ข้ามไปเนื้อหา

เอลิซาเบธ วูดวิลล์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เอลิซาเบธ วูดวิลล์
สมเด็จพระราชินีแห่งอังกฤษ
สมเด็จพระราชินีแห่งอังกฤษ
ดำรงพระยศ26 พฤษภาคม ค.ศ.1465 – 9 เมษายน ค.ศ.1483
ราชาภิเษก26 พฤษภาคม ค.ศ.1465
ประสูติราว ค.ศ.1437
แกรฟตัน เรจิส นอร์แทมป์ตันเชอร์ อังกฤษ
สวรรคต8 มิถุนายน ค.ศ.1492 (พระชนมายุราว 55 พรรษา)
เบอร์มอนด์ซีย์แอบบีย์ อังกฤษ
ฝังพระศพ12 มิถุนายน ค.ศ.1492
โบสถ์น้อยเซนต์จอร์จ ปราสาทวินด์เซอร์
ชายา
พระราชบุตร
อื่น ๆ...
ราชวงศ์ราชวงศ์วูดวิลล์ (กำเนิด)
ราชวงศ์ยอร์ก (สมรส)
พระราชบิดาริชาร์ด วูดวิลล์ เอิร์ลริเวอร์สที่ 1
พระราชมารดาจาเค็ตตาแห่งลักเซ็มเบิร์ก
ศาสนาโรมันคาทอลิก
ลายพระอภิไธย

เอลิซาเบธ วูดวิลล์ (Elizabeth Woodville) (ราว ค.ศ.1437 – 8 มิถุนายน ค.ศ.1492) ทรงเป็น สมเด็จพระราชินีแห่งอังกฤษ ในฐานะพระมเหสีของ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 (Edward IV) และเป็นพระมารดาของกษัตริย์ระยะสั้น พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 5 (Edward V) รวมถึง สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ แห่งยอร์ก (Elizabeth of York) พระมเหสีของพระเจ้าเฮนรีที่ 7 (Henry VII) พระองค์เป็นบุคคลสำคัญและเป็นที่ถกเถียงอย่างมากในช่วง สงครามดอกกุหลาบ (Wars of the Roses) ชีวิตของพระองค์เต็มไปด้วยเรื่องราวของการไต่เต้าทางสังคม อำนาจ การสูญเสีย และการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของครอบครัว

ชีวิตช่วงต้นและการอภิเษกสมรสครั้งแรก

[แก้]

เอลิซาเบธ วูดวิลล์ ประสูติราวปี ค.ศ.1437 ที่แกรฟตัน เรจิส (Grafton Regis), นอร์แทมป์ตันเชียร์ (Northamptonshire) ทรงเป็นบุตรีของ ริชาร์ด วูดวิลล์ (Richard Woodville) ซึ่งเป็นขุนนางชั้นผู้น้อยแต่มีอิทธิพล และ แจ็กเควตตา แห่งลักเซมเบิร์ก (Jacquetta of Luxembourg) ผู้เป็นธิดาของเคานต์แห่งแซงต์-โพล (Count of Saint-Pol) และเป็นทายาทของราชวงศ์โบราณของยุโรป นอกจากนี้ แจ็กเควตตายังเป็นอดีตดัชเชสแห่งเบดฟอร์ด (Duchess of Bedford) ในฐานะหม้ายของจอห์น ดยุกแห่งเบดฟอร์ดที่ 1 (John, 1st Duke of Bedford) พระอนุชาของพระเจ้าเฮนรีที่ 5 (Henry V) ด้วยสายเลือดทางมารดา ทำให้เอลิซาเบธมีความเชื่อมโยงกับราชวงศ์ของยุโรป

ในราวปี ค.ศ.1452 เอลิซาเบธได้อภิเษกสมรสกับ เซอร์จอห์น เกรย์ แห่งโกรบี (Sir John Grey of Groby) อัศวินผู้จงรักภักดีต่อราชวงศ์แลงคาสเตอร์ (House of Lancaster) ทั้งคู่มีบุตรชายด้วยกันสองคน คือ

