ข้ามไปเนื้อหา

โขดหินอุลูรู

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โขดหินอุลูรู
หินแอร์ซ
จุดสูงสุด
ความสูง863 เมตร (2,831 ฟุต)
ความสูง
ส่วนยื่นจากฐาน
348 เมตร (1,142 ฟุต)
พิกัด25°20′42″S 131°02′10″E / 25.34500°S 131.03611°E / -25.34500; 131.03611
ชื่อ
ชื่อท้องถิ่นUluṟu (Pitjantjatjara)
ข้อมูลทางภูมิศาสตร์
แผนที่
ข้อมูลทางธรณีวิทยา
อายุหิน550–530 Ma
ประเภทภูเขาเขาโดด
ประเภทหินArkose
ชื่อทางการอุทยานแห่งชาติ Uluṟu-Kata Tjuṯa
เกณฑ์พิจารณาv, vi, vii, ix
อ้างอิง447
ขึ้นทะเบียน1987 (สมัยที่ 11)

โขดหินอุลูรู (อังกฤษ: Uluru, /ˌləˈr/; Pitjantjatjara: Uluṟu [ˈʊlʊɻʊ]) หรือเรียกอีกอย่างได้ว่า หินแอร์ซ (Ayers Rock, /ˈɛərz/) และระบุอย่างเป็นทางการเป็น อุลูรู  / หินแอร์ซ[1] เป็นหินทรายขนาดใหญ่

โขดหินอุลูรู ตั้งอยู่ในตอนกลางของประเทศออสเตรเลีย เป็นโขดหินขนาดใหญ่ที่โผล่จากพื้นดินโดดๆซึ่งสามารถมองเห็นได้ไกลกว่า 100 กิโลเมตร มีขนาดความสูง 348 เมตร เส้นรอบวงที่ฐานวัดได้ 9 กิโลเมตร จัดได้ว่าเป็นโขดหินที่ใหญ่ทีสุดในโลก ลักษณะเป็นหินทรายสีแดงเป็นหินอาร์โคส มีปริมาณแร่ฟันม้าหรือแร่เฟลด์สปาร์อยู่มาก มีสภาพการกัดเซาะของฝนและลมตามธรรมชาติ มีถ้ำและแอ่งน้ำ บริเวณผิวนอกของหินโดนความร้อนจากแสงอาทิตย์ ทำให้เกินผิวนอกแตกหลุดออกเป็นสะเก็ดและร่วมลงมาที่พื้นทับถมกันเป็นกำแพงภูเขาขนาดใหญ่ สีสันของหินเปลี่ยนแปลงตามเวลาซึ่งในแต่ละช่วงมีสีแตกต่างกัน ในตอนกลางวันแสงอาทิตย์เจิดจ้าทำให้มีแดง แต่พอตกเย็นสีสันจะเปลี่ยนเป็นสีม่วง

ชื่อ

[แก้]

Aṉangu ท้องถิ่น ซึ่งเป็นชาว Pitjantjatjara เรียกสถานที่นี้ว่า อุลุรุ (Uluṟu, Pitjantjatjara: [ʊlʊɻʊ]) คำนี้เป็นวิสามานยนามที่ไม่มีความหมายเฉพาะในสำเนียง Pitjantjatjara แม้ว่ามีการใช้ชื่อนี้เป็นชื่อตระกูลท้องถิ่นโดยเจ้าของดั้งเดิมอาวุโสแห่งอุลูรูก็ตาม[2]

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ค.ศ. 1873 ผู้สำรวจ William Gosse มองดูสถานที่นี้และตั้งชื่อเป็น หินแอร์ซ เพื่ออุทิศแด่เซอร์ เฮนรี แอร์ซ เสนาเอกแห่งเซาท์ออสเตรเลียในขณะนั้น[3]

