แหวนของนีเบอลุง

แหวนของนีเบอลุง หรือชื่อเยอรมันคือ แดร์ริงเด็สนีเบอลุงเงิน (เยอรมัน: Der Ring des Nibelungen) เป็นปกรณัมชุดของริชชาร์ท วากเนอร์ คีตกวีชาวเยอรมันซึ่งใช้เวลาประพันธ์ยาวนาถึง 26 ปี ตั้งแต่ปี 1848 จนถึง 1874 โดยมีเค้าโครงเรื่องมาจากเทวตำนานนอร์สและมหากาพย์ นีเบอลุงเงินลีท
วากเนอร์แต่งอุปรากรเรื่องนี้ขึ้นมาด้วยความมั่นหมายให้เป็น "สมบูรณศิลปกรรม" (Gesamtkunstwerk) หมายถึงเป็นศิลปกรรมที่มีความสมบูรณ์แบบเบ็ดเสร็จทุกด้าน ความมุ่งหมายของเขาประสบผลสำเร็จอย่างงดงาม แหวนของนีเบอลุง ไม่เพียงเป็นอุปรากรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเยอรมัน แต่ยังเป็นอุปรากรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกจนได้รับยกย่องเป็น "มหาอุปรากร" (Großoper)
อุปรากรเรื่องนี้ต้องใช้เวลาแสดงกว่าสิบห้าชั่วโมง ประกอบด้วยสี่ภาค ผู้แต่งระบุว่าเป็นบุพภาคและไตรภาค อันได้แก่:
- Das Rheingold (ขุมทองลำน้ำไรน์)
- Die Walküre (ธิดาวัลคือเรอ)
- Siegfried (ซีคฟรีท)
- Götterdämmerung (เทวาอัสดง)
แหวนของนีเบอลุง มีเรื่องราวเกี่ยวกับคนแคระเผ่านีเบอลุงกับแหวนวิเศษ, การเนรเทศวัลคือเรอนามว่าบรึนฮิลเดอ,โศกนาฏกรรมของซีคฟรีทกับบรึนฮิลเดอ และการล่มสลายของโลกเก่า
ตัวละคร
[แก้]| ทวยเทพ | มนุษย์ | วัลคือเรอ | อื่นๆ |
|---|---|---|---|
|
บุตรแห่งเว็ลเซอ (Wälsung)
ตระกูลไนดิง (Neiding)
นครกีบิชชุง (Gibichung)
|
|
นางอัปสรแม่น้ำไรน์
คนแคระนีเบอลุง |
เนื้อเรื่อง
[แก้]บุพภาค: ขุมทองลำน้ำไรน์
[แก้]ดัสไรน์ก็อลท์ เปิดม่าน ณ ใต้แม่น้ำไรน์ เมื่อคนแคระชื่อว่าอัลเบอริช ถูกนางอัปสรผู้เฝ้าทองคำแห่งแม่น้ำไรน์หยอกล้อและดูถูก จึงสาปแช่งความรักเพื่อชิงทองคำศักดิ์สิทธิ์ไปหลอมเป็นแหวนครองพิภพ ตัดมาที่สรวงสวรรค์ จอมเทพโวทัน กำลังเผชิญวิกฤตจากการติดค้างค่าจ้างต่อยักษ์สองพี่น้องชื่อว่าฟาโซลท์และฟาฟเนอร์ ผู้รับเหมาสร้างปราสาทวัลฮัลลา ซึ่งกำหนดราคาตอบแทนเป็นสุริยเทพีไฟรอา การสูญเสียนางทำให้ทวยเทพเริ่มแก่ชราเพราะขาดแอปเปิลทองคำอมตะ อัคคีเทพโลเกอจึงเสนอให้ออกชิงทองคำของอัลเบอริชมาเป็นค่าไถ่แทน
โวทันและโลเกอลงสู่นครใต้ดินและใช้เล่ห์กลหลอกล่อจนจับตัวอัลเบอริชได้สำเร็จ พร้อมชิงขุมทรัพย์ หมวกจำแลงกาย และแหวนวิเศษมาครอบครอง ทำให้อัลเบอริชโกรธแค้นและประกาศ "สาปแช่งแหวน" ให้ผู้ครอบครองต้องพบจุดจบด้วยความตาย แม้โวทันจะอาลัยในอำนาจแหวน แต่เมื่อเทพีแอร์ดาปรากฏกายเตือนถึงวันสิ้นสวรรค์ เขาจึงจำใจสละแหวนให้พวกยักษ์ คำสาปแผลงฤทธิ์ทันทีเมื่อฟาฟเนอร์สังหารพี่ชายเพื่อชิงแหวนและหนีไปจำแลงกายเป็นมังกรเฝ้าสมบัติ ภาคนี้จบลงด้วยทวยเทพก้าวย่างข้ามสะพานสายรุ้งเข้าสู่วัลฮัลลาอย่างสง่างาม ท่ามกลางเสียงคร่ำครวญของธิดาอัปสรที่สูญเสียทองคำและรอยยิ้มเย้ยหยันของโลเกอถึงจุดจบของสวรรค์ที่กำลังจะมาถึง
