เดอ ฮาวิลแลนด์ แคนาดา แดช 8

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เดอ ฮาวิลแลนด์ แคนาดา แดช 8
บทบาทเครื่องบินประจำภูมิภาคแบบเครื่องยนต์ใบพัด
ชาติกำเนิดแคนาดา
บริษัทผู้ผลิตเดอ ฮาวิลแลนด์ (1983–1992)
บอมบาร์ดิเอร์ แอโรสเปซ (1992–2019)
เดอ ฮาวิลแลนด์ (2019–ปัจจุบัน)
บินครั้งแรก20 มิถุนายน ค.ศ. 1983
เริ่มใช้ค.ศ. 1984 โดย นอร์เอนทอร์
สถานะในประจำการ
ผู้ใช้งานหลักแอร์แคนาดาแจ๊ส
ควอนตัสลิงค์
ฮอไรซั่นแอร์
เวสต์เจ็ตเอนคอร์
ช่วงการผลิตค.ศ. 1983– ปัจจุบัน
จำนวนที่ผลิต1249 ลำ (เมื่อ มิถุนายน 2018)
มูลค่าซีรีย์ 200: 12 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
ซีรีย์ 300: 14.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
ซีรีย์ 400: 32.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

เดอ ฮาวิลแลนด์ แคนาดา แดช-8 หรือ แดช-8 (อังกฤษ:De Havilland Canada Dash 8) เป็นเครื่องบินประจำภูมิภาคที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ใบพัด ซึ่งเปิดตัวโดยเดอ ฮาวิลแลนด์ แคนาดา (ดีเอชซี) ในปี 1984 ต่อมา บริษัทก็ถูกซื้อโดย โบอิง ในปี 1988 จากนั้นก็ถูกซื้อต่อโดย บอมบาร์ดิเอร์ในปีพ.ศ. 2535 ก่อนเดอ ฮาวิลแลนด์จะกลับมาผลิตต่ออีกครั้งในปี2019 โดยเครื่องบินตระกูลแดช-8 นี้ก็มีทั้งหมด 4 ลำ; -100, -200, -300 และ -400

ลักษณะ[แก้]

ดีไซน์[แก้]

คุณสมบัติที่โดดเด่นของการออกแบบ แดช-8 คือ ลักษณะหางแบบ T-Tail เพื่อไม่ให้ส่วนท้ายหลุดออกมาในระหว่างการขึ้นบิน ปีกที่มีอัตราส่วนกว้างยาวที่ค่อนข้างมาก และเครื่องยนต์ที่มีลักษณะเรียวยาว สำหรับการเก็บล้อลงจอด

การออกแบบ แดช-8 มีประสิทธิภาพกว่า แดช-7 ซึ่งราคาต่อลำก็ถูกลงและค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาน้อยกว่ามากเนื่องจากมีเครื่องยนต์เพียงสองเครื่องยนต์เท่านั้น

ซีรีย์ 100[แก้]

DHC-8-101

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ PW120 หรือ PW120A สองเครื่อง และมีน้ำหนักเครื่องขึ้น 33,000 ปอนด์ (15,000 กก.)

DHC-8-102

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ PW120A หรือ PW121 สองเครื่อง และมีน้ำหนักเครื่องขึ้น 34,500 ปอนด์ (15,650 กก.)

DHC-8-103

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ PW121 สองเครื่อง และน้ำหนักเครื่อง 34,500 ปอนด์ (15,650 กก.) (สามารถปรับเปลี่ยนได้สำหรับน้ำหนักเครื่องขึ้น 35,200 ปอนด์ [15,950 กก.])

DHC-8-102A

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ PW120A สองเครื่อง พร้อมการตกแต่งภายในใหม่

DHC-8-106

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ PW121 สองเครื่อง และน้ำหนักเครื่องขึ้น 36,300 ปอนด์ (16,450 กก.)

