ข้ามไปเนื้อหา

แหวนของนีเบอลุง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ริชชาร์ท วากเนอร์ ผู้ประพันธ์

แหวนของนีเบอลุง หรือชื่อเยอรมันคือ แดร์ริงเด็สนีเบอลุงเงิน (เยอรมัน: Der Ring des Nibelungen) เป็นปกรณัมชุดของริชชาร์ท วากเนอร์ คีตกวีชาวเยอรมันซึ่งใช้เวลาประพันธ์ยาวนาถึง 26 ปี ตั้งแต่ปี 1848 จนถึง 1874 โดยมีเค้าโครงเรื่องมาจากเทวตำนานนอร์สและมหากาพย์ นีเบอลุงเงินลีท

วากเนอร์แต่งอุปรากรเรื่องนี้ขึ้นมาด้วยความมั่นหมายให้เป็น "สมบูรณศิลปกรรม" (Gesamtkunstwerk) หมายถึงเป็นศิลปกรรมที่มีความสมบูรณ์แบบเบ็ดเสร็จทุกด้าน ความมุ่งหมายของเขาประสบผลสำเร็จอย่างงดงาม แหวนของนีเบอลุง ไม่เพียงเป็นอุปรากรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเยอรมัน แต่ยังเป็นอุปรากรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกจนได้รับยกย่องเป็น "มหาอุปรากร" (Großoper)

อุปรากรเรื่องนี้ต้องใช้เวลาแสดงกว่าสิบห้าชั่วโมง ประกอบด้วยสี่ภาค ผู้แต่งระบุว่าเป็นบุพภาคและไตรภาค อันได้แก่:

แหวนของนีเบอลุง มีเรื่องราวเกี่ยวกับคนแคระเผ่านีเบอลุงกับแหวนวิเศษ, การเนรเทศวัลคือเรอนามว่าบรึนฮิลเดอ,โศกนาฏกรรมของซีคฟรีทกับบรึนฮิลเดอ และการล่มสลายของโลกเก่า

ตัวละคร

[แก้]
ทวยเทพ มนุษย์ วัลคือเรอ อื่นๆ
  • โวทัน: จอมเทพผู้รู้แจ้งในสรรพสิ่ง
  • ฟริกกา: มเหสีโวทัน เทพีแห่งการครองคู่
  • ไฟรอา: น้องของฟริกกา เทพแห่งความรัก/ความเยาว์/ความงาม
  • โดนเนอร์: น้องของฟริกกา เทพแห่งสายฟ้า
  • โฟร: น้องของฟริกกา เทพแห่งวสันตฤดู/อาทิตย์อุทัย/ความสุข
  • แอร์ดา: พระแม่ธรณีและแม่แห่งวัลคือเรอ
  • โลเกอ: เทพแห่งเล่ห์กลและอัคคี

บุตรแห่งเว็ลเซอ (Wälsung)

  • ซีคมุนด์: บุตรแฝดของเว็ลเซอ นามแฝงหนึ่งของโวทัน
  • ซีคลินเดอ: บุตรแฝดของเว็ลเซอ นามแฝงหนึ่งของโวทัน
  • ซีคฟรีท: บุตรซีคมุนด์/ซีคลินเดอ

ตระกูลไนดิง (Neiding)

  • ฮุนดิง: สามีของซีคลินเดอ

นครกีบิชชุง (Gibichung)

  • กุนเทอร์: กษัตริย์แห่งกีบิชชุง
  • กูทรูเนอ: ขนิษฐาร่วมมารดา
  • ฮาเกิน: อนุชาต่างมารดา บุตรของอัลเบอริช
  • บรึนฮิลเดอ
  • วัลเทราเทอ
  • เฮล์มวีเงอ
  • แกร์ฮิลเดอ
  • ซีครูเนอ
  • ชแวร์ทไลเทอ
  • ออร์ทลินเดอ
  • กริมแกร์เดอ
  • ร็อสไวส์เซอ

นางอัปสรแม่น้ำไรน์

  • โวคลินเดอ
  • เว็ลกุนเดอ
  • ฟลอสฮิลเดอ

ยักษา

คนแคระนีเบอลุง

เนื้อเรื่อง

[แก้]

