เวียงโบราณเวียงลอ
พระพุทธรูปที่ค้นพบ ณ เวียงโบราณเวียงลอ | |
| ประเภท | เวียงโบราณ |
|---|---|
| ความเป็นมา | |
| สร้าง | การตั้งถิ่นฐาน:พุทธศตวรรษที่ 16-17 กำแพงเวียง:พุทธศตวรรษที่ 19-20 |
| วัฒนธรรม | ศิลปะล้านนา |
| เกี่ยวเนื่องกับ | นครรัฐพะเยา, อาณาจักรล้านนา |
| หมายเหตุเกี่ยวกับสถานที่ | |
| ขุดค้น | 2547-2548 |
| ผู้ถือกรรมสิทธิ์ | กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ |
เวียงโบราณเวียงลอ ตั้งอยู่ที่ตำบลลอ อำเภอจุน จังหวัดพะเยา[1] สันนิษฐานว่าเคยเป็นเมืองโบราณขนาดใหญ่ มีอายุราว 1500-1600 ปีตามหลักฐานศิลาจารึกและพระพุทธรูปหินทราย ที่ขุดพบในตัวเมืองโบราณเวียงลอภายในคูเมือง กำแพงเมือง พบโบราณสถาน ประมาณ 10 แห่ง และพบซากโบราณสถาน นอกคูเมือง-กำแพงเมืองอีกประมาณ 40 แห่งที่สำคัญ คือ มีวัดร้างอยู่มากมาย พระธาตุและวัดเก่าแก่ คือวัดศรีปิงเมือง และใกล้เวียงลอยังเป็นจุดที่ลำน้ำจนไหลลงน้ำแม่อิง ด้วยเหตุนี้จึงเรียกบริเวณนี้เรียกว่า "สบอิง"
โบราณสถาน
[แก้]เวียงลอ ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์โดยกรมศิลปากร พบโบราณสถานภายในเวียงกว่า 10 แห่ง นอกเวียง 33 แห่ง ปัจจุบันโบราณสถานเวียงลอที่ได้ดำเนินการขุดแต่งและบูรณะไปแล้วทั้งสิ้น 16 แห่ง คือ
- วัดศรีปิงเมือง
- วัดพระเจ้าเข้ากาด
- วัดมะม่วงแก้มแดง
- วัดพระธาตุหนองห้า
- กู่พระแก้ว
- วัดพระธาตุบุนนาค
- วัดเวียงป่าสัก
- วัดท่าแฉะ
- กู่ล้อมธาตุ
- วัดกู่บวกกู่
- กู่หนองผำ
- วัดศรีชุม
- กู่เกือกม้า
- วัดสารภี
- กู่ขะจ้าว
- โบราณสถานใกล้วัดศรีปิงเมือง
กำแพงเมือง
[แก้]เวียงลอ พบกำแพงเมืองสองชั้น[1]
- กำแพงเมืองชั้นใน สร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 19-20 สร้างขึ้นโดยขุดดินจากคูเมืองไปสร้างเป็นคันดิน แล้วก่ออิฐล้อมรอบ พบพร้อมกับภาชนะดินเผาจากเตาต่างๆของล้านนา อายุราวพุทธศตวรรษที่ 19-20
- กำแพงเมืองชั้นนอก สร้างขึ้นในช่วงหลังพุทธศตวรรษที่ 20-21 เป็นการก่อสร้างเฉพาะจุด พบภาชนะดินเผาจากเตาต่างๆของล้านนาภายในท้องคู อายุราวพุทธศตวรรษที่ 20-21
โครงกระดูกมนุษย์
[แก้]สำนักศิลปากรที่ 7 น่าน(ปัจจุบันคือ สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่) ได้ดำเนินทางโบราณคดี ขุดแต่งโบราณสถานทางแนวกำแพงเมืองพื้นที่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ทำให้พบโครงกระดูกมนุษย์ 3 โครง กะโหลก 1 กะโหลก ภายหลังได้ทำการขุดค้นเพิ่มเติม พบหลุมฝังศพเพิ่มอีก 6 หลุม รวมเป็น 10 หลุม[2]