ภาคหนึ่ง: ธิดาวัลคือเรอ
[แก้]ท่ามกลางพายุฝนโหมแรง ชายหนุ่มชื่อว่าซีคมุนด์หลบหนีการตามล่าจนมาถึงกระท่อมหลังหนึ่ง เขาพบกับนางซีคลินเดอ เป็นภรรยาของฮุนดิงเจ้าของกระท่อม ทั้งคู่สัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดลึกซึ้ง ก่อนตระหนักได้ว่าพวกตนคือสองพี่น้องฝาแฝดสายเลือดเว็ลซุงที่พลัดพราก และพากันหลบหนีไปพร้อมกับ "ดาบโนทุง" ที่ซีคมุนด์ดึงออกมาจากต้นไม้ยักษ์กลางกระท่อม แต่โชคชะตากลับถูกแทรกแซงเมื่อเทพีฟริกกาบีบบังคับให้จอมเทพโวทันต้องสังเวยชีวิตบุตรชายเพื่อผดุงกฎเกณฑ์แห่งสวรรค์ แม้บรึนฮิลเดอ ธิดาวัลคือเรอจะพยายามขัดโองการจอมเทพเพื่อปกป้องความรักของมนุษย์ แต่ท้ายที่สุดโวทันก็ต้องจำใจทำลายดาบวิเศษและปล่อยให้ซีคมุนด์ถูกฮุนดิงฆ่าตายในการประลอง
บรึนฮิลเดอตัดสินใจพาซีคลินเดอผู้กำลังตั้งครรภ์หลบหนีไปพร้อมเศษดาบที่แตกละเอียด พร้อมมอบคำพยากรณ์ถึงวีรบุรุษ "ซีกฟรีท" ที่จะถือกำเนิดขึ้นมาไถ่ถอนมวลมนุษย์ ภาคนี้จบลงด้วยฉากการลงทัณฑ์อันแสนโศกเศร้า เมื่อโวทันต้องเนรเทศบรึนฮิลเดอออกจากสภาเทพและสาปให้นางเข้าสู่ห้วงนิทราบนยอดเขาที่ล้อมรอบด้วยปราการเพลิงอมตะ เพื่อรอคอยเพียงวีรบุรุษผู้ไร้ความกลัวที่จะข้ามผ่านเปลวไฟมาปลุกนางให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง
ภาคสอง : ซีคฟรีท
[แก้]ซีคฟรีท วีรบุรุษหนุ่มแห่งเผ่าเวิลซุงผู้ไม่รู้จักความกลัว เติบโตภายใต้การดูแลของมีเมอ คนแคระผู้หวังใช้เขาเป็นเครื่องมือชิงแหวนจากมังกร เมื่อมีเมอไร้ปัญญาประสานดาบโนทุงที่หักสะบั้น ซีคฟรีทจึงหลอมเศษเหล็กศักดิ์สิทธิ์ขึ้นใหม่ด้วยพละกำลังและเจตจำนงของตนเองจนสำเร็จ เขาเดินทางสู่ถ้ำมังกรและปลิดชีพฟาฟเนอร์ลง การได้ลิ้มรสเลือดมังกรทำให้เขารู้ภาษาวิหกและอ่านใจผู้อื่นได้ มีเมอคิดวางยาพิษเขา เขาจึงสังหารคนแคระเจ้าเล่ห์และครอบครองแหวนกับหมวกวิเศษ จากนั้น ซีคฟรีทมุ่งหน้าสู่ยอดเขาที่ล้อมด้วยกำแพงเพลิงตามคำแนะนำของนกป่า ระหว่างทางเขาเผชิญหน้ากับนักพเนจร และใช้ดาบโนทุงฟาดหอกศักดิ์สิทธิ์ของจอมเทพจนหักสะบั้น เป็นสัญญาณสิ้นสุดอำนาจเก่าของทวยเทพเหนือมวลมนุษย์ เขาฝ่ากำแพงเพลิงไปพบร่างที่หลับใหลของบรึนฮิลเดอ ซีคฟรีทปลุกนางด้วยจุมพิตและได้เรียนรู้ "ความกลัว" เป็นครั้งแรกผ่านอานุภาพแห่งความรัก ทั้งสองตกลงครองคู่พร้อมเผชิญหน้ากับโชคชะตาที่กำลังจะล่มสลายในวันอวสานแห่งทวยเทพ
