แกรนด์ดัชเชสอะนัสตาซียา นีคะลายีฟนา แห่งรัสเซีย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search
แกรนด์ดัชเชสอะนัสตาซียา นีคะลายีฟนา แห่งรัสเซีย
Grand Duchess Anastasia Nikolaevna.jpg

พระนาม แกรนด์ดัชเชสอะนัสตาซียา นีคะลายีฟนา แห่งรัสเซีย
พระนามเต็ม อนาสตาซียา นีคะลายีฟนา รามะนาฟา (Anastasia Nikolaevna Romanova)
ราชวงศ์ รามานาฟ
ข้อมูลส่วนพระองค์
ประสูติ 18 มิถุนายน ค.ศ. 1901(1901-06-18)
สวรรคต 17 กรกฎาคม ค.ศ. 1918 (17 ปี)
พระราชบิดา พระเจ้านีคาไลที่ 2
พระราชมารดา อเล็กซานดรา ไฟโยโดรัฟนา

แกรนด์ดัชเชสอะนัสตาซียา นีคะลายีฟนา แห่งรัสเซีย[ก] (อังกฤษ: Grand Duchess Anastasia Nikolaevna of Russia; รัสเซีย: Великая Княжна Анастасия Николаевна Романова, Velikaya Knyazhna Anastasiya Nikolayevna Romanova), หรือมักเรียกสั้น ๆ ตามสำเนียงรัสเซียว่า อะนัสตาซียา[ข] (Anastasia, เสียงอ่านภาษารัสเซีย: /ʌnʌˈstɑsyɪyə/) หรือตามสำเนียงอังกฤษว่า แอเนิสเตชา (Anastasia, เสียงอ่านภาษาอังกฤษ: /ˌænəˈsteɪʒə/), (18 มิถุนายน (หรือ 5 มิถุนายน ตามปฏิทินเก่า) 1901 – 17 กรกฎาคม 1918), เป็นพระราชธิดาพระองค์สุดท้องของพระเจ้านีคาไลที่ 2 (Nicholas II) พระมหากษัตริย์พระองค์สุดท้ายแห่งจักรวรรดิรัสเซีย กับอเล็กซานดรา ไฟโยโดรัฟนา (Alexandra Feodorovna) พระอัครมเหสี

อะนัสตาซียาและสมาชิกคนอื่น ๆ ในพระราชวงศ์ทรงถูกบอลเชวิก (Bolshevik) ปลงพระชนม์พร้อมกันที่ถูกปลงพระชนม์ในห้องใต้ดินของบ้านอิปาเตียฟ ย่านเยคาเตรินบุร์ก (Ekaterinburg) เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 1918 ทว่า ข้อเท็จจริงที่ว่า ฝ่ายคอมมิวนิสต์ค้นไม่พบที่ฝังพระศพของอะนัสตาซียานั้น ทำให้มีข่าวลือว่าพระองค์อาจทรงรอดพ้นมรณภัยและหลบหนีมาได้ เสียงลือเสียงเล่าอ้างนี้แพร่ทั่วไป และมิได้รับการพิสูจน์ จนกระทั่งเดือนมกราคม 2008 นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซียว่า ได้พบซากศพตอตะโกสองร่าง เป็นร่างเด็กชายหนึ่ง และเด็กหญิงอีกหนึ่ง เมื่อเดือนสิงหาคม 2007 ในถิ่นแถวใกล้เคียงย่านยีเคอทีรินบูร์ก ครั้นวันที่ 30 เมษายน 2008 นักนีติวิทยาศาสตร์รัสเซียยืนยันว่า ร่างทั้งสองนั้นเป็นพระศพพระโอรส (อะเลกเซย์ นีโคลาเยวิช) และพระธิดาที่เคยค้นหากันไม่เจอ[1] กระทั่งเดือนมีนาคม 2009 ไมเคิล คอเบิล (Michael Coble) อาจารย์ประจำศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์ทางดีเอ็นเอแห่งกองทัพสหรัฐอเมริกา (US Armed Forces DNA Identification Laboratory) แถลงว่า ผลการทดสอบทางพันธุกรรมชั้นสุดท้ายพิสูจน์ว่า หนึ่งในร่างทั้งสองที่พบนั้นเป็นอะนัสตาซียา และเป็นอันยุติว่า ไม่มีผู้ใดรอดจากการถูกปลงพระชนม์[2]

ทั้งนี้ ในระหว่างที่ยังไม่มีการพิสูจน์ยืนยันเช่นว่านั้น มีสตรีหลายนางอ้างตัวว่าเป็นอะนัสตาซียาผู้ทรงเร้นรอดมาได้ ในจำนวนผู้อ้างนี้ แอนนา แอนเดอร์สัน (Anna Anderson) มีชื่อเสียงมากกว่าใครเพื่อน อย่างไรก็ดี ผลการทดสอบทางพันธุกรรมเมื่อปี 1994 ปรากฏว่า ไม่มีสิ่งใดในร่างกายของแอนเดอร์สันเกี่ยวข้องทางพันธุกรรมกับราชวงศ์โรมานอฟ (House of Romanov) เลย[3]

เชิงอรรถ[แก้]

ก.   ^  ราชบัณฑิตยสถานเขียนว่า "อะนัสตาซียา นีโคลาเยฟนา" ดู สัญชัย สุวังบุตร (2547). ณัฐวุฒิ สุทธิสงคราม และคณะ, ed. สารานุกรมประวัติศาสตร์สากลสมัยใหม่: ยุโรป ฉบับราชบัณฑิตยสถาน (pdf) (ใน ไทย). 1 (อักษร A-B) (3 ed.). กรุงเทพฯ: ราชบัณฑิตยสถาน. p. 50. ISBN 974-9588-25-8. สืบค้นเมื่อ 2 กรกฎาคม 2555. 

ข.   ^  ราชบัณฑิตยสถานเขียนว่า "อะนัสตาเซีย" ดู สัญชัย สุวังบุตร (2547). ณัฐวุฒิ สุทธิสงคราม และคณะ, ed. สารานุกรมประวัติศาสตร์สากลสมัยใหม่: ยุโรป ฉบับราชบัณฑิตยสถาน (pdf) (ใน ไทย). 1 (อักษร A-B) (3 ed.). กรุงเทพฯ: ราชบัณฑิตยสถาน. p. 36. ISBN 974-9588-25-8. สืบค้นเมื่อ 2 กรกฎาคม 2555. 

อ้างอิง[แก้]

  1. "DNA Confirms Remains Of Czar's Children". CBS News. February 11, 2009. สืบค้นเมื่อ 2011-09-08. 
  2. "Mystery Solved: The Identification of the Two Missing Romanov Children Using DNA Analysis". Plos One. doi:10.1371/journal.pone.0004838. สืบค้นเมื่อ 2009-05-05. 
  3. Massie (1995), pp. 194–229