  • โธมัส เกรย์ (Thomas Grey), มาร์ควิสแห่งดอร์เซ็ตที่ 1 (1st Marquess of Dorset)
  • ริชาร์ด เกรย์ (Richard Grey)

ในปี ค.ศ.1461 ในระหว่างสงครามดอกกุหลาบ เซอร์จอห์น เกรย์ ได้เสียชีวิตใน ยุทธการที่เซนต์อัลบันส์ครั้งที่สอง (Second Battle of St Albans) โดยต่อสู้ในนามของฝ่ายแลงคาสเตอร์ ทำให้เอลิซาเบธกลายเป็นม่ายและมีบุตรเล็กสองคน พร้อมกับภาระในการกอบกู้ทรัพย์สินของครอบครัวที่ถูกริบ (attainted)

การอภิเษกสมรสกับพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 และการขึ้นเป็นสมเด็จพระราชินี

[แก้]

เหตุการณ์ที่พลิกผันชีวิตของเอลิซาเบธอย่างไม่คาดฝันคือการที่เธอได้พบกับ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 ผู้ซึ่งเพิ่งขึ้นครองราชย์ ในฐานะกษัตริย์พระองค์แรกจากราชวงศ์ยอร์ก (House of York) ตามบันทึกเล่าว่า เอลิซาเบธได้เผชิญหน้ากับกษัตริย์ใต้ต้นโอ๊ก เพื่อร้องขอให้พระองค์คืนทรัพย์สินที่ถูกริบของสามีผู้ล่วงลับ ซึ่งอาจทำให้กษัตริย์หนุ่มหลงใหลในความงามและความเด็ดเดี่ยวของเธอ

ในวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ.1464 พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 ได้ทรงอภิเษกสมรสอย่างลับๆ (clandestine marriage) กับเอลิซาเบธ วูดวิลล์ ณ บ้านของเธอในนอร์แทมป์ตันเชียร์ การแต่งงานครั้งนี้เป็นเรื่องที่สร้างความตกใจและไม่พอใจอย่างมากในหมู่ขุนนาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ริชาร์ด เนวิลล์, เอิร์ลแห่งวอริกที่ 16 (Richard Neville, 16th Earl of Warwick) หรือ "ผู้สร้างกษัตริย์" (Kingmaker) ซึ่งกำลังเจรจาการอภิเษกสมรสระหว่างพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดกับเจ้าหญิงจากต่างประเทศเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของอังกฤษ การกระทำของกษัตริย์ถือเป็นการท้าทายอำนาจของวอริกโดยตรง และเป็นจุดเริ่มต้นของความบาดหมางที่นำไปสู่ความขัดแย้งในราชวงศ์ในภายหลัง

การอภิเษกสมรสของเอลิซาเบธกับกษัตริย์ทำให้สถานะของเธอก้าวกระโดดขึ้นสู่จุดสูงสุดอย่างไม่เคยมีมาก่อน เธอได้รับการสวมมงกุฎเป็นสมเด็จพระราชินีแห่งอังกฤษ เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ค.ศ.1465

พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 พระสวามีของเอลิซาเบธ วูดวิลล์

ในฐานะสมเด็จพระราชินีและบุตรธิดา

[แก้]

ในฐานะสมเด็จพระราชินี เอลิซาเบธ วูดวิลล์ ใช้ตำแหน่งของตนเองอย่างเต็มที่ เพื่อส่งเสริมครอบครัวของเธอ ตระกูลวูดวิลล์ ที่แต่เดิมเป็นขุนนางชั้นผู้น้อย ก็ได้รับการยกระดับและแต่งงานกับขุนนางชั้นสูงอย่างรวดเร็ว ซึ่งสร้างความไม่พอใจอย่างมากในหมู่ขุนนางเก่าและตระกูลที่ทรงอำนาจ เช่น ตระกูลเนวิลล์ นี่เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความตึงเครียดและนำไปสู่การก่อกบฏของวอริกต่อพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 ในภายหลัง

