เตโอตีวากาน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
นครสมัยก่อนอารยธรรมสเปน
แห่งเตโอตีวากาน *
Welterbe.svg  แหล่งมรดกโลกโดยยูเนสโก
Teonate.JPG
พีระมิดสุริยัน
พิกัด19°41′33.0″N 98°50′38.0″W / 19.692500°N 98.843889°W / 19.692500; -98.843889พิกัดภูมิศาสตร์: 19°41′33.0″N 98°50′38.0″W / 19.692500°N 98.843889°W / 19.692500; -98.843889
ประเทศ เม็กซิโก
ภูมิภาค **ลาตินอเมริกาและแคริบเบียน
ประเภทมรดกทางวัฒนธรรม
เกณฑ์พิจารณา(i), (ii), (iii), (iv), (vi)
อ้างอิง414
ประวัติการขึ้นทะเบียน
ขึ้นทะเบียน1987 (คณะกรรมการสมัยที่ 11)
พื้นที่250 ha (620 เอเคอร์)
พื้นที่กันชน3,118.15 ha (7,705.1 เอเคอร์)
เตโอตีวากานตั้งอยู่ในเม็กซิโก
เตโอตีวากาน
ที่ตั้งของเตโอตีวากานในเม็กซิโกและมีโซอเมริกา
เตโอตีวากานตั้งอยู่ในมีโซอเมริกา
เตโอตีวากาน
เตโอตีวากาน (มีโซอเมริกา)
* ชื่อตามที่ได้ขึ้นทะเบียนในบัญชีแหล่งมรดกโลก
** ภูมิภาคที่จัดแบ่งโดยยูเนสโก

เตโอตีวากาน (นาวัตล์: Teōtīhuacān; "สถานที่ที่ซึ่งเทพเจ้าประสูติ"[1] หรือ "สถานที่ที่ซึ่งมนุษย์กลายเป็นเทพเจ้า")[2] หรือ เตโอติอัวกัน (สเปน: Teotihuacán) เป็นเมืองมีโซอเมริกาโบราณซึ่งตั้งอยู่ในหุบเขาย่อยแห่งหนึ่งของหุบเขาเม็กซิโก ในเขตเทศบาลซานฆวนเตโอติอัวกัน รัฐเมฮีโก ประเทศเม็กซิโก ห่างจากเม็กซิโกซิตีไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 40 กิโลเมตร (25 ไมล์) เป็นที่รู้จักกันในฐานะที่ตั้งของพีระมิดที่มีความสำคัญยิ่งทางสถาปัตยกรรมซึ่งสร้างขึ้นในทวีปอเมริกาสมัยก่อนโคลัมบัส เมื่อถึงจุดสูงสุดซึ่งอาจอยู่ในครึ่งแรกของคริสต์สหัสวรรษที่ 1 (ค.ศ. 1–500) เตโอตีวากานกลายเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาสมัยก่อนโคลัมบัสโดยมีประชากรประมาณ 125,000 คนหรือมากกว่านั้น[3][4] ซึ่งทำให้เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดอย่างน้อยเป็นอันดับที่หกของโลกในสมัยนั้น[5] แหล่งโบราณคดีในปัจจุบันได้รับการกำหนดให้เป็นแหล่งมรดกโลกแห่งหนึ่งของยูเนสโกใน ค.ศ. 1987[6] และเป็นแหล่งโบราณคดีที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในเม็กซิโก โดยมีผู้เยี่ยมชม 4,185,017 คนใน ค.ศ. 2017[7]