DHC-8-100PF

DHC-8-100 แปลงเป็นเครื่องบินขนส่งสินค้าโดย วอยเยเจอร์เอวิเอชั่น ด้วยความจุสินค้า 10,000 ปอนด์ (4,536 กิโลกรัม)[1]

DHC-8M-100

เครื่องบินสองลำสำหรับการเฝ้าระวังมลพิษทางทะเล ดำเนินการโดยกรมการขนส่งของแคนาดาซึ่งติดตั้งระบบเฝ้าระวัง MSS 6000[2]

CC-142

รุ่นขนส่งทางทหารสำหรับกองทัพอากาศแคนาดาในยุโรป

CT-142

รุ่นฝึกเดินเรือสำหรับกองทัพแคนาดา ใช้ในการฝึกอบรม ACSOs และ AESOPs ของแคนาดาและประเทศพันธมิตร[3]

เครื่อง E-9A ขณะขึ้นบิน สังเกตได้ว่าบริเวณท้องเครื่องจะมีส่วนรับสัญญาณเรดาห์

วิดเจ็ต E-9A

เครื่องบินควบคุมน่านฟ้าของกองทัพอากาศสหรัฐฯ โดยจะใช้ในการตรวจสอบบริเวณน่านน้ำและน่านฟ้าในอ่าวเม็กซิโก ระหว่างการทดสอบการยิงจริงของขีปนาวุธยิงทางอากาศและกิจกรรมทางทหารที่เป็นอันตรายอื่นๆ[4] วิดเจ็ต E-9A นั้นติดตั้งเรดาร์ AN/APS-143(V)-1 ที่สามารถตรวจจับวัตถุในน้ำที่มีขนาดเล็กเท่ากับบุคคลในแพชูชีพได้ในระยะสูงสุด 25 ไมล์[5]

ซีรีย์ 200[แก้]

DHC-8-201

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ PW123C สองเครื่อง

DHC-8-202

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ PW123D สองเครื่อง

Q200

รุ่นอัพเกรดของ DHC-8-200 พร้อมระบบ ANVS (Active Noise and Vibration Suppression)

ซีรีย์ 300[แก้]

DHC-8-301

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ PW123 สองเครื่อง

DHC-8-311

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ PW123A สองเครื่อง พร้อมการตกแต่งภายในใหม่ นอกจากนี้ การออกแบบล้อลงจอดได้เปลี่ยนเป็นการออกแบบ โดยด้านหลังที่ลาดเอียงเล็กน้อยซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อป้องกันการพุ่งชน

DHC-8-314

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ PW123B สองเครื่อง

DHC-8-315

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ PW123E สองเครื่อง

DHC-8-300A

รุ่นพิเศษของ DHC-8-300 พร้อมเพย์โหลดที่เพิ่มขึ้น

Q300

รุ่นอัพเกรดของ DHC-8-300 ที่มีระบบ ANVS (Active Noise and Vibration Suppression)

DHC-8-300 MSA

รุ่นพิเศษ โดนมีการอัพเกรดด้วย L-3 สำหรับแพลตฟอร์มการเฝ้าระวังทางทะเล

RO-6A

รุ่นพิเศษสำหรับกองทัพสหรัฐสำหรับ DHC-8-315 สำหรับกองทัพสหรัฐอเมริกาเป็นฐานการลาดตระเวน

C-147A

รุ่นพิเศษสำหรับกองทัพสหรัฐสำหรับ DHC-8-315 สำหรับกองทัพสหรัฐอเมริกาเป็นแพลตฟอร์มกระโดด[6]

Q-400 ของแอร์บอลติก ขณะนี้ถูกปลดประจำการแล้ว

ซีรีย์ 400[แก้]

DHC-8-400

รองรับผู้โดยสารสูงสุด 68 คน

DHC-8-401

รองรับผู้โดยสารสูงสุด 70 คน

DHC-8-402

รองรับผู้โดยสารสูงสุด 78 คน

Q400

ขยายและปรับปรุงรุ่นผู้โดยสาร 70–78 ที่เข้าใช้งานในปีพ.ศ. 2543 มีการเพิ่มระบบ ANVS (Active Noise and Vibration Suppression)

Q400NextGen ของสไปซ์เจ็ต

Q400NextGen

รุ่นย่อยของ Q400 ที่ปรับปรุงห้องโดยสาร ไฟส่องสว่าง หน้าต่าง ช่องเก็บของเหนือศีรษะ ล้อขึ้นฝั่ง รวมถึงค่าเชื้อเพลิงและค่าบำรุงรักษาที่ลดลง

