ข้ามไปเนื้อหา

เวียงโบราณเวียงลอ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เวียงโบราณเวียงลอ
พระพุทธรูปที่ค้นพบ ณ เวียงโบราณเวียงลอ
ประเภทเวียงโบราณ
ความเป็นมา
สร้างการตั้งถิ่นฐาน:พุทธศตวรรษที่ 16-17 กำแพงเวียง:พุทธศตวรรษที่ 19-20
วัฒนธรรมศิลปะล้านนา
เกี่ยวเนื่องกับนครรัฐพะเยา, อาณาจักรล้านนา
หมายเหตุเกี่ยวกับสถานที่
ขุดค้น2547-2548
ผู้ถือกรรมสิทธิ์กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่

เวียงโบราณเวียงลอ ตั้งอยู่ที่ตำบลลอ อำเภอจุน จังหวัดพะเยา[1] สันนิษฐานว่าเคยเป็นเมืองโบราณขนาดใหญ่ มีอายุราว 1500-1600 ปีตามหลักฐานศิลาจารึกและพระพุทธรูปหินทราย ที่ขุดพบในตัวเมืองโบราณเวียงลอภายในคูเมือง กำแพงเมือง พบโบราณสถาน ประมาณ 10 แห่ง และพบซากโบราณสถาน นอกคูเมือง-กำแพงเมืองอีกประมาณ 40 แห่งที่สำคัญ คือ มีวัดร้างอยู่มากมาย พระธาตุและวัดเก่าแก่ คือวัดศรีปิงเมือง และใกล้เวียงลอยังเป็นจุดที่ลำน้ำจนไหลลงน้ำแม่อิง ด้วยเหตุนี้จึงเรียกบริเวณนี้เรียกว่า "สบอิง"

โบราณสถาน

[แก้]

เวียงลอ ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์โดยกรมศิลปากร พบโบราณสถานภายในเวียงกว่า 10 แห่ง นอกเวียง 33 แห่ง ปัจจุบันโบราณสถานเวียงลอที่ได้ดำเนินการขุดแต่งและบูรณะไปแล้วทั้งสิ้น 16 แห่ง คือ

  1. วัดศรีปิงเมือง
  2. วัดพระเจ้าเข้ากาด
  3. วัดมะม่วงแก้มแดง
  4. วัดพระธาตุหนองห้า
  5. กู่พระแก้ว
  6. วัดพระธาตุบุนนาค
  7. วัดเวียงป่าสัก
  8. วัดท่าแฉะ
  9. กู่ล้อมธาตุ
  10. วัดกู่บวกกู่
  11. กู่หนองผำ
  12. วัดศรีชุม
  13. กู่เกือกม้า
  14. วัดสารภี
  15. กู่ขะจ้าว
  16. โบราณสถานใกล้วัดศรีปิงเมือง

กำแพงเมือง

[แก้]

เวียงลอ พบกำแพงเมืองสองชั้น[1]

  1. กำแพงเมืองชั้นใน สร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 19-20 สร้างขึ้นโดยขุดดินจากคูเมืองไปสร้างเป็นคันดิน แล้วก่ออิฐล้อมรอบ พบพร้อมกับภาชนะดินเผาจากเตาต่างๆของล้านนา อายุราวพุทธศตวรรษที่ 19-20
  2. กำแพงเมืองชั้นนอก สร้างขึ้นในช่วงหลังพุทธศตวรรษที่ 20-21 เป็นการก่อสร้างเฉพาะจุด พบภาชนะดินเผาจากเตาต่างๆของล้านนาภายในท้องคู อายุราวพุทธศตวรรษที่ 20-21

โครงกระดูกมนุษย์

[แก้]

สำนักศิลปากรที่ 7 น่าน(ปัจจุบันคือ สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่) ได้ดำเนินทางโบราณคดี ขุดแต่งโบราณสถานทางแนวกำแพงเมืองพื้นที่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ทำให้พบโครงกระดูกมนุษย์ 3 โครง กะโหลก 1 กะโหลก ภายหลังได้ทำการขุดค้นเพิ่มเติม พบหลุมฝังศพเพิ่มอีก 6 หลุม รวมเป็น 10 หลุม[2]

ลักษณะการฝังศพ จะฝังศพแบบนอนหงาย เหยียดยาว หันศรีษะไปทางทิศตะวันออก พบพร้อม ภาชนะดินเผา  เครื่องมือหิน เครื่องมือเหล็ก (เช่น มีด หอก ขวานหรือสิ่ว เป็นต้น) แวดินเผา เครื่องประดับ (เช่น กำไลสำริด  ลูกปัดหินคาร์เนเลี่ยน, ลูกปัดแก้วที่รู้จักกันในชื่อ “ลูกปัดลมสินค้า  (Trade-Wind Breads)”หรือลูกปัดทวาราวดี) อยู่ภายในแต่ละหลุม โดยมีปริมาณสิ่งของเครื่องใช้ฝังร่วมกับร่างผู้ตายต่างกัน ในทั้งปริมาณและความหลากหลาย อาจแสดงถึงความแตกต่างทางสถานะสังคมรือเศรษฐกิจ[2]

สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ได้ส่งตัวอย่างเครื่องใช้ฝังร่วมกับร่างผู้ตายไปหาค่าอายุทางวิทยาศาสตร์ ในปี 2560 ด้วยวิธีกำหนดอายุด้วยวิธีเรืองแสงความร้อน (Thermoluminescence)10 ตัวอย่าง ได้อายุระหว่าง 600-1050 ปีมาแล้ว เทียบเท่ากับ ประมาณพุทธศตวรรษที่ 16 – 20 เรียงตามอายุได้ดังนี้[2]

บริเวณที่พบ ชั้นดิน อายุ(ปีก่อนปัจจุบัน) อายุ(พุทธศักราช) ตรงกับอาณาจักร ตรงกับรัชสมัย
หลุม 7 บริเวณกำแพงเมืองโบราณ 4A 1029 1531 นครรัฐพะเยา(สักกะวันราชธานี)
หลุม 7 บริเวณกำแพงเมืองโบราณ 4 915 1645 นครรัฐพะเยา ขุนเจือง[2]
หลุม 9 บริเวณกำแพงเมืองโบราณ 3ฺฺB 795 1765 นครรัฐพะเยา
หลุม 9 บริเวณกำแพงเมืองโบราณ 3B 790 1770 นครรัฐพะเยา
หลุม 7 บริเวณกำแพงเมืองโบราณ 3A 788 1772 นครรัฐพะเยา
หลุม 7 บริเวณกำแพงเมืองโบราณ 2 786 1774 นครรัฐพะเยา
พระธาตุกูตนเดือ 778 1782 นครรัฐพะเยา
หลุม 7 บริเวณกำแพงเมืองโบราณ 1 765 1795 นครรัฐพะเยา
หลุม 7 บริเวณกำแพงเมืองโบราณ 760 1800 นครรัฐพะเยา พญามิ่งเมือง
หลุม 7 บริเวณกำแพงเมืองโบราณ 591 1969 อาณาจักรล้านนา พญาสามฝั่งแกน

(ไม่ทราบชื่อผู้ครองเมืองพะเยา)

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 เทียมทินกฤต, จตุรพร. "เมืองโบราณเวียงลอ". Ep.1. กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่.
  2. 1 2 3 4 เทียมทินกฤต, จตุรพร. "โบราณคดีเวียงลอ Ep.4". Ep.4. กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่.