เหตุโจมตีด้วยแอนแทรกซ์ พ.ศ. 2544

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

เหตุโจมตีด้วยแอนแทรกซ์ พ.ศ. 2544 ในสหรัฐอเมริกา หรือรู้จักกันในชื่อ อเมริแทรกซ์ (Amerithrax) จากชื่อคดีของสำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (FBI) เกิดขึ้นช่วงหลายสัปดาห์เริ่มตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2544 หนึ่งสัปดาห์หลังเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน พ.ศ. 2544

จดหมายบรรจุสปอร์แอนแทรกซ์ ถูกส่งไปยังสำนักข่าวหลายสำนัก และสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐพรรคเดโมแครตสองคน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 5 คน และอีก 17 คนได้รับเชื้อ ตามข้อมูลของ FBI การสอบสวนติดตามหาตัวผู้กระทำความผิดนั้นกลายมาเป็น "หนึ่งในการสอบสวนครั้งใหญ่ที่สุดและซับซ้อนที่สุดในประวัติศาสตร์การบังคับใช้กฎหมาย"[1]

ประเด็นหลักในช่วงปีแรกของการสอบสวนคือ ผู้เชี่ยวชาญอาวุธชีวภาพชื่อ สตีเฟน แฮทฟิลล์ (Steven Hatfill) ซึ่งสุดท้ายแล้วพ้นจากข้อกล่าวหา ผู้ต้องสงสัยอีกคนหนึ่ง บรูซ เอ็ดเวิร์ดส อีวินส์ (Bruce Edwards Ivins) กลายมาเป็นจุดสนใจของการสอบสวนตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2548 อีวินส์เป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้ทำงานที่ห้องปฏิบัติการป้องกันด้านชีวภาพ (biodefense) ของรัฐบาลที่ฟอร์ตเดทริก (Fort Detrick) ในเฟรเดอริก รัฐแมริแลนด์ วันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2550 อีวินส์ถูกกักให้อยู่ใต้การเฝ้าตรวจเป็นบางครั้ง และเอกสาร FBI ระบุว่า "บรูซ เอ็ดเวิร์ดส อีวินส์เป็นผู้ต้องสงสัยที่อ่อนไหวอย่างยิ่งในเหตุการโจมตีด้วยแอนแทรกซ์ พ.ศ. 2544"[2] วันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 อีวินส์ฆ่าตัวตายด้วยการทานพาราเซตามอลเกินขนาด[3]

วันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2551 แม้จะไม่มีหลักฐานโดยตรงยืนยันการมีส่วนเกี่ยวข้องของอีวินส์[4] อัยการของรัฐประกาศให้เขาเป็นผู้กระทำผิดเพียงคนเดียวในอาชญากรรมนี้[5] สองวันให้หลัง สมาชิกวุฒิสภา ชาร์ลส แกรสลีย์ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รัช โฮลท์ เรียกร้องให้มีการไต่สวนกระทรวงยุติธรรมและการรับมือกับการสอบสวนของ FBI[6][7] วันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 FBI ปิดการสอบสวนอย่างเป็นทางการ[8]

บทวิจารณ์วิธีทางวิทยาศาสตร์ซึ่งใช้ในการสอบสวนที่สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ[9] ซึ่งตีพิมพ์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 ตั้งข้อสงสัยในการสรุปของรัฐบาลสหรัฐว่าอีวินส์เป็นผู้ก่อการ บทวิจารณ์พบว่า แม้ชนิดของแอนแทรกซ์ซึ่งใช้ในจดหมายจะระบุถูกต้องว่าเป็นแบคทีเรียสายพันธุ์เอมส์ (Ames strain) แต่ไม่พบหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพียงพอสำหรับการยืนยันของ FBI ที่ว่ามันมีแหล่งกำเนิดจากห้องปฏิบัติการของอีวินส์ FBI โต้โดยชี้ว่าผู้จัดทำบทวิจารณ์ยืนยันว่า ไม่มีความเป็นไปได้ที่จะบรรลุข้อสรุปแน่ชัดตามหลักวิทยาศาสตร์เพียงอย่างเดียว และว่า ปัจจัยหลายอย่างประกอบกันทำให้ FBI สรุปว่าอีวินส์เป็นผู้ก่อการ[10] บางข้อมูลเกี่ยวกับคดีที่เกี่ยวข้องกับปัญหาทางจิตของอีวินส์ยังคง "ถูกผนึก"[11][12] คดีความที่ยื่นฟ้องโดยภรรยาม่ายของเหยื่อ บ็อบ สตีเฟนส์ ยังไม่ได้ข้อยุติ[13]

อ้างอิง[แก้]

  1. Amerithrax or Anthrax Investigation, U.S. Federal Bureau of Investigation.
  2. FBI file #847444[ลิงก์เสีย], page 67.
  3. "Ivins case reignites debate on anthrax". LA Times. August 3, 2008. สืบค้นเมื่อ April 5, 2009. 
  4. Greenwald, Glenn (February 16, 2011) Serious doubt cast on FBI's anthrax case against Bruce Ivans, Salon.com
  5. "U.S. officials declare researcher is anthrax killer". CNN. August 6, 2008. สืบค้นเมื่อ August 7, 2008. 
  6. Meyer, Josh (August 8, 2008). "Anthrax investigation should be investigated, congressmen say". Associated Press. สืบค้นเมื่อ August 8, 2008. 
  7. Cole, Leonard A. (2009). The Anthrax Letters: A Bioterrorism Expert Investigates the Attacks That Shocked America--Case Closed?. SkyhorsePublishing. ISBN 978-1-60239-715-6. 
  8. Scott Shane (February 19, 2010). "F.B.I., Laying Out Evidence, Closes Anthrax Letters Case". New York Times. สืบค้นเมื่อ February 19, 2010. 
  9. "FBI to Request Scientific Review of Its Anthrax Investigation - ScienceNOW". News.sciencemag.org. September 16, 2008. สืบค้นเมื่อ September 12, 2011. 
  10. Sheridan, Kerry (February 15, 2011). "Science review casts doubt on 2001 anthrax case". Agence Frace Press. สืบค้นเมื่อ February 15, 2011. 
  11. FBI Summary Report Footnote p. 8
  12. Shane, Scott (February 16, 2011). "Expert Panel Is Critical of F.B.I. Work in Investigating Anthrax Letters". New York Times. สืบค้นเมื่อ February 16, 2011. 
  13. "Settle the anthrax lawsuit: Government has made Maureen Stevens' case". Palmbeachpost.com. สืบค้นเมื่อ September 12, 2011. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]