ภาคสาม: เทวาอัสดง
[แก้]ซีคฟรีทและบรึนฮิลเดอครองรักกันท่ามกลางความเงียบสงบ อดีตวัลคือเรอได้ถ่ายทอดสรรพวิชาและปัญญาศักดิ์สิทธิ์ให้แก่วีรบุรุษหนุ่ม แต่ด้วยจิตวิญญาณของนักรบที่มิอาจหยุดนิ่ง ซีคฟรีทจึงปรารถนาจะออกไปพิสูจน์ความกล้าหาญและสร้างวีรกรรมใหม่ในโลกกว้าง โศกนาฏกรรมอุบัติขึ้นเมื่อซีคฟรีทเดินทางมาถึงนครกีบิชชุง เสนาบดีผู้โหยหาอำนาจนามว่าฮาเกิน บุตรแห่งอัลเบอริช ได้วางอุบายปรุงยาเสน่ห์ให้ซีคฟรีทดื่มจนลืมเลือนบรึนฮิลเดอไปสิ้น ซีคฟรีทที่ถูกมนต์สะกด ยอมแต่งงานเป็นน้องเขยของกษัตริย์ และร่วมมือกับกษัตริย์กุนเธอร์เพื่อชิงตัวบรึนฮิลเดอร์มาเป็นชายากษัตริย์ บรึนฮิลเดอผู้แตกสลายด้วยความแค้นจึงร่วมมือกับฮาเกินวางแผนสังหารซีคฟรีทจนเสียชีวิต
เมื่อความจริงกระจ่างว่าทุกอย่างคือเล่ห์กลของคนแคระ บรึนฮิลเดอจึงตัดสินใจยุติวงจรแห่งคำสาปและกิเลสทั้งปวง นางสั่งให้ก่อกองฟืนขนาดมหึมาเพื่อเผาศพคนรัก ก่อนจะควบม้ากระโจนเข้าสู่กองกูณฑ์เพื่อติดตามเขาไปสู่นิรันดร์และชำระล้างแหวนด้วยเปลวเพลิงแห่งการเสียสละ อานุภาพแห่งไฟลุกลามไปถึงวัลฮัลลา แผดเผาเหล่าเทพและวิหารศักดิ์สิทธิ์จนวอดวาย ขณะที่แม่น้ำไรน์เอ่อท้นขึ้นมาเพื่อรับแหวนคืนสู่ธรรมชาติ ปิดฉากยุคสมัยของทวยเทพที่ล่มสลายลงท่ามกลางเถ้าถ่าน เพื่อเปิดทางให้โลกของมนุษย์ที่ขับเคลื่อนด้วยความรักได้อุบัติขึ้นใหม่จากซากปรักหักพังของอำนาจเก่า
อิทธิพล
[แก้]แหวนของนีเบอลุง เป็นแรงบันดาลใจและมีอิทธิพลอย่างมหาศาลต่อเจ. อาร์. อาร์. โทลคีน ในการแต่งปกรณัมชุดมิดเดิลเอิร์ธ
ดนตรีจากช่วงโหมโรง และฉากที่ 1 ("Hojotoho! Heiaha") องก์ที่ 3 ของภาคDie Walküre มีท่วงทำนองที่ได้รับความนิยม มีชื่อเรียกว่า "วัลคือเรินรีท" (Walkürenritt) หรือ "รีทแดร์วัลคือเริน" (Ritt der Walküren) ออกบรรเลงครั้งแรกเมื่อ ค.ศ. 1870 ที่มิวนิก เป็นตอนที่บรรดาวัลคือเรอพี่สาวของบรึนฮิลเดอจำนวนสี่นางบินรวมกลุ่มกัน ดนตรีท่อนนี้เป็นที่นิยมนำมาบรรเลงซ้ำในวัฒนธรรมสมัยนิยม เช่น นำไปบรรเลงประกอบภาพยนตร์ เดอะ เบิร์ธ ออฟ อะ เนชั่น ในค.ศ. 1915[1] และฉากเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพสหรัฐโจมตีหมู่บ้านเวียดกงในภาพยนตร์ อะโพคาลิปส์นาว ใน ค.ศ. 1979[2]
อ้างอิง
[แก้]ข้อมูล
[แก้]- Burbidge, Peter; Sutton, Richard (1979). The Wagner Companion. London. ISBN 0571114504.
