โลเพราไมด์
| ข้อมูลทางคลินิก | |
|---|---|
| การอ่านออกเสียง | /loʊˈpɛrəmaɪd/ |
| ชื่อทางการค้า | Imodium, Dicotil, others[1] |
| ชื่ออื่น | R-18553 |
| AHFS/Drugs.com | โมโนกราฟ |
| MedlinePlus | a682280 |
| ระดับความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์ | |
| ช่องทางการรับยา | รับประทาน |
| รหัส ATC | |
| กฏหมาย | |
| สถานะตามกฏหมาย |
|
| ข้อมูลเภสัชจลนศาสตร์ | |
| ชีวประสิทธิผล | 0.3% |
| การจับกับโปรตีน | 97% |
| การเปลี่ยนแปลงยา | ตับ |
| ครึ่งชีวิตทางชีวภาพ | 9–14 ชั่วโมง[2] |
| การขับออก | Faeces (30–40%), urine (1%) |
| ตัวบ่งชี้ | |
| |
| เลขทะเบียน CAS |
|
| PubChem CID | |
| IUPHAR/BPS | |
| DrugBank | |
| ChemSpider | |
| UNII | |
| KEGG | |
| ChEBI | |
| ChEMBL | |
| ECHA InfoCard | 100.053.088 |
| ข้อมูลทางกายภาพและเคมี | |
| สูตร | C29H33ClN2O2 |
| มวลต่อโมล | 477.037 g/mol (513.506 with HCl) g·mol−1 |
| แบบจำลอง 3D (JSmol) | |
| |
| |
| | |
โลเพราไมด์ (Loperamide) หรือชื่อทางการค้าคือ อีโมเดียม (Imodium) เป็นยาลดอาการท้องร่วง[2] มักใช้ในการรักษากระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ, ลำไส้อักเสบเรื้อรัง และกลุ่มอาการลำไส้สั้น เนื่องจากยานี้ทำงานโดยการชะลอการบีบตัวของทางเดินอาหาร[2] จึงไม่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ถ่ายเป็นเลือด สามารถรับยานี้ได้โดยวิธีรับประทาน[2]
ผลข้างเคียงทั่วไปได้แก่ เจ็บตรงช่องท้อง, ท้องผูก, ง่วงนอน, อาเจียน และปากแห้ง ผลข้างเคียงร้ายแรงได้แก่ลำไส้ใหญ่พองตัวและเน่า[2] สตรีให้นมบุตรสามารถใช้ยาชนิดนี้ได้[3] อย่างไรก็คาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ายานี้เหมาะสมต่อสตรีมีครรภ์หรือไม่ แต่ที่ผ่านมายังไม่เคยมีประวัติในเชิงลบ[4]
โลเพราไมด์ถูกค้าพบในปี ค.ศ. 1969 และเริ่มใช้เป็นยาในปี ค.ศ. 1976[5] ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหนึ่งในยาหลักขององค์การอนามัยโลก[6] ปัจจุบันมีวางจำหน่ายในฐานะยาสามัญที่มีราคาไม่แพง[2][7]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Drugs.com International brands for loperamide Page accessed Sept 4, 2015
- 1 2 3 4 5 6 "Loperamide Hydrochloride". The American Society of Health-System Pharmacists. สืบค้นเมื่อ ส.ค. 25, 2015.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Loperamide use while Breastfeeding". สืบค้นเมื่อ 26 สิงหาคม 2015.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Prescribing medicines in pregnancy database". Australian Government. 3 มีนาคม 2014. สืบค้นเมื่อ 22 เมษายน 2014.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Patrick, Graham L. (2013). An introduction to medicinal chemistry (พิมพ์ครั้งที่ Fifth edition.). Oxford: Oxford University Press. น. 644. ISBN 9780199697397.
- ↑ "WHO Model List of Essential Medicines (19th List)" (PDF). World Health Organization. เมษายน 2015. สืบค้นเมื่อ 8 ธันวาคม 2016.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Hamilton, Richard J. (2013). Tarascon pocket pharmacopoeia (พิมพ์ครั้งที่ 14). [Sudbury, Mass.]: Jones & Bartlett Learning. น. 217. ISBN 9781449673611.