เอลิซาเบธ วูดวิลล์ มีบุตรธิดากับพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 รวม 10 คน ได้แก่

  1. เจ้าหญิงเอลิซาเบธ (Princess Elizabeth) (ค.ศ.1466–1503) ต่อมาคือ สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ แห่งยอร์ก พระมเหสีของพระเจ้าเฮนรีที่ 7 (Henry VII) และเป็นพระมารดาของพระเจ้าเฮนรีที่ 8 (Henry VIII) การอภิเษกสมรสของพระองค์ช่วยยุติสงครามดอกกุหลาบอย่างสมบูรณ์
  2. เจ้าหญิงแมรี่ (Princess Mary) (ค.ศ.1467–1482) สิ้นพระชนม์ขณะมีพระชนมายุเพียง 15 พรรษา
  3. เจ้าหญิงซิซิลิ (Princess Cecily) (ค.ศ.1469–1507) ทรงอภิเษกสมรสครั้งแรกกับ ราล์ฟ สโครป (Ralph Scrope) แต่ถูกทำให้เป็นโมฆะ โดยพระเจ้าริชาร์ดที่ 3 เพื่อลดทอนสถานะของเธอ ต่อมา ทรงอภิเษกสมรสกับ จอห์น เวลส์ ไวเคานต์เวลส์ (John Welles, Viscount Welles) ซึ่งเป็นผู้จงรักภักดีต่อราชวงศ์ทิวดอร์ และหลังจากนั้นก็ทรงสมรสอีกครั้งกับโธมัส ไคม์ (Thomas Kyme) ซึ่งเป็นสามัญชน ชีวิตของพระองค์จึงผันผวนไปตามการเปลี่ยนแปลงของอำนาจทางการเมือง
  4. พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 5 (Edward V) (ค.ศ.1470–1483) ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ขณะยังเยาว์วัย แต่ถูกถอดออกจากตำแหน่งและหายสาบสูญไปพร้อมกับพระอนุชาในหอคอยแห่งลอนดอน เป็นที่รู้จักในนาม "เจ้าชายในหอคอย" (Princes in the Tower)
  5. เจ้าหญิงมาร์กาเร็ต (Princess Margaret) (ค.ศ.1472) สิ้นพระชนม์ในวัยเยาว์
  6. เจ้าชายริชาร์ด ดยุกแห่งยอร์ก (Richard, Duke of York) (ค.ศ.1473–1483) เป็นพระอนุชาของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 5 และหายสาบสูญไปพร้อมกับพระเชษฐาในหอคอยแห่งลอนดอน
  7. เจ้าหญิงแอนน์ (Princess Anne) (ค.ศ.1475–1511) ทรงอภิเษกสมรสกับ โธมัส ฮาวเวิร์ด (Thomas Howard) ดยุกแห่งนอร์ฟอล์กที่ 3 (3rd Duke of Norfolk)
  8. เจ้าชายจอร์จ ดยุกแห่งเบดฟอร์ด (George, Duke of Bedford) (ค.ศ.1477–1479) สิ้นพระชนม์ในวัยเยาว์
  9. เจ้าหญิงแคทเธอรีน (Princess Catherine) (ค.ศ.1479–1527) ทรงอภิเษกสมรสกับ วิลเลียม คอร์เทเนย์ (William Courtenay) เอิร์ลแห่งเดวอนที่ 1 (1st Earl of Devon)
  10. เจ้าหญิงบริดเจ็ต (Princess Bridget) (ค.ศ.1480–1517) ทรงตัดสินใจออกบวชเป็นแม่ชีที่คอนแวนต์ดาออน (Dartford Priory) และใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ที่นั่น
สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ แห่งยอร์ก พระธิดาองค์โตของเอลิซาเบธ วูดวิลล์