ในปี พ.ศ. 2556 ได้มีการเปิดตัวรุ่นความจุพิเศษซึ่งสามารถบรรทุกผู้โดยสารได้สูงสุด 86 คน และเปิดตัวโดยนกแอร์ กับคำสั่งซื้อ 2 ลำ[7] รุ่นความจุพิเศษได้รับการปรับปรุงในปีพ.ศ. 2559 โดยมีที่นั่งที่เว้นระยะห่างมากขึ้นเพื่อรองรับผู้โดยสารได้มากถึง 90 คน[8] โดยลำแรกถูกส่งมอบให้กับ สไปซ์เจ็ต ในเดือนกันยายน ปีพ.ศ. 2561[9]

Q-400MR

Q400-MR

เครื่องบิน Q400 จำนวน 2 ลำที่ปรับให้เข้ากับบทบาทการวางระเบิดน้ำในฐานะเรือบรรทุกอากาศสำหรับดับเพลิงทางอากาศโดย Cascade Aerospace สำหรับ Sécurité Civile ของฝรั่งเศส[10] เรือบรรทุกน้ำมันนี้สามารถบรรทุกสารหน่วงไฟ โฟม หรือน้ำได้ 2,600 แกลลอน (9,800 ลิตร) และเดินทางด้วยความเร็ว 340 นอต (630 กม./ชม.)

DHC-8 MPA-D8

พ.ศ. 2550 ดัดแปลงเพื่อใช้เป็นเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล PAL Aerospace ร่วมมือกันเพื่อนำเสนอตัวแปรนี้ในชื่อ DHC-8 MPA P4[11]

DHC-8-402PF

รุ่นดัดแปลงสำหรับสินค้าบรรทุกพาเลทที่มีน้ำหนักบรรทุก 9000 กก.

Q400CC

รุ่นคอมโบบรรทุกสินค้า รองรับผู้โดยสารได้ 50 คน พร้อมน้ำหนักบรรทุก 3720 กก. (8200 ปอนด์) โดยส่งมอบให้ลูกค้าเปิดตัว "ริวคิวแอร์คอมมิวเตอร์" เป็นครั้งแรกในปีพ.ศ. 2558

ข้อมูลจำเพาะ[แก้]

รุ่น ซีรีย์ 100/200[12] ซีรีย์300[13] ซีรีย์ 400[14]
นักบิน 2
ลูกเรือ (ไม่รวมนักบิน) 1 1-2 2-3
ความจุผู้โดยสาร

(มาตราฐาน)

37 50@30–33"[15] 82@30"
ความจุผู้โดยสารสูงสุด[16] 40 56 90@28"
ความยาว 73 ft / 22.25 m 84 ft 3 in / 25.70 m 107 ft 9 in / 32.8 m
ความสูง 24 ft 7 in / 7.49 m 27 ft 5 in / 8.4 m
ความยาวปีก 85 ft / 25.89 m 90 ft / 27.4 m 93 ft 3 in / 28.4 m
พื้นที่ผิวปีก 585 ft² / 54.40 m2 605 ft² / 56.20 m2 689 ft² / 64 m2
ความกว้าง Fuselage 8 ft 10 in / 2.69 m, cabin 8 ft 3 in / 2.52 m
ความยาวของห้องโดยสาร 30 ft 1 in / 9.16 m 41 ft 6 in / 12.60 m 61 ft 8 in / 18.80 m
น้ำหนักขึ้นบินสูงสุด 36,300 lb / 16,466 kg
-100: 34,500 lb (15,600 kg)[17]
43,000 lb / 19,505 kg 67,200 lb / 30,481 kg
น้ำหนักเครื่องเปล่า 23,098 lb / 10,477 kg 26,000 lb / 11,793 kg 39284 lb / 17819 kg [18]
น้ำหนักบรรทุกสูงสุด 8,921 lb / 4,647 kg 13,500 lb / 6,124 kg 18,716 lb / 8,489 kg
ความจุเชื้อเพลิงสูงสุด 835 U.S. gal / 3,160 L 1,724 U.S. gal / 6,526 L[19]
เครื่องยนต์ 2 × PW123C/D
-100: 2 × PW120[17]
2 × PW123/B/E 2 × PW150
พลังงาน 2,150 hp (1,600 kW)
-100: 1,800 hp (1,300 kW)[17]
2,380–2,500 hp (1,770–1,860 kW) 5,071 shp / 3,781 kW
ความเร็วการบิน 289 kn / 535 km/h
-100: 270 kn; 500 km/h[17]
287 kn / 532 km/h 300–360 kn / 556–667 km/h
เพดานบิน 25,000 ft / 7,620 m 27,000 ft / 8229 m
พิสัยการบิน 1,125 nmi / 2,084 km
-100: 1,020 nmi; 1,889 km[17]
924 nmi / 1,711 km 1,100 nmi / 2,040 km
ความยาวทางวิ่งในการขึ้นบิน 3,280 ft / 1,000 m 3,870 ft / 1,180 m 4,675 ft / 1,425 m
ความยาวทางวิ่งในการลงจอด 2,560 ft / 780 m 3,415 ft / 1,040 m 4,230 ft / 1,289 m