- Cooke, Deryck (2000). I Saw the World End: A Study of Wagner's Ring. New York: Oxford University Press. ISBN 0193153181.
- Fifield, Christopher (2005). Ibbs and Tillett: The Rise and Fall of a Musical Empire. London: Ashgate. ISBN 978-1840142907.
- Magee, Bryan (2001). The Tristan chord: Wagner and Philosophy. Metropolitan Books. ISBN 0805067884.
- Mendelssohn, Fanny (1987). Marcia Citron (บ.ก.). Letters of Fanny Hensel to Felix Mendelssohn. Pendragon Press. ISBN 978-0-918728-52-4.
- Millington, Barry (2008). "Der Ring des Nibelungen: conception and interpretation". ใน Grey, Thomas S. (บ.ก.). The Cambridge Companion to Wagner. Cambridge Companions to Music. Cambridge University Press. pp. 74–84. ISBN 978-0521644396.
- Shaw, George Bernard (1898). The Perfect Wagnerite. สืบค้นเมื่อ 2017-04-29 – โดยทาง Project Gutenberg.
- Wagner, Richard (1994). The Art Work of the Future, and other works ("A Communication to My Friends" is on pp. 269–392.). แปลโดย William Ashton Ellis. Lincoln and London. ISBN 978-0803297524.
อ่านเพิ่ม
[แก้]- Besack, Michael, The Esoteric Wagner – an introduction to Der Ring des Nibelungen, Berkeley: Regent Press, 2004 ISBN 9781587900747.
- Di Gaetani, John Louis, Penetrating Wagner's Ring: An Anthology. New York: Da Capo Press, 1978. ISBN 9780306804373.
- Gregor-Dellin, Martin, (1983) Richard Wagner: His Life, His Work, His Century. Harcourt, ISBN 0151771510.
- Holman, J. K. Wagner's Ring: A Listener's Companion and Concordance. Portland, Oregon: Amadeus Press, 2001.
- Lee, M. Owen, (1994) Wagner's Ring: Turning the Sky Round. Amadeus Press, ISBN 9780879101862.
- Magee, Bryan, (1988) Aspects of Wagner. Oxford University Press, ISBN 0192840126.
- May, Thomas, (2004) Decoding Wagner. Amadeus Press, ISBN 9781574670974.
- Millington, Barry (editor) (2001) The Wagner Compendium. Thames & Hudson, ISBN 0500282749.
- Sabor, Rudolph, (1997) Richard Wagner: Der Ring des Nibelungen: a companion volume. Phaidon Press, ISBN 0714836508.
- Scruton, Sir Roger, (2016) The Ring of Truth: The Wisdom of Wagner's Ring of the Nibelung. Penguin UK, ISBN 1468315498.
- Spotts, Frederick, (1999) Bayreuth: A History of the Wagner Festival. Yale University Press ISBN 0712652779.
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- ฟังผลงาน Prelude and entrance of the Gods into Valhalla (From Das Rheingold) ที่ มิวโซเพน
- ฟังผลงาน Die Walkure (The Valkyries) ที่ มิวโซเพน
- ฟังผลงาน Fantasie, Funeral March and Finale (from Siegfried) ที่ มิวโซเพน
- "Das Rheingold – Entire vocal score online". William and Gayle Cook Music Library. Indiana University School of Music.
- Ring synopsis
- Anthony Tommasini (21 July 2007). "The 'Kirov' Ring: Let's Hear It for the Home Team". The New York Times. สืบค้นเมื่อ 10 July 2020.
- "Radio Lab – The Ring and I". WNYC – A podcast about The Ring. 2004.