ข้ามไปเนื้อหา

แฮโลเพริดอล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แฮโลเพริดอล
ข้อมูลทางคลินิก
การอ่านออกเสียงแฮ-โล-เพ-ริ-ดอล
ชื่อทางการค้าHaldol
AHFS/Drugs.comโมโนกราฟ
MedlinePlusa682180
ระดับความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์
  • AU: C
  • US: C (ยังไม่ชี้ขาด)
    ช่องทางการรับยากิน, ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ, ฉีดเข้าหลอดเลือดดำ
    รหัส ATC
    กฏหมาย
    สถานะตามกฏหมาย
    ข้อมูลเภสัชจลนศาสตร์
    ชีวประสิทธิผล60–70% (กิน)[1]
    การจับกับโปรตีน~90%[1]
    การเปลี่ยนแปลงยาLiver-mediated[1]
    ครึ่งชีวิตทางชีวภาพ14–26 ชั่วโมง (ฉีดเข้าหลอดเลือด), 20.7 ชั่วโมง (ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ), 14–37 ชั่วโมง (กิน)[1]
    การขับออกBiliary (hence in feces) and in urine[1][2]
    ตัวบ่งชี้
    • 4-[4-(4-Chlorophenyl)-4-hydroxypiperidin-1-yl]-1-(4-fluorophenyl)butan-1-one
    เลขทะเบียน CAS
    PubChem CID
    IUPHAR/BPS
    DrugBank
    ChemSpider
    UNII
    KEGG
    ChEBI
    ChEMBL
    ECHA InfoCard100.000.142
    ข้อมูลทางกายภาพและเคมี
    สูตรC21H23ClFNO2
    มวลต่อโมล375.9 g/mol g·mol−1
    แบบจำลอง 3D (JSmol)
    • c1cc(ccc1C(=O)CCCN2CCC(CC2)(c3ccc(cc3)Cl)O)F
    • InChI=1S/C21H23ClFNO2/c22-18-7-5-17(6-8-18)21(26)11-14-24(15-12-21)13-1-2-20(25)16-3-9-19(23)10-4-16/h3-10,26H,1-2,11-15H2 checkY
    • Key:LNEPOXFFQSENCJ-UHFFFAOYSA-N checkY
      (verify)
    สารานุกรมเภสัชกรรม

    แฮโลเพริดอล (Haloperidol) หรือชื่อทางการค้าคือ แฮลดอล (Haldol) เป็นยาระงับอาการทางจิต[3] ใช้ในการรักษาโรคจิตเภท, รักษาอาการทิสท์ในผู้ป่วยโรคทูเร็ตต์, รักษาอาการฟุ้งพล่านในผู้ป่วยโรคอารมณ์สองขั้ว, รักษาอาการคลื่นไส้และอาเจียน, รักษาอาการเพ้อ, รักษาภาวะกายใจไม่สงบ, รักษาโรคจิตฉับพลันและอาการประสาทหลอนในผู้ป่วยโรคสั่นเพ้อเหตุขาดสุรา[3][4][5] สามารถรับยาได้โดยการกิน ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ หรือฉีดเข้าหลอดเลือดดำ[3] โดยทั่วไปจะออกฤทธิภายใน 30-60 นาที[3]

    การใช้ยาแฮโลเพริดอลอาจก่อให้เกิดความผิดปกติในการเคลื่อนไหวที่เรียกว่าอาการยึกยือ (Tardive dyskinesia) ซึ่งจะเป็นอย่างถาวร[3] นอกจากนี้ อาจมีเกิดกลุ่มอาการร้ายแรงจากสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท (Neuroleptic malignant syndrome) ได้ด้วยเช่นกัน[3] ทั้งนี้ การใช้ยานี้ในผู้ป่วยสูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมจะเพิ่มความเสี่ยงการเสียชีวิต[3] การใช้ยานี้ในระหว่างตั้งครรภ์อาจก่อปัญหาต่อทารกตามมา[3][6] ผู้ป่วยโรคพาร์คินสันควรงดใช้ยานี้[3]

    ยาแฮโลเพริดอลถูกค้นพบในปีค.ศ. 1958 โดยแพทย์ชาวเบลเยียม พอล ยานส์เซน (Paul Janssen)[7] และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นยาหลักขององค์การอนามัยโลก[8]

    อ้างอิง

    [แก้]
    1. 1 2 3 4 5 Kudo, S; Ishizaki T (December 1999). "Pharmacokinetics of haloperidol: an update". Clinical Pharmacokinetics. 37 (6): 435–56. doi:10.2165/00003088-199937060-00001. PMID 10628896.
    2. "Product Information Serenace" (PDF). TGA eBusiness Services. Aspen Pharma Pty Ltd. 29 September 2011. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 14 March 2017. สืบค้นเมื่อ 29 May 2014.
    3. 1 2 3 4 5 6 7 8 9 "Haloperidol". The American Society of Health-System Pharmacists. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2015-01-02. สืบค้นเมื่อ 2 January 2015.
    4. Schuckit, MA (27 November 2014). "Recognition and management of withdrawal delirium (delirium tremens)". The New England Journal of Medicine. 371 (22): 2109–13. doi:10.1056/NEJMra1407298. PMID 25427113.
    5. Plosker, GL (1 July 2012). "Quetiapine: a pharmacoeconomic review of its use in bipolar disorder". PharmacoEconomics. 30 (7): 611–31. doi:10.2165/11208500-000000000-00000. PMID 22559293.
    6. "Prescribing medicines in pregnancy database". Australian Government. 3 March 2014. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 8 April 2014. สืบค้นเมื่อ 2 January 2015.
    7. Sneader, Walter (2005). Drug discovery : a history (Rev. and updated ed.). Chichester: Wiley. p. 124. ISBN 978-0-471-89979-2. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2015-12-08.
    8. "WHO Model List of Essential Medicines (19th List)" (PDF). World Health Organization. April 2015. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 13 December 2016. สืบค้นเมื่อ 8 December 2016.