ตัวเมืองเตโอตีวากานมีพื้นที่ 8 ตารางไมล์ ร้อยละ 80–90 ของประชากรทั้งหมดในหุบเขาอาศัยอยู่ในเมืองนี้ นอกจากพีระมิดแล้ว เตโอตีวากานยังมีความสำคัญทางมานุษยวิทยาจากกลุ่มอาคารที่อยู่อาศัยหลายชั้นสำหรับหลายครัวเรือน[3] "ถนนของคนตาย" และจิตรกรรมฝาผนังที่มีชีวิตชีวาและได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี นอกจากนี้เตโอตีวากานยังส่งออกเครื่องมือหินออบซิเดียนคุณภาพดีซึ่งพบได้ทั่วมีโซอเมริกา คาดกันว่าเมืองนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อราว 100 ปีก่อนคริสต์ศักราช โดยเริ่มต้นจากการเป็นศูนย์กลางทางศาสนาในที่สูงเม็กซิโกในช่วงประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 1 จากนั้นจึงกลายเป็นศูนย์กลางที่ใหญ่ที่สุดและมีประชากรมากที่สุดในทวีปอเมริกาสมัยก่อนโคลัมบัส มีงานก่อสร้างสำคัญ ๆ อยู่อย่างต่อเนื่องจนถึงราว ค.ศ. 250[3] เมืองนี้อาจดำรงอยู่จนกระทั่งช่วงใดช่วงหนึ่งระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 7 ถึง 8 แต่สิ่งก่อสร้างสำคัญ ๆ ของเมืองถูกปล้นและเผาไปตั้งแต่ประมาณ ค.ศ. 550 การล่มสลายของเมืองยังอาจเกี่ยวข้องกับสภาพอากาศรุนแรงระหว่าง ค.ศ. 535–536 ด้วย

แม้จะยังเป็นที่ถกเถียงกันว่าเตโอตีวากานเป็นศูนย์กลางของจักรวรรดิแห่งใดแห่งหนึ่งหรือไม่ แต่อิทธิพลของเตโอตีวากานทั่วทั้งมีโซอเมริกานั้นก็ได้รับการบันทึกไว้เป็นอย่างดี เราสามารถพบเห็นหลักฐานที่แสดงถึงการดำรงอยู่ของเตโอตีวากานได้ในแหล่งโบราณคดีหลายแหล่งในรัฐเบรากรุซและภูมิภาคมายา ชาวแอซเทกในสมัยหลังเห็นซากปรักหักพังอันยิ่งใหญ่เหล่านี้และอ้างว่ามีบรรพบุรุษร่วมกับชาวเตโอตีวากาน โดยดัดแปลงและนำวัฒนธรรมของพวกเขาไปประยุกต์ใช้ ชาติพันธุ์ของชาวเตโอตีวากานยังคงเป็นประเด็นอภิปราย กลุ่มชาติพันธุ์ที่เป็นไปได้ได้แก่นาวา, โอโตมี หรือโตโตนัก นักวิชาการบางคนเสนอว่าเตโอตีวากานเป็นรัฐที่มีชนหลายชาติพันธุ์ เพราะพวกเขาพบแง่มุมทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับชาวมายาเช่นเดียวกับชาวโอโตมี–ปาเม หลังการล่มสลายของเตโอตีวากาน ตอนกลางของเม็กซิโกก็ถูกมหาอำนาจอื่น ๆ ในระดับภูมิภาคเข้าครอบงำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโชชีกัลโกและตูลา

อ้างอิง[แก้]

  1. Snow, Dean R.; Gonlin, Nancy; Siegel, Peter E. The Archaeology of Native North America.
  2. Reed, Alma. El remoto pasado de México. México D.F.: Editorial Diana, 1972.
  3. 3.0 3.1 3.2 "Teotihuacan". Heilbrunn Timeline of Art History. Department of Arts of Africa, Oceania, and the Americas, The Metropolitan Museum of Art.
  4. Millon, p. 18.
  5. Millon, p. 17, who says it was the sixth-largest city in the world in 600 AD.
  6. Centre, UNESCO World Heritage. "Pre-Hispanic City of Teotihuacan". whc.unesco.org (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2018-02-08.
  7. "Estadística de Visitantes" (ภาษาสเปน). INAH. สืบค้นเมื่อ 25 March 2018.

บรรณานุกรม[แก้]