ข้ามไปเนื้อหา

เวย์น วีลเลอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เวย์น บี. วีลเลอร์
ภาพถ่ายของเวย์น วีลเลอร์ ถ่ายโดยสตูดิโอถ่ายภาพแฮร์ริสแอนด์อีวิง หอสมุดรัฐสภา
เกิด(1869-11-10)10 พฤศจิกายน ค.ศ. 1869
บรูกฟิลด์ทาวน์ชิป เทศมณฑลทรัมบูล รัฐโอไฮโอ
เสียชีวิต5 กันยายน ค.ศ. 1927(1927-09-05) (57 ปี)
แบทเทิลครีก รัฐมิชิแกน
การศึกษาวิทยาลัยโอเบอร์ลิน
มหาวิทยาลัยเวสต์เทิร์นรีเซอฟ์
อาชีพครู
ทนายความ
นักเคลื่อนไหวทางการเมือง
นักวิ่งเต้น
มีชื่อเสียงจากผู้สนับสนุนการห้ามสุรา
พรรคการเมืองริพับลิกัน[1][2][3][4]
คู่สมรสเอลลา เบลล์ แคนดี้ (สมรส ค.ศ. 1901-1927 ภรรยาเสียชีวิต)
บุตร3 คน

เวย์น บิดเวลล์ วีลเลอร์ (อังกฤษ: Wayne Bidwell Wheeler; 10 พฤศจิกายน ค.ศ. 1869–5 กันยายน ค.ศ. 1927) เป็นอัยการชาวอเมริกัน และผู้นำของสันนิบาตต่อต้านการขายสุรา ขบวนการสนับสนุนการห้ามสุรา ในช่วงปลายคริสต์คศวรรษที่ 19 และต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 เขามีบทบาทสำคัญในการผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญสหรัฐครั้งที่สิบแปด ซึ่งส่งผลให้การผลิต แจกจ่าย และจำหน่ายสุราเป็นสิ่งมิชอบด้วยกฎหมาย[5]

วีลเลอร์เกิดที่เมืองบรูกฟิลด์ทาวน์ชิปในเทศมณฑลทรัมบูล รัฐโอไฮโอ โดยเติบโตมาในฟาร์มของครอบครัว อุบัติเหตุในวัยเด็กอันมีสาเหตุมาจากผู้รับจ้างซึ่งเมาสุราทำให้เขาหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มมึนเมาไปตลอดชีวิต ในภายหลังเขาได้ใช้เรื่องราวดังกล่าวเพื่อดึงดูดผู้คนให้มาเข้าร่วมขบวนการห้ามสุราและเพื่อส่งเสริมให้มีการบัญญัติห้ามสุราในรัฐธรรมนูญสหรัฐ วีลเลอร์จบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในรัฐโอไฮโอ จากนั้นจึงได้รับใบประกอบวิชาชีพครู และสอนอยู่สองปีก่อนที่จะเข้าศึกษาต่อที่วิทยาลัยโอเบอร์ลิน หลังจากสำเร็จการศึกษาใน ค.ศ. 1894 เขาได้กลายมาเป็นนักเคลื่อนไหว (Organizer) ให้กับสันนิบาตต่อต้านการขายสุรา วีลเลอร์ได้รับปริญญานิติศาสตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยเวสต์เทิร์นรีเซอฟ์ ใน ค.ศ. 1898 ต่อมาใน ค.ศ. 1902 เขาได้ขึ้นเป็นผู้นำของสันนิบาตต่อต้านการขายสุรา และดำเนินกลยุทธ์ผลักดันนโยบายบายเดียว (Single issue pressure politics) ซึ่งรวมไปถึงการณรงค์ด้วยสื่อและการเดินขบวนสาธารณะ เพื่อให้มีการตรากฎหมายลดหรือห้ามขายและดื่มสุรา

หน้าที่การงานของวีลเลอร์ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดเมื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่สิบแปดและรัฐบัญญัติโวลสตีด มีผลบังคับใช้ใน ค.ศ. 1920 เมื่อการบังคับห้ามสุราเริ่มยุ่งยากขึ้น เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางก็หันไปใช้วิธีรุนแรง ซึ่งรวมไปถึงการวางยาพิษในสุราเพื่อปราบปรามไม่ให้ประชาชนดื่มเครื่องดื่มมึนเมา การที่วีลเลอร์ปฏิเสธที่จะประนีประนอม เช่น ปรับแก้มาตราการห้ามสุราให้มีการอนุญาตบริโภคเบียร์และเอล ทำให้เขาถูกมองว่าเป็นคนไร้เหตุผลมากขึ้นเรื่อย ๆ อิทธิพลของเขาเริ่มลดลง และสุดท้ายเขาก็ลาออกใน ค.ศ. 1927

วีลเลอร์ประสบกับเหตุร้ายหลายประการหลังจากเขาลาออกได้ไม่นาน เป็นต้นว่า ภรรยาของเขาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเพลิงไหม้ในห้องครัว และพ่อตาของเขาก็เสียชีวิตตามไปด้วยโรคหัวใจหลังจากที่พยายามช่วยเธอแต่ไม่สำเร็จ วีลเลอร์ป่วยด้วยโรคไต และเสียชีวิตลงที่สถานพักฟื้นในเมืองแบทเทิลครีก รัฐมิชิแกน เมือวันที่ 5 กันยายน ค.ศ. 1927

วีธีวีลเลอร์

[แก้]

ในฐานะผู้นำของสันนิบาตต่อต้านการขายสุรา วีลเลอร์ได้พัฒนารูปแบบการเคลื่อนไหวที่ต่อมาเรียกกันว่า "วีธีวีลเลอร์" หรือ "แบบวีลเลอร์" (Wheelerism) ซึ่งมุ่งเป้าหมายไปยังประเด็นเพียงข้อเดียว และพึ่งพาสื่อมวลชนในการชักจูงนักการเมืองให้เชื่อว่าแนวคิดของสันนิบาตต่อต้านการขายสุราได้รับการสนับสนุนจากประชาชนจำนวนมาก[6][7] กลยุทธ์ของวิธีวีลเลอร์ยังรวมไปถึงการชักจูงผู้มีอำนาจโดยตรงด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น ข่มขู่ว่าจะถอนการสนับสนุนการรณรงค์หาเสียง สนับสนุนและให้เงินทุนแก่คู่แข่ง และเปิดเผยข้อมูลอื้อฉาวเพื่อให้ได้มาซึ่งการสนับสนุนในการจำกัดการขายสุรา[6][7]

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. Slavicek, Louise C. (2009). The Prohibition Era. Infobase Publishing. ISBN 9781438104379.
  2. Gold, David M. (2009). Democracy in Session: A History of the Ohio General Assembly. Ohio University Press. ISBN 9780821418444.
  3. Murray, Robert K. (1976). The 103rd Ballot: Democrats and the Disaster in Madison Square Garden. Harper & Row. ISBN 9780060131241. although professing political neutrality.
  4. The Wine and Spirit Bulletin, Volume 29. Bulletin Publishing Company. 1915.
  5. "Wayne Wheeler". American National Biography.
  6. 1 2 Funderburg, J. Anne (2014). Bootleggers and Beer Barons of the Prohibition Era. Jefferson, NC: McFarland & Company. p. 332. ISBN 978-0-7864-7961-0.
  7. 1 2 Johanneck, Elizabeth (2011). Twin Cities Prohibition: Minnesota Blind Pigs & Bootleggers. Charleston, SC: The History Press. pp. 29–30. ISBN 978-1-61423-354-1.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]