บุพภาค: ขุมทองลำน้ำไรน์

[แก้]

ดัสไรน์ก็อลท์ เปิดม่าน ณ ใต้แม่น้ำไรน์ เมื่อคนแคระชื่อว่าอัลเบอริช ถูกนางอัปสรผู้เฝ้าทองคำแห่งแม่น้ำไรน์หยอกล้อและดูถูก จึงสาปแช่งความรักเพื่อชิงทองคำศักดิ์สิทธิ์ไปหลอมเป็นแหวนครองพิภพ ตัดมาที่สรวงสวรรค์ จอมเทพโวทัน กำลังเผชิญวิกฤตจากการติดค้างค่าจ้างต่อยักษ์สองพี่น้องชื่อว่าฟาโซลท์และฟาฟเนอร์ ผู้รับเหมาสร้างปราสาทวัลฮัลลา ซึ่งกำหนดราคาตอบแทนเป็นสุริยเทพีไฟรอา การสูญเสียนางทำให้ทวยเทพเริ่มแก่ชราเพราะขาดแอปเปิลทองคำอมตะ อัคคีเทพโลเกอจึงเสนอให้ออกชิงทองคำของอัลเบอริชมาเป็นค่าไถ่แทน

โวทันและโลเกอลงสู่นครใต้ดินและใช้เล่ห์กลหลอกล่อจนจับตัวอัลเบอริชได้สำเร็จ พร้อมชิงขุมทรัพย์ หมวกจำแลงกาย และแหวนวิเศษมาครอบครอง ทำให้อัลเบอริชโกรธแค้นและประกาศ "สาปแช่งแหวน" ให้ผู้ครอบครองต้องพบจุดจบด้วยความตาย แม้โวทันจะอาลัยในอำนาจแหวน แต่เมื่อเทพีแอร์ดาปรากฏกายเตือนถึงวันสิ้นสวรรค์ เขาจึงจำใจสละแหวนให้พวกยักษ์ คำสาปแผลงฤทธิ์ทันทีเมื่อฟาฟเนอร์สังหารพี่ชายเพื่อชิงแหวนและหนีไปจำแลงกายเป็นมังกรเฝ้าสมบัติ ภาคนี้จบลงด้วยทวยเทพก้าวย่างข้ามสะพานสายรุ้งเข้าสู่วัลฮัลลาอย่างสง่างาม ท่ามกลางเสียงคร่ำครวญของธิดาอัปสรที่สูญเสียทองคำและรอยยิ้มเย้ยหยันของโลเกอถึงจุดจบของสวรรค์ที่กำลังจะมาถึง

ภาคหนึ่ง: ธิดาวัลคือเรอ

[แก้]

ท่ามกลางพายุฝนโหมแรง ชายหนุ่มชื่อว่าซีคมุนด์หลบหนีการตามล่าจนมาถึงกระท่อมหลังหนึ่ง เขาพบกับนางซีคลินเดอ เป็นภรรยาของฮุนดิงเจ้าของกระท่อม ทั้งคู่สัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดลึกซึ้ง ก่อนตระหนักได้ว่าพวกตนคือสองพี่น้องฝาแฝดสายเลือดเว็ลซุงที่พลัดพราก และพากันหลบหนีไปพร้อมกับ "ดาบโนทุง" ที่ซีคมุนด์ดึงออกมาจากต้นไม้ยักษ์กลางกระท่อม แต่โชคชะตากลับถูกแทรกแซงเมื่อเทพีฟริกกาบีบบังคับให้จอมเทพโวทันต้องสังเวยชีวิตบุตรชายเพื่อผดุงกฎเกณฑ์แห่งสวรรค์ แม้บรึนฮิลเดอ ธิดาวัลคือเรอจะพยายามขัดโองการจอมเทพเพื่อปกป้องความรักของมนุษย์ แต่ท้ายที่สุดโวทันก็ต้องจำใจทำลายดาบวิเศษและปล่อยให้ซีคมุนด์ถูกฮุนดิงฆ่าตายในการประลอง