ชีวิตม่ายและการชิงบัลลังก์ของพระเจ้าริชาร์ดที่ 3

[แก้]

ชีวิตของเอลิซาเบธ วูดวิลล์ พลิกผันอย่างรุนแรง เมื่อพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 พระสวามีของเธอ สิ้นพระชนม์อย่างกะทันหัน ในวันที่ 9 เมษายน ค.ศ.1483 พระโอรสองค์โตของเธอ เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด (Prince Edward) ได้รับการประกาศให้เป็นกษัตริย์ ซึ่งมีพระนาม ว่า พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 5 (Edward V) ขณะมีพระชนมายุเพียง 12 พรรษา

ริชาร์ด ดยุกแห่งกลอสเตอร์ (Richard, Duke of Gloucester) ซึ่งเป็นพระอนุชาของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 และเป็นผู้อุปถัมภ์ของกษัตริย์น้อย ได้เข้าควบคุมตัวเจ้าชายเอ็ดเวิร์ด และต่อมาก็ควบคุมตัวเจ้าชายริชาร์ด ดยุกแห่งยอร์ก พระอนุชาของเอ็ดเวิร์ดที่ 5 โดยกักตัวทั้งสองพระองค์ไว้ในหอคอยแห่งลอนดอน (Tower of London) ซึ่งเป็นที่มาของตำนาน "เจ้าชายในหอคอย" (Princes in the Tower)

เอลิซาเบธ วูดวิลล์ ซึ่งตระหนักถึงอันตรายที่กำลังจะมาถึง ได้พาลูกสาวที่ยังเล็กไปลี้ภัยในเขต Sanctuary ที่เวสต์มินสเตอร์แอบบีย์ (Westminster Abbey) ในวันที่ 16 มิถุนายน ค.ศ.1483 ริชาร์ด ดยุกแห่งกลอสเตอร์ได้ประกาศให้การอภิเษกสมรสระหว่างพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 กับเอลิซาเบธ วูดวิลล์ เป็นโมฆะ โดยอ้างว่าพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดได้ทำสัญญาหมั้นหมายกับคนอื่นไว้ก่อนแล้ว การกระทำนี้ทำให้บุตรธิดาของทั้งสองกลายเป็นบุตรนอกสมรส และทำให้ริชาร์ดเองสามารถขึ้นครองราชย์เป็น พระเจ้าริชาร์ดที่ 3 (Richard III) ได้ในวันที่ 26 มิถุนายน ค.ศ. 1483

หลังจากนั้น เจ้าชายในหอคอยก็หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย ทำให้เชื่อกันว่าทั้งสองพระองค์ถูกปลงพระชนม์ตามคำสั่งของพระเจ้าริชาร์ดที่ 3 ซึ่งเป็นความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสสำหรับเอลิซาเบธ วูดวิลล์

ภาพวาด "เจ้าชายในหอคอย" ซึ่งเป็นพระโอรสของเอลิซาเบธ วูดวิลล์ และพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4

พันธมิตรกับมาร์กาเร็ต โบฟอร์ต และพระเจ้าเฮนรี่ที่ 7

[แก้]

ท่ามกลางความสิ้นหวัง เอลิซาเบธ วูดวิลล์ ได้ทำพันธมิตรที่สำคัญกับ มาร์กาเร็ต โบฟอร์ต (Margaret Beaufort) ซึ่งเป็นพระมารดาของ เฮนรี่ ทิวดอร์ (Henry Tudor) ผู้อ้างสิทธิ์ในราชบัลลังก์จากราชวงศ์แลงคาสเตอร์ ทั้งสองสตรีผู้ซึ่งเคยเป็นปฏิปักษ์กันทางการเมือง ได้ร่วมมือกันเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน คือ โค่นล้มพระเจ้าริชาร์ดที่ 3

