อักษรเทงกวาร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ตัวอย่างภาษาอังกฤษที่เขียนด้วยอักษรเทงกวาร์

อักษรเทงกวาร์ (อังกฤษ: Tengwar) เป็นตัวอักษรที่ประดิษฐ์ขึ้นโดย เจ. อาร์. อาร์. โทลคีน ปรากฏใช้อยู่ในปกรณัมชุด มิดเดิลเอิร์ธ สำหรับใช้เขียนภาษาต่างๆ เช่น ภาษาเควนยา และภาษาซินดาริน นอกจากนี้ยังสามารถนำมาใช้ในการเขียนภาษาอื่นได้อีก เช่น ภาษาอังกฤษ (ตัวอย่างการเขียนประโยคด้วยอักษรเทงกวาร์ของโทลคีน ส่วนใหญ่เขียนเป็นภาษาอังกฤษ) คำว่า tengwar เป็นคำเควนยาในรูปพหูพจน์ หมายถึง 'ตัวอักษร' รูปเอกพจน์เรียกว่า tengwa

ในวรรณกรรม[แก้]

ในปกรณัมของโทลคีน ผู้ประดิษฐ์อักษรเทงกวาร์คือ เฟอานอร์ เจ้าชายเอลฟ์ชาวโนลดอร์ ในยุคสมัยแห่งพฤกษา ก่อนหน้านั้นพวกเอลฟ์ใช้อักษรที่เรียกว่า ซารัต (sarat, พหูพจน์ - ซารัตติ sarati) ผลงานประดิษฐ์ของรูมิล ครูตำนานแห่งวาลินอร์ เฟอานอร์ปรับปรุงรูปแบบอักษรเหล่านั้นจนมีรูปแบบที่ดีขึ้น และตั้งชื่อว่า เทงกวา (tengwa, พหูพจน์ - เทงกวาร์ tengwar) ต่อมาอักษรเทงกวาร์กลายเป็นที่นิยมใช้แพร่หลายมากที่สุดในหมู่เอลฟ์

อักษรเทงกวาร์ประกอบด้วยตัวอักษรที่เป็นเสียงพยัญชนะ และเสียงสระ ซึ่งเรียกว่า โอมาเทคทาร์ (ómatehtar) เมื่ออักษรเทงกวาร์แพร่หลายมาถึงแผ่นดินเบเลริอันด์ มันถูกแปลงเป็นภาษาซินดาริน เรียกว่า tîw (เอกพจน์ têw) ส่วนอักษรดั้งเดิมที่ใช้กันในเบเลริอันด์เรียกว่า เคียร์ธ (cirth, เอกพจน์ certh มีรากกำเนิดมาพร้อมกับ ซารัตติ) หรือในภาษาเควนยาเรียกว่า certar (เอกพจน์ certa) อัร์ลเป็นผู้ใช้อักษรนี้ได้อย่างสมควร เซารอนเองก็ใช้เช่นกัน (อักษรศักสิทธิ์ซึ่งได้จากการย้อยกระบวนการกลับจากรองรอยเก่า จึงถือได้ว่าศักสิทธิ์ไม่ใช่ของเล่น) เพราะว่าเซารอนเคยอาศัยอยู่กับเหล่าอัร์ลมาก่อนที่วิหารอิลูวาทา หลังจากถูกขับไล่ออกจากวิหารพระเจ้าแล้วจึงกลายร่างจากเทพเจ้าไมอามาเป็นอัร์ลแล้วอาศัยอยู่กับเหล่าอัร์ลจึงไม่มีใครรู้จักมาก่อน จึงไม่แปลกที่เซารอนจะเป็นเหล่าอัร์ลก็ได้หรือกลับไปเป็นไมอาอย่างเดิมก็ได้ พอๆกับแกนดัฟ เพราะเซารอน แกนดัฟ บัลร็อก มีพลังพอๆกัน เพราะว่าหากเรียงลำดับให้ถูกต้อง ในลักษณะของวิวัฒนาการ จะเรียงได้ดั้งนี้ เทพเจ้าวาลา เทพเจ้าไมอา เทพเจ้าอัร์ล (เทพเจ้าแห่งพื้นป่าดิบเย็น)

บัลร็อก ถูกความชั่วร้ายของเมลคอร์เข้าครอบงำ แล้วเมื่อกลายร่างกลับไปเป็นไมอาทำให้กลายเป็นบางสิ่งที่ดูดกลืนความกล้าหาญ ร้อนและมืด มีน้ำหนักมาก มีขนาดใหญ่ แล้วไม่สามารถกลายไปเป็นสิ่งใดได้อีก (กลายร่างนี้ใช้เวลานานไม่ใช้อยู่ๆแล้วก็จะเปลี่ยนได้ทันทีเพราะว่ามีความเสถียรสูง) แกนดัฟ ผู้ไม่เคยหนุ่ม อยู่ดำรงยาวนานได้มากกว่าอัร์ล แต่การที่กลายร่างมาเป็นมนุษย์ธรรมดาที่แก่ย่อมทำให้แกนดัฟมีวันเสื่อมสภาพและตาย เมื่อแกนดัฟตายพร้อมกับบัลร๊อกที่ยอดเขาลึกแต่ก็ยังสูงอยู่ แกนดัฟกลับตื่นในร่างใหม่ที่วิหารแห่งอิลูวาทา แล้วถูกส่งกลับไปทีป่าแฟรงกอนเพราะเหล่าเทพเจ้าวาลาได้ล่วงรู้ว่าแกนดัฟกำลังจะตายจึงได้ติดตามเอาร่างแกนดัฟกลับมา

อ้างอิง[แก้]