บรึนฮิลเดอตัดสินใจพาซีคลินเดอผู้กำลังตั้งครรภ์หลบหนีไปพร้อมเศษดาบที่แตกละเอียด พร้อมมอบคำพยากรณ์ถึงวีรบุรุษ "ซีกฟรีท" ที่จะถือกำเนิดขึ้นมาไถ่ถอนมวลมนุษย์ ภาคนี้จบลงด้วยฉากการลงทัณฑ์อันแสนโศกเศร้า เมื่อโวทันต้องเนรเทศบรึนฮิลเดอออกจากสภาเทพและสาปให้นางเข้าสู่ห้วงนิทราบนยอดเขาที่ล้อมรอบด้วยปราการเพลิงอมตะ เพื่อรอคอยเพียงวีรบุรุษผู้ไร้ความกลัวที่จะข้ามผ่านเปลวไฟมาปลุกนางให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง

ภาคสอง : ซีคฟรีท

[แก้]

ซีคฟรีท วีรบุรุษหนุ่มแห่งเผ่าเวิลซุงผู้ไม่รู้จักความกลัว เติบโตภายใต้การดูแลของมีเมอ คนแคระผู้หวังใช้เขาเป็นเครื่องมือชิงแหวนจากมังกร เมื่อมีเมอไร้ปัญญาประสานดาบโนทุงที่หักสะบั้น ซีคฟรีทจึงหลอมเศษเหล็กศักดิ์สิทธิ์ขึ้นใหม่ด้วยพละกำลังและเจตจำนงของตนเองจนสำเร็จ เขาเดินทางสู่ถ้ำมังกรและปลิดชีพฟาฟเนอร์ลง การได้ลิ้มรสเลือดมังกรทำให้เขารู้ภาษาวิหกและอ่านใจผู้อื่นได้ มีเมอคิดวางยาพิษเขา เขาจึงสังหารคนแคระเจ้าเล่ห์และครอบครองแหวนกับหมวกวิเศษ จากนั้น ซีคฟรีทมุ่งหน้าสู่ยอดเขาที่ล้อมด้วยกำแพงเพลิงตามคำแนะนำของนกป่า ระหว่างทางเขาเผชิญหน้ากับนักพเนจร และใช้ดาบโนทุงฟาดหอกศักดิ์สิทธิ์ของจอมเทพจนหักสะบั้น เป็นสัญญาณสิ้นสุดอำนาจเก่าของทวยเทพเหนือมวลมนุษย์ เขาฝ่ากำแพงเพลิงไปพบร่างที่หลับใหลของบรึนฮิลเดอ ซีคฟรีทปลุกนางด้วยจุมพิตและได้เรียนรู้ "ความกลัว" เป็นครั้งแรกผ่านอานุภาพแห่งความรัก ทั้งสองตกลงครองคู่พร้อมเผชิญหน้ากับโชคชะตาที่กำลังจะล่มสลายในวันอวสานแห่งทวยเทพ

ภาคสาม: เทวาอัสดง

[แก้]

ซีคฟรีทและบรึนฮิลเดอครองรักกันท่ามกลางความเงียบสงบ อดีตวัลคือเรอได้ถ่ายทอดสรรพวิชาและปัญญาศักดิ์สิทธิ์ให้แก่วีรบุรุษหนุ่ม แต่ด้วยจิตวิญญาณของนักรบที่มิอาจหยุดนิ่ง ซีคฟรีทจึงปรารถนาจะออกไปพิสูจน์ความกล้าหาญและสร้างวีรกรรมใหม่ในโลกกว้าง โศกนาฏกรรมอุบัติขึ้นเมื่อซีคฟรีทเดินทางมาถึงนครกีบิชชุง เสนาบดีผู้โหยหาอำนาจนามว่าฮาเกิน บุตรแห่งอัลเบอริช ได้วางอุบายปรุงยาเสน่ห์ให้ซีคฟรีทดื่มจนลืมเลือนบรึนฮิลเดอไปสิ้น ซีคฟรีทที่ถูกมนต์สะกด ยอมแต่งงานเป็นน้องเขยของกษัตริย์ และร่วมมือกับกษัตริย์กุนเธอร์เพื่อชิงตัวบรึนฮิลเดอร์มาเป็นชายากษัตริย์ บรึนฮิลเดอผู้แตกสลายด้วยความแค้นจึงร่วมมือกับฮาเกินวางแผนสังหารซีคฟรีทจนเสียชีวิต