ข้อตกลงที่สำคัญคือการให้ เอลิซาเบธ แห่งยอร์ก (Elizabeth of York) พระธิดาองค์โตของเอลิซาเบธ วูดวิลล์ อภิเษกสมรสกับเฮนรี่ ทิวดอร์ หากเฮนรี่สามารถยึดบัลลังก์ได้ การแต่งงานนี้จะเป็นการรวมสายเลือดของราชวงศ์ยอร์กและแลงคาสเตอร์เข้าด้วยกัน เพื่อยุติสงครามดอกกุหลาบที่ยาวนาน

แผนการนี้ประสบความสำเร็จ เมื่อเฮนรี่ ทิวดอร์ นำทัพบุกอังกฤษและเอาชนะพระเจ้าริชาร์ดที่ 3 ในยุทธการที่บอสเวิร์ธฟีลด์ (Battle of Bosworth Field) ในปี ค.ศ.1485 และขึ้นครองราชย์เป็น พระเจ้าเฮนรีที่ 7 (Henry VII)

ภาพเหมือนของพระเจ้าเฮนรีที่ 7 ผู้ได้รับบัลลังก์จากการสนับสนุนของเอลิซาเบธ วูดวิลล์ และต่อมาได้อภิเษกสมรสกับพระธิดาของเธอ

บั้นปลายพระชนม์ชีพและการสิ้นพระชนม์

[แก้]

หลังจากการขึ้นครองราชย์ของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 7 และการอภิเษกสมรสกับเอลิซาเบธ แห่งยอร์ก ในปี ค.ศ.1486 เอลิซาเบธ วูดวิลล์ ได้รับเกียรติในฐานะ "พระมารดาแห่งสมเด็จพระราชินี" (Queen Mother) และมีบทบาทในราชสำนักในช่วงแรก แต่ไม่นานหลังจากนั้น ในปี ค.ศ.1487 พระองค์ก็ได้ถอนตัวจากราชสำนักและเข้าพำนักที่เบอร์มอนด์ซีย์แอบบีย์ (Bermondsey Abbey) ซึ่งเป็นคอนแวนต์ของคณะคริสต์ศาสนิกชน (convent of Cistercian nuns) ในช่วงนี้ เชื่อว่าเธอใช้ชีวิตอย่างสงบและเคร่งศาสนา

มีข้อถกเถียงในหมู่นักประวัติศาสตร์ว่าการย้ายไปอยู่ที่แอบบีย์เป็นการตัดสินใจของเธอเอง หรือเป็นไปตามคำสั่งของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 7 ผู้ซึ่งอาจต้องการลดอิทธิพลของเธอลงหลังจากราชวงศ์ทิวดอร์มั่นคงแล้ว

เอลิซาเบธ วูดวิลล์ สิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ค.ศ.1492 ที่เบอร์มอนด์ซีย์แอบบีย์ สิริพระชนมายุราว 55 พรรษา พระศพของพระองค์ถูกฝังเคียงข้างพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 พระสวามีของเธอ ที่โบสถ์นักบุญจอร์จ (St. George's Chapel) ในปราสาทวินด์เซอร์ (Windsor Castle)

ภายในโบสถ์นักบุญจอร์จ ปราสาทวินด์เซอร์ สถานที่ฝังพระศพของเอลิซาเบธ วูดวิลล์





มรดกและภาพลักษณ์

[แก้]

เอลิซาเบธ วูดวิลล์ ยังคงเป็นบุคคลที่น่าหลงใหลและเป็นที่ถกเถียงในประวัติศาสตร์อังกฤษอย่างต่อเนื่อง เธอถูกมองว่าเป็น ราชินีผู้ทะเยอทะยาน ที่ใช้ความงามและสติปัญญาไต่เต้าจากสถานะม่ายชนชั้นกลางขึ้นสู่ตำแหน่งสมเด็จพระราชินี การที่ ตระกูลวูดวิลล์ ของเธอได้รับอำนาจอย่างรวดเร็ว ได้เป็น ผู้ที่นำพาสู่ความขัดแย้ง และเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความแตกแยกในหมู่ขุนนางเก่า

