สามารถกอบกู้ชื่อเสียงได้ทีละเล็กทีละน้อย ด้วยการมีผลงานอื่นอีก เช่น ผลงานเพลงเต้นรำอันเดอร์กราวด์ ที่เธอร่วมงานกับ โทวะ เทอิ (อดีตวง Dee Lite) จากญี่ปุ่น, ร้อง The Reflex คู่กับ เบน ลี ในอัลบั้มนำเอางานเก่าของดูแรน ดูแรน มาทำใหม่, จับคู่ร้องกับ ร็อบบี้ วิลเลียมส์ ในอัลบั้ม Sing When You're Winning ในเพลง Kids แต่การร่วมงานกับ เพตชอปบอยส์ ต่างหากที่ทำให้เธอย้ายค่ายมาอยู่กับ พาร์โลโฟน มีเพลงร้องร่วมกันกับ เพตชอปบอยส์ ในเพลง In Denial

มิถุนายน 2000 กับอัลบั้ม Light Years ซิงเกิล แรก Spinning Around ขึ้นอันดับ 1 ในอังกฤษและออสเตรเลีย เพลงนี้ได้ พอลล่า อับดุล นักร้องเจ้าของ ซิงเกิลฮิตมากมายในยุค 80 เป็นคนแต่งให้

จากนั้น ไคลี่ได้ออกอัลบั้มชุดใหม่ Fever ออกมา โดยออก Can't Get You Out Of My Head เป็นซิงเกิลแรกก่อน เพลงนี้กลายเป็นเพลงฮิต ที่อังกฤษ ได้ถึง 3 สัปดาห์ โดยนักร้องเพลงป๊อปจากยุค 80 แคธี่ เดนิสเป็นผู้ประพันธ์เพลงนี้ เพลงนี้ยังดังข้ามฝั่งไปดัง ติดชาร์ทท็อป10 ในอเมริกาอีกด้วย และยังมีเพลงดังอีกหลายเพลงอย่าง In Your Eyes,Love At First Sight และ Come Into My World

ไคลี่ยังร่วมแสดงในภาพยนตร์หลายต่อหลายเรื่อง ล่าสุดกับ Moulin Rouge ในบท Green Fairy

หลังจากนั้นในปี2003 เธอก็ออกอัลบั้มที่ชื่อว่า Body Language มีเพลงฮิตคือ Slow,Red Blood Woman และChocolate ได้ออกอัลบั้มรวมฮิต Ultimate Kylie และมีเพลงใหม่คือ I Believe In You และ Giving You Up

ไคลี่ออกทัวร์ใหญ่ทั่วโลก คือ Showgirl: The Greatest Hits Tour แต่ก็เกิดเรื่องจนได้ในเดือนพฤษภาคม เมื่อไคลี่ถูกตรวจพบว่าตัวเองเป็นมะเร็งเต้านม จึงต้องรักษาตัวอยู่ที่เมืองเมลเบิร์น ณ ประเทศออสเตรเลีย และจำเป็นต้องงดทัวร์

พฤศจิกายน 2007 ไคลี่กลับมาอีกครั้งกับอัลบั้มใหม่ที่มีชื่อว่า X โดยความหมายได้รวมถึงเป็นอัลบั้มที่ 10 (X คือจำนวนสิบในอักษรลาติน) เริ่มซิงเกิลแรกด้วยเพลง 2 Hearts และในอัลบั้มนี้ยังได้ร่วมร้องกับศิลปินชาวไต้หวัน โจลิน ไซ ในซิงเกิล In My Arms

ในปี 2010 Aphrodite เป็นการกลับมาอีกครั้งที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในภาพลักษณ์เทพธิดา อะโฟนไดร์ตี ที่แสดงออกถึงการเป็นเทพธิดาแห่งความรักที่กำลังสื่อถึงการขึ้นสู่จุดสูงสุดของนักร้องหญิงในระดับตำนานประดับวงการอีกคนหนึ่ง อัลบั้มนี้สามารถขึ้นไปถึง อันดับที่ 19 ในชาร์ต Billboard 200 และ อันดับ 1ในสหราชอาณาจักร โดย ALL THE LOVERS ซิงเกิลแรกสามารถขึ้นไปถึงอันดับ 3, ซิงเกิลที่สอง GET OUTTA MY WAY ไปได้ถึงอันดับที่ 12 และ อันดับ 1 ใน Club Dance Chart และซิงเกิลสุดท้าย BETTER THAN TODAY ไปได้อันดับที่ 32 จากนั้น ได้มีออกซิงเกิ้ลร่วม ในการเปิดตัวอัลบั้ม Rockstarr ของTaio Cruz โดยซิงเกิล HIGHER ได้อันดับที่ 8

ผลงานอัลบั้ม[แก้]

  1. KYLiE (1988)
  2. Enjoy Yourself (1989)
  3. The Rhythm Of Love (1990)
  4. Let's Get To It (1991)
  5. Kylie Minogue (1994)
  6. Impossible Princess (1997)
  7. Light Years (2000)
  8. Fever (2001)
  9. Body Language (2003)
  10. X (ex) (2007)
  11. Aphrodite (2010)
  12. Boom Box : The Time Capsule (2011)
  13. Kiss Me Once (2014)
  14. Golden (2018)
  15. Step Back In Time : The Definitive Collection (2019)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]