ลักษณะการฝังศพ จะฝังศพแบบนอนหงาย เหยียดยาว หันศรีษะไปทางทิศตะวันออก พบพร้อม ภาชนะดินเผา เครื่องมือหิน เครื่องมือเหล็ก (เช่น มีด หอก ขวานหรือสิ่ว เป็นต้น) แวดินเผา เครื่องประดับ (เช่น กำไลสำริด ลูกปัดหินคาร์เนเลี่ยน, ลูกปัดแก้วที่รู้จักกันในชื่อ “ลูกปัดลมสินค้า (Trade-Wind Breads)”หรือลูกปัดทวาราวดี) อยู่ภายในแต่ละหลุม โดยมีปริมาณสิ่งของเครื่องใช้ฝังร่วมกับร่างผู้ตายต่างกัน ในทั้งปริมาณและความหลากหลาย อาจแสดงถึงความแตกต่างทางสถานะสังคมรือเศรษฐกิจ[2]
สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ได้ส่งตัวอย่างเครื่องใช้ฝังร่วมกับร่างผู้ตายไปหาค่าอายุทางวิทยาศาสตร์ ในปี 2560 ด้วยวิธีกำหนดอายุด้วยวิธีเรืองแสงความร้อน (Thermoluminescence)10 ตัวอย่าง ได้อายุระหว่าง 600-1050 ปีมาแล้ว เทียบเท่ากับ ประมาณพุทธศตวรรษที่ 16 – 20 เรียงตามอายุได้ดังนี้[2]
| บริเวณที่พบ | ชั้นดิน | อายุ(ปีก่อนปัจจุบัน) | อายุ(พุทธศักราช) | ตรงกับอาณาจักร | ตรงกับรัชสมัย |
|---|---|---|---|---|---|
| หลุม 7 บริเวณกำแพงเมืองโบราณ | 4A | 1029 | 1531 | นครรัฐพะเยา(สักกะวันราชธานี) | |
| หลุม 7 บริเวณกำแพงเมืองโบราณ | 4 | 915 | 1645 | นครรัฐพะเยา | ขุนเจือง[2] |
| หลุม 9 บริเวณกำแพงเมืองโบราณ | 3ฺฺB | 795 | 1765 | นครรัฐพะเยา | |
| หลุม 9 บริเวณกำแพงเมืองโบราณ | 3B | 790 | 1770 | นครรัฐพะเยา | |
| หลุม 7 บริเวณกำแพงเมืองโบราณ | 3A | 788 | 1772 | นครรัฐพะเยา | |
| หลุม 7 บริเวณกำแพงเมืองโบราณ | 2 | 786 | 1774 | นครรัฐพะเยา | |
| พระธาตุกูตนเดือ | 778 | 1782 | นครรัฐพะเยา | ||
| หลุม 7 บริเวณกำแพงเมืองโบราณ | 1 | 765 | 1795 | นครรัฐพะเยา | |
| หลุม 7 บริเวณกำแพงเมืองโบราณ | 760 | 1800 | นครรัฐพะเยา | พญามิ่งเมือง | |
| หลุม 7 บริเวณกำแพงเมืองโบราณ | 591 | 1969 | อาณาจักรล้านนา | พญาสามฝั่งแกน
(ไม่ทราบชื่อผู้ครองเมืองพะเยา) |
อ้างอิง
[แก้]- 1 2 เทียมทินกฤต, จตุรพร. "เมืองโบราณเวียงลอ". Ep.1. กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่.
- 1 2 3 4 เทียมทินกฤต, จตุรพร. "โบราณคดีเวียงลอ Ep.4". Ep.4. กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่.