เมื่อความจริงกระจ่างว่าทุกอย่างคือเล่ห์กลของคนแคระ บรึนฮิลเดอจึงตัดสินใจยุติวงจรแห่งคำสาปและกิเลสทั้งปวง นางสั่งให้ก่อกองฟืนขนาดมหึมาเพื่อเผาศพคนรัก ก่อนจะควบม้ากระโจนเข้าสู่กองกูณฑ์เพื่อติดตามเขาไปสู่นิรันดร์และชำระล้างแหวนด้วยเปลวเพลิงแห่งการเสียสละ อานุภาพแห่งไฟลุกลามไปถึงวัลฮัลลา แผดเผาเหล่าเทพและวิหารศักดิ์สิทธิ์จนวอดวาย ขณะที่แม่น้ำไรน์เอ่อท้นขึ้นมาเพื่อรับแหวนคืนสู่ธรรมชาติ ปิดฉากยุคสมัยของทวยเทพที่ล่มสลายลงท่ามกลางเถ้าถ่าน เพื่อเปิดทางให้โลกของมนุษย์ที่ขับเคลื่อนด้วยความรักได้อุบัติขึ้นใหม่จากซากปรักหักพังของอำนาจเก่า

อิทธิพล

[แก้]

แหวนของนีเบอลุง เป็นแรงบันดาลใจและมีอิทธิพลอย่างมหาศาลต่อเจ. อาร์. อาร์. โทลคีน ในการแต่งปกรณัมชุดมิดเดิลเอิร์ธ

ดนตรีจากช่วงโหมโรง และฉากที่ 1 ("Hojotoho! Heiaha") องก์ที่ 3 ของภาคDie Walküre มีท่วงทำนองที่ได้รับความนิยม มีชื่อเรียกว่า "วัลคือเรินรีท" (Walkürenritt) หรือ "รีทแดร์วัลคือเริน" (Ritt der Walküren) ออกบรรเลงครั้งแรกเมื่อ ค.ศ. 1870 ที่มิวนิก เป็นตอนที่บรรดาวัลคือเรอพี่สาวของบรึนฮิลเดอจำนวนสี่นางบินรวมกลุ่มกัน ดนตรีท่อนนี้เป็นที่นิยมนำมาบรรเลงซ้ำในวัฒนธรรมสมัยนิยม เช่น นำไปบรรเลงประกอบภาพยนตร์ เดอะ เบิร์ธ ออฟ อะ เนชั่น ในค.ศ. 1915[1] และฉากเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพสหรัฐโจมตีหมู่บ้านเวียดกงในภาพยนตร์ อะโพคาลิปส์นาว ใน ค.ศ. 1979[2]

อ้างอิง

[แก้]

ข้อมูล

[แก้]
  • Burbidge, Peter; Sutton, Richard (1979). The Wagner Companion. London. ISBN 0571114504.
  • Cooke, Deryck (2000). I Saw the World End: A Study of Wagner's Ring. New York: Oxford University Press. ISBN 0193153181.
  • Fifield, Christopher (2005). Ibbs and Tillett: The Rise and Fall of a Musical Empire. London: Ashgate. ISBN 978-1840142907.
  • Magee, Bryan (2001). The Tristan chord: Wagner and Philosophy. Metropolitan Books. ISBN 0805067884.
  • Mendelssohn, Fanny (1987). Marcia Citron (บ.ก.). Letters of Fanny Hensel to Felix Mendelssohn. Pendragon Press. ISBN 978-0-918728-52-4.
  • Millington, Barry (2008). "Der Ring des Nibelungen: conception and interpretation". ใน Grey, Thomas S. (บ.ก.). The Cambridge Companion to Wagner. Cambridge Companions to Music. Cambridge University Press. pp. 74–84. ISBN 978-0521644396.
  • Shaw, George Bernard (1898). The Perfect Wagnerite. สืบค้นเมื่อ 2017-04-29 โดยทาง Project Gutenberg.
  • Wagner, Richard (1994). The Art Work of the Future, and other works ("A Communication to My Friends" is on pp. 269–392.). แปลโดย William Ashton Ellis. Lincoln and London. ISBN 978-0803297524.

อ่านเพิ่ม

[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]