เครื่องบินที่ใกล้เคียงกัน[แก้]

รุ่นที่ใกล้เคียงกัน[แก้]

เครื่องบินที่ใกล้เคียงกัน[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. says, Bob. "Voyageur unveils Dash 8-100 Package Freighter conversion". Skies Mag (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน).
  2. http://www.sscspace.com/mss-6000-for-canada
  3. Government of Canada, National Defence (2013-04-10). "CT-142 Dash-8 | Aircraft | Royal Canadian Air Force". www.rcaf-arc.forces.gc.ca.
  4. "News". www.af.mil.
  5. "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2013-06-06. สืบค้นเมื่อ 2022-02-10.
  6. "Army Parachute Team welcomes new plane". www.army.mil (ภาษาอังกฤษ).
  7. Taylor2013-11-19T10:04:30+00:00, Ellis. "DUBAI: Thailand's Nok launches high capacity Q400". Flight Global (ภาษาอังกฤษ).
  8. "Literature". web.archive.org. 2014-07-13. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2014-07-13. สืบค้นเมื่อ 2022-02-10.{{cite web}}: CS1 maint: bot: original URL status unknown (ลิงก์)
  9. Leeuwen, Marcel van (2018-09-21). "Bombardier Delivers First 90-seat Q400 Aircraft to SpiceJet AVIATION NEWS International Aviation News, Airshow reports, Aircraft facts, worlds largest Aviation Museum database. Civillian, Military & Space, We cover it All". AVIATION NEWS (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน).
  10. "Cascade - Q400 Airtanker Conversion". web.archive.org. 2005-10-30. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2005-10-30. สืบค้นเมื่อ 2022-02-10.{{cite web}}: CS1 maint: bot: original URL status unknown (ลิงก์)
  11. Hemmerdinger2021-02-25T17:59:00+00:00, Jon. "De Havilland and PAL pitch special-mission 'P-4' Dash 8-400". Flight Global (ภาษาอังกฤษ).
  12. "Q200" (PDF). Bombardier. 2006. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-10-05. สืบค้นเมื่อ 2016-10-04.
  13. "Q300" (PDF). Bombardier. 2006. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-10-05. สืบค้นเมื่อ 2016-10-04.
  14. "Q Series" (PDF). Bombardier. 2017. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2018-04-16. สืบค้นเมื่อ 2017-06-20.
  15. "Bombardier Q300 Seating configuration". Air New Zealand. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2017-06-06. สืบค้นเมื่อ 2017-06-20.
  16. "Type Certificate Data Sheet No. A13NM" (PDF). FAA. May 24, 2017. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ April 16, 2018. สืบค้นเมื่อ June 20, 2017.
  17. 17.0 17.1 17.2 17.3 17.4 "Dash 8 Specifications - BAE Systems". BAE systems. 2021.
  18. "Q400" (PDF). Bombardier. 2014. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2016-03-04. สืบค้นเมื่อ 2016-10-04.
  19. "Q400 specifications". Bombardier. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-10-06.