โรซา ลุคเซิมบวร์ค

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
โรซา ลุคเซิมบวร์ค
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 5 มีนาคม ค.ศ. 1871
ซามอชช์, วิสทูลาแลนด์, จักรวรรดิรัสเซีย
เสียชีวิต 15 มกราคม ค.ศ. 1919 (47 ปี)
เบอร์ลิน, สาธารณรัฐไวมาร์
พลเมือง เยอรมัน
พรรคการเมือง พรรคกรรมาชีพ, พรรคสังคมนิยมประชาธิปไตยแห่งราชอาณาจักรโปแลนด์และลิทัวเนีย, พรรคสังคมนิยมประชาธิปไตยแห่งเยอรมนี, พรรคสังคมประชาธิปไตยอิสระแห่งเยอรมนี, พันธมิตรสปาตาคัส, พรรคคอมมิวนิสต์แห่งเยอรมนี
คู่สมรส กุสทัฟ ลือเบ็ค
Domestic partner เลโอ โยกีเฮส
ความสัมพันธ์ เอลีอัช ลุคเซิมบวร์ค (พ่อ)
ลีเนอ เลอเวินชไตน์ (แม่)
วิชาชีพ นักปฏิวัติ
ศาสนา ไม่มีศาสนา
(เดิม ศาสนายูดาห์)

โรซา ลุคเซิมบวร์ค (เยอรมัน: Rosa Luxemburg; โปแลนด์: Róża Luksemburg; 5 มีนาคม ค.ศ. 1871[1] – 15 มกราคม ค.ศ. 1919) เป็นชาวโปแลนด์ที่เป็นนักทฤษฎีมาร์กซิสม์ นักปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์ และนักเคลื่อนไหวต่อต้านสงคราม และนักปฏิวัติสังคมนิยมซึ่งได้กลายเป็นพลเมืองสัญชาติเยอรมัน เมื่ออายุ 28 ปี เธอได้เป็นสมาชิกของพรรคสังคมประชาธิปไตยในราชอาณาจักรโปแลนด์และลิทัวเนีย(SDKPiL), พรรคประชาธิปไตยสังคมแห่งเยอรมนี (SPD), พรรคสังคมประชาธิปไตยอิสระเยอรมนี(USPD) และพรรคคอมมิวนิสต์แห่งเยอรมนี(KPD)

ในปี ค.ศ. 1915 ภายหลังจากพรรค SPD ได้สนับสนุนเยอรมันในการเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เธอและคาร์ล ลีบค์เน็คท์ร่วมกันก่อตั้งสันนิบาติสปาร์ตาคัส(Spartakusbund) ในการต่อต้านสงคราม, ซึ่งท้ายที่สุดได้กลายเป็นพรรค KPD ในช่วงการปฏิวัติพฤศจิกายน เธอได้ร่วมก่อตั้งหนังสือพิมพ์ที่ชื่อว่า Die Rote Fahne ("ธงสีแดง") หัวใจหลักสำคัญของขบวนการสปาตาคิสต์

เธอได้พิจารณาว่าการก่อการกำเริบสปาตาคิสต์ ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1919 นับเป็นความผิดพลาด[2] แต่ก็ได้สนับสนุนให้เป็นเหตุการณ์ที่เปิดเผย รัฐบาลของพรรคประชาธิปไตยสังคมนิยมที่มีเสียงข้างมากของฟรีดริช เอเบิร์ทได้ทำการกวาดล้างการก่อกบฏและสปาร์ตาคุสบูนด์โดยส่งกองกำลังไฟร์คอรพ์ (กลุ่มกองกำลังกึ่งทหารที่รัฐบาลให้การสนับสนุนซึ่งประกอบไปด้วยทหารผ่านศึกในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง) ทหารไฟร์คอรพ์ได้เข้าจับกุมและประหารชีวิตอย่างรวบรัดต่อลุคเซิมบวร์คและลีบค์เน็คท์ ในช่วงการก่อกบฏ ร่างของลุคเซิมบวร์คถูกโยนลงในคลองลันด์เวร์(Landwehr)ในกรุงเบอร์ลิน

เนื่องจากเธอได้ชี้เห็นถึงคำวิพากษ์วิจารณ์ทั้งพวกเลนินลิสต์และโรงเรียนประชาธิปไตยสังคมปานกลางของสังคมนิยม ลุคเซิมบวร์คได้มีการตอบรับค่อนข้างสับสนในหมู่นักวิชาการและนักทฤษฏีของการเมืองฝ่ายซ้าย[3] อย่างไรก็ตาม, ลุคเซิมบวร์คและลีบค์เน็คท์ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางในฐานะมรณสักขีพยานคอมมิวนิสต์โดยเยอรมนีตะวันออกที่มีระบอบคอมมิวนิสต์[4] สำนักงานสหพันธรัฐเพื่อการคุ้มครองรัฐธรรมของเยอรมันได้จดบันทึกว่า การเคารพบูชาต่อโรซา ลุคเซิมบวร์คและคาร์ล ลีบค์เน็คท์ได้เป็นประเพณีที่สำคัญของพวกเยอรมันฝ่ายซ้ายสุดโต่ง[5]

อ้างอิง[แก้]

  1. Luxemburg biography at marxists.org
  2. Frederik Hetmann: Rosa Luxemburg. Ein Leben für die Freiheit, p. 308
  3. Leszek Kołakowski ([1981], 2008), Main Currents of Marxism, Vol. 2: The Golden Age, W. W. Norton & Company, Ch III: "Rosa Luxemburg and the Revolutionary Left"
  4. Gedenken an Rosa Luxemburg und Karl Liebknecht – ein Traditionselement des deutschen Linksextremismus (PDF). BfV-Themenreihe. Cologne: Federal Office for the Protection of the Constitution. 2008. Archived from the original (PDF) on 13 December 2017.
  5. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Verfassungsschutz2