นอกเหนือจากบทบาททางการเมืองและสังคมแล้ว เอลิซาเบธยังได้รับการจดจำในฐานะ มารดาผู้ต่อสู้เพื่อบุตรธิดา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการปกป้องลูกๆ จากภัยคุกคามของพระเจ้าริชาร์ดที่ 3 และการวางแผนที่ชาญฉลาด เพื่อให้พระธิดาองค์โตได้อภิเษกสมรสกับกษัตริย์องค์ใหม่เพื่อความมั่นคงของราชบัลลังก์ ท้ายที่สุดแล้ว ชีวิตของเธอเป็น สัญลักษณ์ของความผันผวน และความไม่แน่นอน ในยุคสมัยสงครามดอกกุหลาบ ซึ่งเป็นความโหดร้ายที่เธอต้องเผชิญหน้าอย่างกล้าหาญ เรื่องราวชีวิตของเอลิซาเบธ วูดวิลล์ ได้ถูกนำมาเล่าขานในวรรณกรรม ภาพยนตร์ และละครโทรทัศน์หลายเรื่อง เช่น นิยาย "The White Queen" และซีรีส์ทางโทรทัศน์ชื่อเดียวกัน ซึ่งทำให้เรื่องราวของเธอกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง

หมายเหตุ

[แก้]

    อ้างอิง

    [แก้]

      https://en.wikipedia.org/wiki/Elizabeth_Woodville

      https://www.britannica.com/biography/Elizabeth-Woodville

      https://www.westminster-abbey.org/abbey-commemorations/commemorations/elizabeth-woodville

      https://richardiii.net/

      อ่านเพิ่ม

      [แก้]
      • Philip Butterworth and Michael Spence, 'William Parnell, supplier of staging and ingenious devices, and his role in the visit of Elizabeth Woodville to Norwich in 1469', Medieval English Theatre 40 (2019) เก็บถาวร 12 มิถุนายน 2019 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
      • David Baldwin, Elizabeth Woodville (Stroud, 2002)
      • Christine Carpenter, The Wars of the Roses (Cambridge, 1997)
      • Philippa Gregory, David Baldwin, Michael Jones, The Women of the Cousins' War (Simon & Schuster, 2011)
      • Michael Hicks, Edward V (Stroud, 2003)
      • Rosemary Horrox, Richard III: A Study of Service (Cambridge, 1989)
      • J.L. Laynesmith, The Last Medieval Queens (Oxford, 2004)
      • A. R. Myers, Crown, Household and Parliament in Fifteenth-Century England (London and Ronceverte: Hambledon Press, 1985)
      • Arlene Okerlund, Elizabeth Wydeville: The Slandered Queen (Stroud, 2005); Elizabeth: England's Slandered Queen (paper, Stroud, 2006)
      • Charles Ross, Edward IV (Berkeley, 1974)
      • George Smith, The Coronation of Elizabeth Wydeville (Gloucester: Gloucester Reprints, 1975; originally published 1935)
      • Anne Sutton and Livia Visser-Fuchs, "'A Most Benevolent Queen': Queen Elizabeth Woodville's Reputation, Her Piety, and Her Books", The Ricardian, X:129, June 1995. PP. 214–245.
      • David Baldwin - Elizabeth Woodville: Mother of the Princes in the Tower
      • Susan Higginbotham - The Woodvilles: The Wars of the Roses and England's Most Infamous Family
      • David MacGibbon - Elizabeth Woodville: A Life

      แหล่งข้อมูลอื่น

      [แก้]