ใน ค.ศ. 1993 เริ่มมีการใช้นโยบายชื่อคู่ ซึ่งอนุญาตให้ชื่อทางการระบุด้วยชื่อออสเตรเลียดั้งเดิม (ในภาษา Pitjantjatjara, Yankunytjatjara และภาษาท้องถิ่นอื่น ๆ) กับชื่อภาษาอังกฤษ โดยในวันที่ 15 ธันวาคม ค.ศ. 1993 จุงมีการเปลี่ยนชื่อเป็น "หินแอร์ซ / อุลูรู" ถือเป็นสถานที่แรกที่มีชื่อคู่ในนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี จากนั้นจึงย้อนลำดับชื่อไปเป็น "อุลูรู / หินแอร์ซ" ในวันที่ 6 พฤศจิกายน ค.ศ. 2002 ตามคำขอจาก Regional Tourism Association ในอลิซสปริงส์[4]

การกำเนิดของโขดหิน

[แก้]

โขดหินอุลูรูจริงๆแล้วเป็นส่วนหนึ่งของยอดเขา ซึ่งจมอยู่ใต้ดินลึกลงไปถึง 6 กิโลเมตร โดยโขดหินนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของพื้นมหาสมุทรเมื่อประมาณ 550 ล้านปีที่แล้วตรงใจกลางทวีปออสเตรเลีย ต่อมาน้ำในมหาสมุทรลดลง เปลือกโลกก็เคลื่อนตัวดันให้โขดหินโผล่ขึ้นมา

ความเชื่อของชาวอะบอริจินี

[แก้]

ตำนานของชาวอะบอริจินีกล่าวไว้ว่าโขดหินอุรูลูเป็นภูมิประเทศเส้นทางแห่งความฝัน บรรพบุรุษสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยจูคูร์ปา (ยุคแห่งช่วงฝัน) ซึ่งเป็นพื้นพิภพกำลังก่อตัว ในยุคนั้นบริเวณแถบโขดหินอุลูรูเป็นถิ่นของมนุษย์ครึ่งกระต่ายครึ่งจิงโจ้และมนุษย์งูคาร์เป็ต ครั้งหนึ่งมนุษย์งูคาร์เป็ตถูกมนุษย์งูพิษรุกรานซึ่งพวกมนุษย์งูพิษเป็นศัตรูจากแดนใต้ และพวกมนุษย์ครึ่งกระต่ายครึ่งจิงโจ้ก็ได้เข้ามาช่วยเหลือมนุษย์งูคาร์เป็ต โดยหัวหน้าเผ่ามนุษย์ครึ่งกระต่ายครึ่งจิงโจ้โดยเจ้าแม่บูลาริก็ได้เป่าพิษร้ายแห่งความตายและเชื้อโรคเข้าใส่ศัตรู นอกจากนี้ยังมีตำนานที่เล่ากันอีกว่ามนุษย์ครึ่งกระต่ายครึ่งจิงโจ้นี้ได้ถูกศัตรูรุกรานโดยการปล่อยหมาป่าดิงโก้ ออกมากัด แต่โชคดีที่มนุษย์ครึ่งกระต่ายหลบหนีได้เพราะสามารถกระโดดได้ไกลกว่า และปัจจุบันนี้ชาวอะบอริจินีเชื่อว่าร่างของมนุษย์ครึ่งงูพิษถูกสาปให้กลายเป็นโขดหินอุลูรู และรอยน้ำไหลที่ด้านหนึ่งของหินเป็นรอยเลือด ส่วนรอยเท้ามนุษย์ครึ่งกระต่ายครึ่งจิงโจ้นั้นที่ทิ้งไว้ขณะวิ่งหนีศัตรูได้กลายเป็นถ้ำทั้งหลายที่ฐานโขดหิน

อ้างอิง

[แก้]
  1. "Place Names Register Extract: Uluru / Ayers Rock". Northern Territory Place Names Register. Northern Territory Government. 6 November 2002. สืบค้นเมื่อ 12 July 2013.
  2. Issacs, Jennifer (1980). Australian Dreaming: 40,000 Years of Aboriginal History. Sydney: Lansdowne Press. pp. 40–41. ISBN 0-7018-1330-X. OCLC 6578832.
  3. "Uluṟu-Kata Tjuṯa National Park – Early European history". Australian Department of the Environment and Water Resources. สืบค้นเมื่อ 7 October 2008.
  4. "Dual Naming of Features". NT.gov.au. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 12 November 2019. สืบค้นเมื่อ 8 October 2017.
บรรณานุกรม

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]

วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ Uluru